บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับมาตรการ EV3–EV3.5 ย้ำแผนไทยฮับภูมิภาค
บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับมาตรการ EV3–EV3.5 เพิ่มความยืดหยุ่น ป้องกันปัญหาตลาดล้น เดินหน้าปั้นไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
KEY
POINTS
- บอร์ดอีวีมีมติเห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า EV3 และ EV3.5 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด
- การปรับปรุงมุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการ เช่น ขยายเวลาจดทะเบียนรถ และป้องกันปัญหาการผลิตล้นตลาดโดยส่งเสริมการส่งออก
- มาตรการใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดในประเทศ และสนับสนุนแผนการผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวีชุดใหม่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า EV3 และ EV3.5 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลกและตลาดในประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ การเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการ และการป้องกันปัญหาการผลิตล้นตลาดในประเทศ
เพิ่มความยืดหยุ่นให้ภาคอุตสาหกรรม
มาตรการที่ปรับปรุงมีหลายด้าน เช่น
1.ขยายเวลาจดทะเบียนรถไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ ให้สามารถดำเนินการได้ถึงเดือนมกราคมของปีถัดไป เพื่อรองรับยอดจำหน่ายช่วงปลายปี
2.กำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินอุดหนุนใหม่ หากผู้ผลิตล่าช้ากว่าแผน จะถูกชะลอการรับเงินอุดหนุนจนกว่าจะกลับมาดำเนินการได้ตามกำหนด
3.ผ่อนคลายเงื่อนไขการผลิตชดเชยของมาตรการ EV3 เปิดทางให้ใช้โรงงานที่อยู่ในมาตรการ EV3.5 มาร่วมผลิตชดเชยได้
4.ขยายเวลาผ่อนผันการนับมูลค่าวัตถุดิบเซลล์แบตเตอรี่จากต่างประเทศ ถึงมิถุนายน 2569 พร้อมปรับสัดส่วนให้นับได้ไม่เกิน 10% ของราคาหน้าโรงงาน
5.กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ผลิตรถ HEV ครอบคลุมมาตรฐานการปล่อยคาร์บอน การใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศ และการทดสอบระบบความปลอดภัย–ADAS ที่ศูนย์ทดสอบ ATTRIC
สกัดปัญหาผลิตล้นตลาดในประเทศ
บอร์ดอีวีเห็นชอบมาตรการควบคุมปริมาณรถในตลาด ได้แก่
-เพิ่มแรงจูงใจการส่งออก โดยนับการส่งออกรถ 1 คัน เทียบเท่าการผลิตชดเชย 1.5 คัน เพื่อลดความเสี่ยง Oversupply และเปิดให้ส่งหลักฐานได้ถึง 30 มิถุนายนของปีถัดไป
-เปิดทางเลือกให้ผู้ประกอบการออกจากมาตรการ โดยคืนส่วนลดภาษีสรรพสามิตพร้อมเบี้ยปรับ หากยังไม่ได้รับเงินอุดหนุน ซึ่งจะช่วยลดภาระยอดผลิตชดเชย
ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งต่อเนื่อง
รายงานสถานการณ์ล่าสุดพบว่า ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เติบโตจากปีก่อน 59% รวม 87,112 คัน ส่วนยอดจดทะเบียนตามมาตรการ EV3 และ EV3.5 อยู่ที่ 238,183 คัน ขณะที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วม EV3 จำนวน 32 บริษัท และ EV3.5 จำนวน 11 บริษัท
บีโอไอรายงานว่า ณ เดือนตุลาคม 2568 การลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและส่วนเกี่ยวข้องรวม 140,000 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ และสถานีชาร์จ เช่น การผลิตรถ BEV 21 โครงการ มูลค่า 40,449 ล้านบาท, การผลิตแบตเตอรี่ 54 โครงการ มูลค่า 79,473 ล้านบาท, การผลิตชิ้นส่วนสำคัญ 45 โครงการ มูลค่า 10,002 ล้านบาท และ สถานีชาร์จและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 32 โครงการ มูลค่า 6,066 ล้านบาท
นายนฤตม์ระบุว่า ทิศทางการเติบโตของ EV ทั้งในไทยและทั่วโลก ช่วยยืนยันว่าการผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาคกำลังเดินหน้าอย่างถูกต้อง พร้อมชี้ว่ามาตรการที่ปรับปรุงใหม่จะช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดในประเทศ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการ และสร้างโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์โลก โดยเฉพาะต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย.


