GEELY ปรับทัพสู้ศึก EV หั่นราคา EX5 พร้อมดันน้องเล็ก EX2 ฟื้นยอดขาย
ธนบุรีนอยสเติร์น เดินหน้าลุยตลาด EV โค้งสุดท้ายปี 2025 เตรียมเผยโฉม "GEELY EX2" ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ครั้งแรกในโลกเวอร์ชันพวงมาลัยขวา
KEY
POINTS
- ธนบุรีนอยสเติร์น เดินหน้าลุยตลาด EV โค้งสุดท้ายปี 2025 เตรียมเผยโฉม "GEELY EX2" ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ครั้งแรกในโลกเวอร์ชันพวงมาลัยขวาที่งาน Motor Expo
- พร้อมท้าชนคู่แข่งพิกัดเดียวกัน หวังตีตื้นยอดขายหลังรุ่นพี่ "EX5" ยังไม่เข้าเป้า
- ด้านผู้บริหารแย้มแผนใหญ่ศึกษาตั้งโรงงานประกอบในไทย รองรับการผลิตรวมทั้งเครือจีลี่
“จีลี่” (Geely) ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เดินเกมรุกตลาดประเทศไทยเต็มสูบด้วยการส่ง 3 แบรนด์หลักบุกตลาด ได้แก่ RIDDARA, ZEEKR และ GEELY โดยมีความน่าสนใจอยู่ที่โครงสร้างการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน
ในขณะที่ RIDDARA และ ZEEKR เลือกเข้ามาตั้งบริษัทลูกเพื่อลุยตลาดเอง แบรนด์แม่อย่าง GEELY กลับเลือกใช้กลยุทธ์แต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย (Distributor)
โดยมอบความไว้วางใจให้กับ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด เป็นผู้กุมบังเหียนนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
เปิดตัว "GEELY EX2" ไฮไลต์เด็ดส่งท้ายปี
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่น่าจับตามองในงาน Motor Expo 2025 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ คือการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองของค่ายอย่าง GEELY EX2
ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวรุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลก (World Premiere) หลังจากเคยนำมาโชว์ตัวเรียกน้ำจิ้มไปแล้วในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ เมื่อต้นปีภายใต้ชื่อ GEELY Star Wish
สำหรับ GEELY EX2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์แฮตช์แบ็ก ขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ถูกวางตำแหน่งมาเพื่อปะทะกับคู่แข่งในท้องตลาดอย่าง BYD Dolphin และ GAC AION UT โดยตรง
สเปกเบื้องต้นมาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ความจุ 39.4 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 395 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
ทางธนบุรีนอยสเติร์น เตรียมทำตลาดโดยแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น PRO และรุ่น MAX โดยมีการคาดการณ์ว่ารุ่นเริ่มต้นจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4 แสนบาทกว่าๆ
ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าโมเดลนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายฐานลูกค้าในประเทศไทย
สถานการณ์ "EX5" ปรับราคา-แก้เกมยอดขาย
ย้อนกลับไปดูผลงานของรุ่นพี่อย่าง GEELY EX5 รถเอสยูวีที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปลายปี 2567 และเริ่มส่งมอบล็อตแรกในเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
ตัวเลขยอดจดทะเบียนสะสม 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค. 2568) ทำได้เพียง 1,260 คัน ซึ่งถือว่ายังห่างไกลจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้สูงถึง 8,000-9,000 คันต่อปี
จากสถานการณ์ดังกล่าว นำมาสู่การปรับกลยุทธ์ด้านราคาครั้งสำคัญ โดยปัจจุบันรุ่น PRO ได้ปรับลดราคาจาก 899,000 บาท เหลือ 699,000 บาท
และรุ่น MAX ลดจาก 989,000 บาท เหลือเพียง 849,000 บาท เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
ปูพรมเครือข่ายบริการ-เล็งตั้งฐานผลิตในไทย
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า บริษัทยังคงยึดมั่นตามแผนงานที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อยปีละ 1 รุ่น
ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านบริการหลังการขาย โดยตั้งเป้าเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 40 แห่งภายในปีนี้ และจะขยายเพิ่มเป็น 65 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569
ในส่วนของแผนการตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย ขณะนี้ธนบุรีนอยสเติร์นและบริษัทแม่กำลังศึกษาความเป็นไปได้อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่อาจพัฒนาเป็นฐานการผลิตรวม (Hub) ของทั้งกลุ่มจีลี่
ซึ่งรวมถึงแบรนด์ RIDDARA และ ZEEKR หากมีการผลิตในไทยก็จะใช้โรงงานเดียวกันนี้ โดยทาง "ธนบุรีประกอบรถยนต์" (TAAP) ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 84 ปี มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญรองรับอยู่แล้ว
ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ GEELY ไม่ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV3.5 นายณรงค์ให้ความเห็นว่า
ในอีกมุมหนึ่งถือเป็นข้อดีที่ทำให้บริษัทไม่ต้องแบกรับแรงกดดันเรื่องตัวเลขยอดผลิตหรือยอดขายตามเงื่อนไขของรัฐ ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่นและมั่นคง
"ด้วยศักยภาพของแบรนด์จีลี่ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผสานกับความแข็งแกร่งของกลุ่มธนบุรีที่มีรากฐานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมายาวนาน เราเชื่อว่าจะสามารถสร้างแบรนด์ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ส่วนเรื่องโรงงานผลิตในไทยนั้น เชื่อว่าอีกไม่นานจะมีความชัดเจนออกมาอย่างแน่นอน" นายณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย


