ครม.เห็นชอบ ติดโซลาร์รูฟท็อป ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 2 แสนต่อปี
ครม.เห็นชอบ ประชาชนและสถานประกอบการติดโซลาร์รูฟท็อป ขอลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 2 แสนบาทต่อปี มีผลจนถึง ธ.ค. 2571
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคครัวเรือน
- สามารถนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี
- มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ได้ตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2571
- มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ (25 พฤศจิกายน 2568) เมื่อเวลา 13:00 น. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในครัวเรือน
โดย ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จนถึงเดือนธันวาคม 2571
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ครม.ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. …. และรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ
เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยหรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยมีการกำกับดูแลกระบวนการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยและวิศวกรรม รวมทั้งการจัดการซากอุปกรณ์หลังหมดอายุการใช้งานเพื่อไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประเทศ และช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ
เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านพลังงาน โดยราคาพลังงานจะมีความผันผวนตามสถานการณ์พลังงานโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ
นอกจากนี้ แต่เดิมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปยังมีข้อจำกัดที่ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเป็นระบบ โดยประชาชนและภาคธุรกิจประสบปัญหาความล่าช้าในกระบวนการขอรับใบอนุญาตหรือการจดแจ้งยกเว้นเกี่ยวกับการติดตั้งเพื่อใช้เองจากหน่วยงานของรัฐต่างๆ
อีกทั้งกระบวนการในการพิจารณาการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าดังกล่าวยังคงต้องอาศัยการประสานงานจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่าย ทำให้เกิดภาระด้านเอกสาร ด้านเวลา และค่าใช้จ่าย อันมาจากขั้นตอนและการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อนกันจากปัญหาดังกล่าว
"ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่อยากจะติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในครัวเรือน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในบ้านเรา" นายอรรถพล กล่าวปิดท้าย


