แพร่–ราชบุรี คว้าเมืองศิลปะใหม่ ปี 2568 ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์
จังหวัดแพร่ และ จังหวัดราชบุรี ได้รับคัดเลือกเป็นเมืองแห่งศิลปะปี 2568 เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับท่องเที่ยววัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
การประกาศผลการคัดเลือกจังหวัดเพื่อพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ (Art City) ประจำปีพุทธศักราช 2568 ของ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยให้เป็นพลังในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ “จังหวัดแพร่” และ “จังหวัดราชบุรี” ได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการคัดเลือกให้เป็นเมืองแห่งศิลปะประจำปี 2568 (โดยไม่เรียงลำดับคะแนน) ภายใต้โครงการที่มุ่งใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสร้างคุณค่าทางสังคม เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
สำหรับ จังหวัดแพร่ จังหวัดเล็กทางภาคเหนือที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนาอันเข้มข้น ได้แสดงให้เห็นถึง “ความรุ่มรวยของรากวัฒนธรรม” ที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะมิใช่เมืองใหญ่ที่มีความสะดวกสบายด้านคมนาคมเทียบเท่าศูนย์กลางเศรษฐกิจ แต่เสน่ห์ของแพร่กลับอยู่ที่พลังความร่วมมือของผู้คนในพื้นที่ซึ่งเหนียวแน่นและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชน ศิลปิน และหน่วยงานท้องถิ่น สะท้อนแนวคิดการพัฒนาเมืองแห่งศิลปะที่ให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” เป็นหัวใจหลัก
ที่โดดเด่นยิ่งไปกว่านั้น จังหวัดแพร่ได้ขยายความหมายของคำว่า “ศิลปะ” ให้กว้างไกลกว่าเพียงผลงานจัดแสดง หากเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับปัจจัยสี่และวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาพื้นบ้าน หรือการออกแบบสร้างสรรค์ที่สอดรับกับบริบทชุมชน
แนวคิดหลักที่ชัดเจนเช่นนี้ทำให้แพร่มีทิศทางการพัฒนาเมืองแห่งศิลปะอย่างมีรากฐาน ไม่ใช่เพียงการสร้างกิจกรรมชั่วคราว แต่เป็นการปลูกฝังศิลปะให้เติบโตไปพร้อมกับชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่
ขณะเดียวกัน จังหวัดราชบุรี จังหวัดที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมในภาคตะวันตก ได้รับการยอมรับในฐานะพื้นที่ที่มีความพร้อมสูงด้านศิลปินและเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งถือเป็นหัวใจของความเป็นเมืองแห่งศิลปะ ราชบุรีมีประวัติการทำงานด้านศิลปะร่วมสมัยมาอย่างยาวนาน โดยมีกลุ่มศิลปินหลากหลายรุ่นร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานและกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
พลังของผู้คนเหล่านี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้สำหรับผู้มาเยือนและคนในพื้นที่
ด้วยการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ทำให้ราชบุรีก้าวสู่การเป็น “เมืองศิลปะแห่งประสบการณ์” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เรียนรู้ สัมผัส และมีส่วนร่วมกับศิลปะในมิติที่หลากหลาย ทั้งในด้านผลงาน กระบวนการสร้างสรรค์ และการมีปฏิสัมพันธ์กับศิลปิน ความพร้อมทั้งเชิงโครงสร้างและเครือข่ายนี้ทำให้ราชบุรีมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองแห่งศิลปะอย่างมั่นคง
การคัดเลือกในครั้งนี้พิจารณาจากสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ การนำเสนอแผนงานและโครงสร้างการบริหารจัดการ ทั้งระยะสั้น 1 ปี และระยะยาว 3 ปี การประเมินข้อมูลเชิงประจักษ์จากการลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพจริง และการพิจารณาความร่วมมือรวมถึงความพร้อมของพื้นที่นำร่องในการขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกจะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และมีสิทธิ์เสนอขอรับการสนับสนุนโครงการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ศิลปวัฒนธรรมที่ยั่งยืนและสร้างการมีส่วนร่วมจากคนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
การประกาศให้จังหวัดแพร่และจังหวัดราชบุรีเป็นเมืองแห่งศิลปะประจำปี 2568 จึงไม่เพียงเป็นเกียรติภูมิของพื้นที่ หากยังสะท้อนภาพอนาคตของการพัฒนาเมืองไทยที่ให้ศิลปะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสร้างเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่างให้แต่ละจังหวัดก้าวสู่เวทีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างสง่างามและยั่งยืนในระยะยาว


