The Next Chapter เชียงใหม่ บทสนทนากับผู้อำนวยการ CEA สำนักภาคเหนือ
เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ก้าวสู่บทใหม่ “Local Plus” ขยายพลังท้องถิ่นสู่สากล ผ่านความร่วมมือ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และความยั่งยืนของภาคเหนือ
KEY
POINTS
- “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568” ก้าวสู่บทใหม่ด้วยแนวคิด “Local Plus” ที่ต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน เพื่อยกระดับศักยภาพของภาคเหนือสู่สากล
- มุ่งเน้นการสร้าง "ระบบนิเวศสร้างสรรค์" ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้สร้างสรรค์ ชุมชน ภาครัฐ และเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเมืองอย่างเป็นระบบ
- ขยายขอบเขตสู่มิติใหม่ๆ เช่น การนำเสนอ "กลิ่นจากพืชพื้นถิ่น" เป็นทุนทางวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระดับนานาชาติ และการจัดงานอย่างยั่งยืน
ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา "เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่" ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองสำคัญของเมือง เชื่อมผู้สร้างสรรค์ ชุมชน และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นตัวอย่างของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองในระดับภูมิภาค
ความต่อเนื่องยาวนานทำให้เทศกาลฯ ขยายตัวจากงานท้องถิ่นขนาดเล็ก สู่เวทีที่ผู้ชมต่างชาติจากเอเชีย ออสเตรเลีย และยุโรปให้ความสนใจ โดยเฉพาะด้านงานคราฟต์ ดนตรี ศิลปะ และออกแบบ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคเหนือ
คุณอิ่มหทัย กันจินะ ผู้อำนวยการ CEA สำนักภาคเหนือ อธิบายว่า “สิบปีแรก” คือช่วงสร้างฐาน เป็นเวลาที่เมืองได้ทดลองรูปแบบใหม่ เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักออกแบบเล่าเรื่องราวของท้องถิ่น และทำให้ผู้คนเห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถสร้างมูลค่าจริง ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและในคุณค่าทางวัฒนธรรม ผลลัพธ์สะสมตลอดทศวรรษทำให้เทศกาลฯ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 5,700 ล้านบาท และเป็นแรงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งกลับมาสร้างงานในบ้านเกิด
ปี 2568 จึงถูกวางให้เป็น “ก้าวใหม่” มากกว่า “การเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมา” ธีมปีนี้คือ Local Plus: Creativity, Technology, Sustainability ซึ่งพัฒนาแนวคิดจากธีม “Local” ที่เทศกาลฯ ทำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 จุดสำคัญของ Local Plus คือการมอง “ท้องถิ่น” ในฐานะทรัพยากรที่สามารถต่อยอดร่วมกับเทคโนโลยี เครือข่ายระดับนานาชาติ และแนวคิดด้านความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ภาคเหนือสามารถขยายศักยภาพสู่ระดับสากลได้มากขึ้น
แนวคิด Local Plus ถูกถอดความผ่านสัญลักษณ์ 5 รูปแบบ ได้แก่ บวก (พลังความร่วมมือ), คูณ (การทวีคูณโอกาสใหม่), หาร (การแบ่งปันความรู้และทักษะ), ลบ (การลดผลกระทบและข้อจำกัด) และอินฟินิตี้ (การเติบโตอย่างต่อเนื่อง) ทั้งหมดนี้สะท้อนวิธีคิดการทำงานเชิงระบบ ที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ คราฟต์ ชุมชน ผู้ประกอบการ รวมถึงหน่วยงานรัฐและเอกชน
เมื่อมองในระดับอุตสาหกรรม ข้อมูลของ CEA ชี้ว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยยังคงเติบโต โดยมี “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” เป็นกลุ่มรายได้หลัก ขณะที่แรงงานสร้างสรรค์จำนวนมากอยู่ในสาขาโฆษณา หัตถกรรม ทัศนศิลป์ และงานออกแบบ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนภาพลักษณ์เมืองและภูมิภาค ให้สอดคล้องกับทิศทาง “Crafting Wellness from Local Essence” ที่ต้องการผลักดันภาคเหนือสู่การเป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจในเอเชีย
“Local Plus” จึงเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนสมการแห่งความร่วมมือที่ทำให้เห็นถึงปรัชญาการพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ด้วยพลังของทุกคน ไม่ว่าแต่ละคนจะอยู่ในบทบาท ศิลปิน ดีไซเนอร์ ช่างฝีมือ นักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาครัฐและภาคเอกชน ในเชียงใหม่และภาคเหนือ ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยกันขับเคลื่อนระบบนิเวศสร้างสรรค์ร่วมกัน” คุณอิ่มหทัย กล่าวเพิ่มเติม
ปี 2568 ยังเป็นปีที่เทศกาลฯ ขยายประเด็นไปสู่ “กลิ่นจากพืชพื้นถิ่น” ในฐานะทุนใหม่ของภาคเหนือ ผ่านนิทรรศการ Make Scents, Make Sense ที่นำเสนอกลิ่นเป็นองค์ประกอบทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ รวมถึงกิจกรรมเพื่อดึงผู้สร้างสรรค์รุ่นใหม่กลับบ้าน เช่น The Homecoming Club และ Homecoming Speed Meeting นอกจากนี้ยังมีโปรเจกต์ความร่วมมือกับศิลปินต่างประเทศ ทั้งจากฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึง International Design Showcases ซึ่งช่วยให้ผู้สร้างสรรค์ท้องถิ่นมีช่องทางเชื่อมสู่เวทีนานาชาติมากขึ้น
เทศกาลยังให้ความสำคัญกับการจัดงานอย่างยั่งยืน เช่น การหมุนเวียนใช้โครงสร้างพาวิลเลียนเดิม การลดการพิมพ์ ลดการใช้โฟมบอร์ด และใช้วัสดุรีไซเคิลแทน ในพื้นที่ตลาด POP Market ของแบรนด์คราฟต์กว่า 140 แบรนด์ ยังมีมาตรการลดขยะและลดการใช้พลาสติก เพื่อทำให้รูปแบบงานสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ในภาพรวม การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ “The Next Chapter” ของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ คือการขยายบทบาทของเมืองให้กว้างกว่าเดิม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจัดแสดงงานสร้างสรรค์ แต่เป็นการพัฒนาระบบนิเวศที่ใช้ความร่วมมือ ความรู้ และทรัพยากรท้องถิ่นผลักดันเมืองไปสู่อนาคต
“เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568” หรือ “Chiang Mai Design Week 2025” (CMDW2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 14 ธันวาคม 2568 ครอบคลุมย่านกลางเวียง, ช้างม่อย-ท่าแพ, สันป่าข่อย และทั่วเมืองเชียงใหม่
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website: www.chiangmaidesignweek.com, Facebook: Chiang Mai Design Week, Instagram: Chiang Mai Design Week และ TikTok: Chiang Mai Design Week


