ไขปริศนาฟ้าหลัว ทำไมค่าฝุ่น PM2.5 มาตรฐาน แต่ท้องฟ้าไม่สดใส
ไขปริศนาฟ้าหลัว ทำไมค่าฝุ่น PM2.5 มาตรฐาน แต่ท้องฟ้ายามเช้าไม่สดใส? ชวนรู้จัก ‘ฝุ่นอ้วน’ อิทธิพลลมใต้-ความชื้นที่คนกรุงต้องรู้
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอาจสังเกตเห็นสภาพอากาศที่ดูขมุกขมัวขัดแย้งกับรายงานคุณภาพอากาศ โดยแม้ว่าแอปพลิเคชันตรวจสอบสภาพอากาศจะระบุว่าค่าฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (สีเขียวหรือสีเหลือง)
แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับดูเหมือนเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาแน่น สร้างความสับสนและกังวลใจให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยระบุว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ "ความชื้นสัมพัทธ์" และ "อิทธิพลของลมใต้"
เนื่องจากในช่วงนี้ กรุงเทพมหานครได้รับอิทธิพลจากลมใต้ที่พัดพาความชื้นและมวลอากาศจากอ่าวไทยเข้ามาสู่พื้นที่ชั้นใน ส่งผลให้สภาพอากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูง และมีปริมาณไอน้ำในอากาศมาก
เมื่อไอน้ำเหล่านี้เข้าไปจับตัวกับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศ จะเกิดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า "Hygroscopic Growth" หรือการเติบโตแบบดูดความชื้น อธิบายให้เข้าใจโดยง่ายคือ ฝุ่นละอองจะทำหน้าที่ดูดซับความชื้นเข้าไปจนเกิดการ "พองตัว" และขยายขนาดขึ้น
แม้ว่าปริมาณเนื้อฝุ่นจริง (Mass) จะไม่ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นจนเกินค่ามาตรฐาน แต่อนุภาคฝุ่นที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นนี้ จะมีคุณสมบัติในการกระเจิงแสงและสะท้อนแสงได้ดีกว่าฝุ่นแห้ง
ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง เราจึงมองเห็นสภาพอากาศขมุกขมัวคล้ายมีหมอกฝุ่นหนาแน่น ซึ่งเรียกกันในภาษาพูดให้เข้าใจง่ายว่า "ฝุ่นอ้วน"
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ฝุ่นอ้วนนี้มักเกิดขึ้นในช่วงเช้าที่มีความชื้นสูง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงสายที่แสงแดดเริ่มแรงขึ้น ความร้อนจะทำให้ความชื้นในอากาศลดลง น้ำที่เกาะอยู่รอบๆ อนุภาคฝุ่นจะระเหยออกไป
ทำให้ฝุ่นที่เคยพองตัวกลับมา "ยุบตัว" ลงสู่ขนาดปกติ ส่งผลให้ทัศนวิสัยกลับมาดีขึ้นและท้องฟ้าดูโปร่งใสขึ้นตามลำดับ


