6 ปี 4 รัฐบาล! ไฮสปีด 3 สนามบิน เมื่อไหร่จะเลิกอยู่แค่บนกระดาษ?
ผ่านไปกว่า 6 ปี กับ 4 รัฐบาล แต่รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังติดหล่มแก้สัญญา ประชาชนตั้งคำถาม รัฐบาลหน้าจะทำได้จริงหรือต้องทำใจรอเก้อต่อไป?
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ FB ตั้งคำถามการเกิดของรถไฟฟ้า ความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
เนื้อหาใจความคือ นับจากวันลงนามสัญญาเมื่อ 24 ตุลาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ยังคงเป็นเพียงโครงการบนแผ่นกระดาษที่วนเวียนอยู่กับข่าวการแก้ไขสัญญาข้ามปี แม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่า 6 ปี และผ่านการบริหารมาถึง 4 รัฐบาล ตั้งแต่ยุคพล.อ.ประยุทธ์จนถึงปัจจุบัน
แต่ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมกลับยังไม่เกิดขึ้น ทั้งที่โครงการนี้คือหัวใจหลักของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายการค้าไทย-ลาว-จีน ท่ามกลางการรอคอยของประชาชน คำถามสำคัญที่ทิ้งไว้ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 คือเราต้องรออีกกี่รัฐบาลกว่าการก่อสร้างจะเริ่มต้นขึ้นจริง และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อโอกาสที่เสียไปในครั้งนี้
ส่วนนี่คือบทความของ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
กี่รัฐบาลแล้ว?
รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน
ยังอยู่บนกระดาษ
24 ตุลาคม 2562 คือวันที่มีการลงนามสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา
ถึงวันนี้ ผ่านมากว่า 6 ปีเต็ม แต่สิ่งที่ประชาชนเห็น ยังไม่ใช่การก่อสร้าง หากเป็นเพียงข่าวว่า “จะแก้หรือไม่แก้สัญญา” วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตลอดเวลากว่า 6 ปี ประเทศไทยผ่านรัฐบาลมาแล้ว 4 รัฐบาล ประกอบด้วย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล
คำถามคือต้องรออีกกี่รัฐบาล โครงการนี้จึงจะเริ่มก่อสร้างเสียที?
รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ไม่ใช่แค่ “โครงการคมนาคม” แต่คือ… หัวใจของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของ EEC หากโครงการนี้ไม่เกิด EEC ก็ยากจะเดินไปถึงเป้าหมายที่วางไว้
และประโยชน์ของโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ EEC เท่านั้น แต่ครอบคลุมประชาชนตลอดแนวเส้นทางตั้งแต่ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา รวมถึงการเชื่อมโยงกับโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย-เวียงจันทน์ เพราะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สามารถต่อเชื่อมกับรถไฟลาว-จีน เปิดประตูสู่การเดินทางและการค้าระดับภูมิภาค ไทย-ลาว-จีน อย่างเป็นรูปธรรม
หากวันนั้นมาถึงจริง การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงระหว่างไทย-จีน จะไม่ใช่แค่ภาพในแผนพัฒนา แต่คือรายได้ โอกาส และการเติบโตของเมืองที่รถไฟตัดผ่าน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจระดับนานาชาติได้
คนไทยที่เฝ้ารอโครงการนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่าจะแก้สัญญาหรือไม่ แต่สนใจเพียงคำถามเดียวว่า “จะได้ขึ้นรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน… เมื่อไหร่?”
หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลชุดใหม่จะทำให้ความฝันของคนไทยเป็นจริงได้หรือไม่?
ถามตรงๆ ครับ ถ้าโครงการนี้ยังไม่เริ่มก่อสร้างในรัฐบาลหน้า ความรับผิดชอบควรอยู่ที่ใคร?
รัฐบาล?
เอกชน?
หรือสุดท้าย... ประชาชนที่ต้อง “ทำใจ” อีกครั้ง?


