GISTDA ไฟเขียว ส่ง "ดาวเทียม THEOS-2A" สู่อวกาศ 12 ม.ค. 69
GISTDA พร้อมส่ง "ดาวเทียม THEOS-2A" ทะยานสู่วงโคจรในวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 11.47 น. หลังทีมวิจัยใช้ระบบ JASPER ประเมิน สภาพc พบไร้ปัจจัยเสี่ยงพายุสนามแม่เหล็กโลก
KEY
POINTS
- GISTDA เตรียมปล่อยดาวเทียม THEOS-2A วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 11.47 น.
- ระบบพยากรณ์ JASPER ยืนยันช่วงเวลาดังกล่าวปลอดภัยจากพายุสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งเป็นภัยต่อดาวเทียมวงโคจรต่ำ
- ข้อมูลในอดีตชี้ชัดว่า สภาพอวกาศที่แปรปรวนเคยทำให้ดาวเทียม Starlink และภารกิจระดับโลกเสียหายมาแล้ว การเฝ้าระวังจึงสำคัญสูงสุด
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เตรียมเดินหน้าภารกิจสำคัญในการนำส่ง "ดาวเทียม THEOS-2A" ขึ้นสู่อวกาศ ในวันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 11.47 น. ตามเวลาประเทศไทย
โดยจากการประเมินความเสี่ยงล่าสุดด้วยระบบพยากรณ์ สภาพอวกาศ (Space Weather Forecast System: JASPER) ที่พัฒนาโดยทีมวิจัยไทย พบว่าช่วงเวลาดังกล่าวปราศจากปัจจัยเสี่ยงจากพายุสนามแม่เหล็กโลก ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปล่อยจรวดนำส่ง
แม้คำว่า "สภาพอวกาศ" (Space Weather) อาจฟังดูไกลตัวสำหรับคนทั่วไป แต่ในวงการเทคโนโลยีอวกาศ สภาพอวกาศ คือตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อความอยู่รอดของดาวเทียม โดยเฉพาะ ดาวเทียม THEOS-2A ซึ่งมีภารกิจในวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) ที่ระดับความสูงไม่เกิน 2,000 กิโลเมตร
สภาพอวกาศที่แปรปรวนสามารถส่งผลกระทบต่อดาวเทียมได้ในหลายมิติ อาทิ
- การทำให้วงโคจรลดระดับต่ำลงเร็วกว่ากำหนด
- สัญญาณสื่อสารขัดข้องหรือถูกรบกวน
- ความเสียหายถาวรต่อแผงวงจรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
สาเหตุหลักมาจากกิจกรรมบนดวงอาทิตย์ เช่น การปลดปล่อยมวลโคโรนา (CME) และรังสีพลังงานสูง ที่กระตุ้นให้เกิด "พายุสนามแม่เหล็กโลก" (Geomagnetic Storm) พลังงานมหาศาลนี้จะส่งผลให้บรรยากาศชั้นบนของโลก (ชั้นเทอร์โมสเฟียร์) ร้อนขึ้น
และขยายตัว ก่อให้เกิดแรงต้านอากาศ (Atmospheric Drag) ที่มากขึ้น ทำให้ดาวเทียมสูญเสียพลังงานและค่อยๆ ตกลงสู่โลก หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Orbital Decay
บทเรียนจากอดีต: สภาพอวกาศกับความสูญเสียของดาวเทียม
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันว่า การละเลยข้อมูลด้าน สภาพอวกาศ อาจนำมาซึ่งความสูญเสียมูลค่ามหาศาล ตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญได้แก่
- กุมภาพันธ์ 2022: SpaceX สูญเสียดาวเทียม Starlink จำนวน 38 ดวง จากทั้งหมด 49 ดวง หลังเผชิญกับพายุสนามแม่เหล็กโลกระดับ G1 ทำให้เกิดแรงต้านอากาศสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้
- พฤษภาคม 2024: เกิดพายุสนามแม่เหล็กโลกระดับรุนแรงสูงสุดในรอบ 20 ปี (ระดับ G5) ส่งผลให้ดาวเทียม Starlink 10 ดวง ตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลก
- ตุลาคม 2024: มีการวิเคราะห์ว่าพายุสนามแม่เหล็กโลกเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ดาวเทียม Starlink-1089 สิ้นสุดภารกิจเร็วกว่ากำหนด
- พฤศจิกายน 2025: Blue Origin จำเป็นต้องเลื่อนภารกิจปล่อยจรวด New Glenn (NG-2) เพื่อความปลอดภัยของดาวเทียม ESCAPADE ของ NASA หลังตรวจพบความเสี่ยงระดับ G4
จากบทเรียนเหล่านี้ ทำให้ GISTDA ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพยากรณ์ล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าภารกิจ ดาวเทียม THEOS-2A จะดำเนินไปอย่างราบรื่น
แม้พายุสนามแม่เหล็กโลกจะเป็นภัยคุกคามต่อดาวเทียมที่ยังปฏิบัติงาน แต่ในอีกมุมหนึ่ง ปรากฏการณ์นี้ทำหน้าที่เสมือน "พนักงานทำความสะอาดอวกาศ"
โดยแรงต้านอากาศที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเร่งให้ซากจรวดและขยะอวกาศ (Space Debris) ที่ล่องลอยอยู่ในวงโคจร LEO ตกลงมาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศได้เร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีวัตถุอวกาศที่ตรวจจับได้มากกว่า 40,000 ชิ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับดาวเทียมที่ยังต้องปฏิบัติภารกิจจำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาระดับวงโคจรให้ปลอดภัย
การปล่อย ดาวเทียม THEOS-2A ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า สภาพอวกาศ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ปัจจุบัน GISTDA และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังเร่งศึกษาและพัฒนาขีดความสามารถในการพยากรณ์
เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนภัย ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเทคโนโลยีอวกาศและชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้อย่างทันท่วงที


