กระเช้าภูกระดึง มาแน่! เตรียมปักเสาแรก ธ.ค. 69 บูมเศรษฐกิจท่องเที่ยว
อพท.จับมือกรมอุทยานฯ MOU ลุยกระเช้าภูกระดึง เริ่มสร้าง ธ.ค.69 พร้อมเปิดปลายปี 70 เน้นยั่งยืน-เข้าถึงง่าย หวังกวาดรายได้สู่ชุมชน ยกระดับท่องเที่ยวไทย
KEY
POINTS
- อพท.จับมือกรมอุทยานฯ MOU ลุยกระเช้าภูกระดึง เริ่มสร้าง ธ.ค.69 พร้อมเปิดปลายปี 70 เน้นยั่งยืน-เข้าถึงง่าย หวังกวาดรายได้สู่ชุมชน ยกระดับท่องเที่ยวไทย
- อพท. และกรมอุทยานฯ ลงนามความร่วมมือเพื่อผลักดันโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
- โครงการมีแผนเริ่มตอกเสาเข็มต้นแรกในเดือนธันวาคม 2569 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2570
- มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทุกกลุ่ม (Tourism for All) โดยคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
อพท. ผนึกกำลัง กรมอุทยานฯ ขับเคลื่อน "กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง" สู่มิติใหม่แห่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ
เพื่อผลักดันโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงและแหล่งท่องเที่ยวต่อเนื่องให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล, โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการร่วมกันศึกษาวางแผน บริหารจัดการพื้นที่ และยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” (Tourism for All) ที่ต้องการให้เด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ สามารถเข้าถึงความงามของภูกระดึงได้อย่างเท่าเทียม
โดยในปี 2568 อพท. ได้รับมอบหมายให้ออกแบบรายละเอียดโครงสร้าง ซึ่งโครงการนี้จะไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่จะเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือและการพัฒนาอย่างสมดุลบนพื้นฐานความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน
ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่าการดำเนินงานจะเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส โดยยึดหลักการอนุรักษ์เป็นสำคัญ การก่อสร้างกระเช้าจะจำกัดผลกระทบเฉพาะบริเวณฐานรากของเสาเท่านั้น
ไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า และมีการวางแผนเลี่ยงเส้นทางเดินของสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการจัดการระบบนิเวศอย่างเป็นระบบ
ในเชิงธุรกิจและการพัฒนาท้องถิ่น โครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรจากค่าตั๋วโดยตรงเป็นเป้าหมายหลัก แต่ต้องการเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชนด้านล่าง ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และบริการการท่องเที่ยวอื่น ๆ
โดยมีแผนการจัดการนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม ด้วยการจำกัดจำนวนผู้พักค้างคืนไม่เกิน 5,000 คนต่อวัน แต่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ (Day Trip) ซึ่งรองรับได้ถึง 8,000 คนต่อวัน เพื่อไม่ให้เพิ่มภาระด้านขยะและที่พักบนยอดเขา
สำหรับไทม์ไลน์สำคัญของโครงการ มีรายละเอียดดังนี้
• กรกฎาคม 2569: นำเสนอรายงาน EIA ฉบับสมบูรณ์ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
• ธันวาคม 2569: กำหนดการปักธงเสาเข็มต้นแรก
• พฤศจิกายน - ธันวาคม 2570: คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างประโยชน์สุขระยะยาวให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเลย ช่วยยกระดับเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้เข้มแข็ง และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของประเทศไทยสู่ระดับสากล


