CAAT เผยปี 68 อุตสาหกรรมการบินไทยแกร่ง ผู้โดยสารพุ่ง 145 ล้านคน
กพท. เผยอุตสาหกรรมการบินปี 68 ฟื้นตัวแกร่ง คาดผู้โดยสารแตะ 145 ล้านคน ชูประสิทธิภาพสูงขึ้นแม้เครื่องบินน้อยลง พร้อมรุกเปิดเส้นทางใหม่ทั่วโลกเชื่อมตลาดดาวรุ่ง
KEY
POINTS
- กพท. เผยอุตสาหกรรมการบินปี 68 ฟื้นตัวแกร่ง คาดผู้โดยสารแตะ 145 ล้านคน ชูประสิทธิภาพสูงขึ้นแม้เครื่องบินน้อยลง พร้อมรุกเปิดเส้นทางใหม่ทั่วโลกเชื่อมตลาดดาวรุ่ง
- คาดการณ์ว่าในปี 2568 อุตสาหกรรมการบินไทยจะมีผู้โดยสารรวมกว่า 145.10 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.54
- การเติบโตได้รับแรงหนุนจากตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น โอเชียเนียและเอเชียกลาง แม้ภาพรวมผู้โดยสารจะยังไม่กลับไปเท่าช่วงก่อนโควิด-19
- อุตสาหกรรมการบินแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนผู้โดยสารต่อเที่ยวบินสูงขึ้นแม้จะมีจำนวนเที่ยวบินน้อยกว่าในอดีต
กพท. กางโรดแมปการบินปี 2568 รับความท้าทายโลก ชูประสิทธิภาพบริหารจัดการพุ่ง
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยภาพรวมอุตสาหกรรมการบินของไทยในปี 2568 พบว่ายังคงมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ดีท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคและปัญหาการขาดแคลนอากาศยานทั่วโลก
โดยในปี 2568 มีจำนวนผู้โดยสารรวมทะลุ 145.10 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารในประเทศ 67 ล้านคน และระหว่างประเทศ 78 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 กว่า 4.9 ล้านคน หรือคิดเป็นการเติบโตร้อยละ 3.54
วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบ 3 ช่วงเวลาสำคัญสะท้อนภาพการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
• ปี 2562 (ก่อนโควิด-19): มีผู้โดยสารรวมสูงสุดที่ 161.81 ล้านคน
• ปี 2567 (ช่วงฟื้นตัว): มีผู้โดยสารรวม 140.60 ล้านคน
• ปี 2568 (ปัจจุบัน/คาดการณ์): ผู้โดยสารขยับขึ้นมาที่ 145.10 ล้านคน
แม้ภาพรวมจะยังไม่เท่าปี 2562 เนื่องจากผู้โดยสารจากจีนยังกลับมาไม่เต็มที่ แต่การเติบโตของตลาดใหม่อย่างเอเชียกลางและตะวันออกกลางได้เข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสายการบินและผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังพบประเด็นที่น่าสนใจด้านประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 935,000 เที่ยวบิน
แม้จะน้อยกว่าปี 2562 ที่มีกว่า 1 ล้านเที่ยวบิน และมีจำนวนเครื่องบินให้บริการเพียง 238 ลำ (ร้อยละ 86 ของปี 2562) แต่สัดส่วนผู้โดยสารต่อเที่ยวบินกลับสูงขึ้น แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการที่ดีกว่าในอดีต
การขยายโครงข่ายการบิน (Network Expansion) ในปี 2568 มุ่งเน้นไปที่ตลาดดาวรุ่งและจุดบินใหม่ (New Destinations) ได้แก่:
• ตลาดโอเชียเนีย: โดยเฉพาะออสเตรเลียที่มีผู้โดยสารสูงถึง 1.77 ล้านคน ซึ่งมากกว่าปี 2562 และ 2567
• เอเชียกลาง: ประเทศคาซัคสถานเติบโตแบบก้าวกระโดดถึงร้อยละ 330 เมื่อเทียบกับปี 2562 ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและกระบี่คึกคักเป็นพิเศษ
• อินเดียและรัสเซีย: ยังคงเป็นฐานตลาดหลัก โดยอินเดียมีการขยายจุดบินสู่เมืองรองทำให้มียอดผู้โดยสารสูงกว่าช่วงก่อนโควิดถึง 5.95 ล้านคน
นอกจากนี้ การใช้สนามบินในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น สนามบินสมุยที่มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากปี 2562 และสนามบินกระบี่ที่มียอดผู้โดยสารสูงกว่าช่วงก่อนโควิดเช่นกัน
ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) ปี 2568 มีปริมาณรวม 1.65 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าระดับก่อนโควิดเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ กพท. ยังมองไปถึงปี 2569 โดยจะให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน ผ่านการปฏิบัติตามมาตรการ CORSIA ของ ICAO และการสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเดินหน้าควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่สัญญาณปลายปี 2568 เริ่มเห็นการกลับมาของตลาดจีนที่ระดับร้อยละ 75 เมื่อเทียบกับก่อนโควิด ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวที่มั่นคงในระยะถัดไป


