posttoday

โลกร้อนไม่ไหว ! ไทยมุ่ง Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี เร่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 47%

20 พฤศจิกายน 2568

หลัง COP30 ไทยประกาศ Net Zero 2050 และตั้งเป้าลด 47% ในปี 2035 แต่การบรรลุเป้าหมายขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการบังคับใช้ พ.ร.บ. Climate Change และกลไกราคาคาร์บอน

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยประกาศเลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2050 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิม 15 ปี
  • ตั้งเป้าหมายใหม่ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 47% ภายในปี 2035 โดยการดำเนินการส่วนหนึ่งต้องอาศัยเงินทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ
  • เตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นกฎหมายหลักในการบังคับใช้มาตรการต่างๆ เช่น ภาษีคาร์บอน และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ชี้ว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง

ภายหลังจากการประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างเป็นทางการภายในปี 2050 ซึ่งเป็นการเร่งเป้าหมายให้เร็วขึ้นถึง 15 ปี จากกำหนดการเดิม โดยการประกาศดังกล่าวมีขึ้นในการประชุม COP30 ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2025
 

โลกร้อนไม่ไหว ! ไทยมุ่ง Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี เร่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 47%

เป้าหมายใหม่ของประเทศไทย: การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มข้นขึ้น

การประกาศเจตนารมณ์ครั้งใหม่นี้เป็นการเสนอแผน Nationally Determined Contribution (NDC) ฉบับใหม่ นอกจากเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 แล้ว ประเทศไทยยังได้เพิ่มเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2035 ลงเหลือ 47%

การตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 47% ในปี 2035 นี้ เทียบเท่ากับการลดลง 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) เมื่อเทียบกับปีฐาน 2019

ในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายปี 2035 นั้น ประเทศไทยสามารถดำเนินการได้เองในสัดส่วน 70% อย่างไรก็ตาม อีก 30% ที่เหลือจะต้องได้รับการสนับสนุนเงินทุนสีเขียวจากต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่า 7,047 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การขอรับการสนับสนุนจากต่างประเทศจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ต้องใช้วิทยาการและการลงทุนสูง ซึ่งรวมถึง

• เทคโนโลยีไฮโดรเจนในภาคการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรม

• ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS)

• เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)

• โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors: SMR)

• การผลิตปูนซีเมนต์แบบปล่อยคาร์บอนต่ำ

• เทคโนโลยีการกำจัดของเสียและสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

• การปลูกข้าวแบบปล่อยคาร์บอนต่ำ
 

โลกร้อนไม่ไหว ! ไทยมุ่ง Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี เร่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 47%

สัญญาณความร่วมมือระดับโลกจาก COP30

ในการประชุม COP30 ได้เห็นสัญญาณความร่วมมือที่เข้มงวดขึ้นจากนานาประเทศทั่วโลกเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นหลัก:

1. การเร่งเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล: มีการริเริ่ม Belem 4X Pledge เพื่อเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน 4 เท่าภายในปี 2035 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สูงกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการเน้นการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสีเขียว โดยได้รับอนุมัติเงินทุนจาก Global Environment Facility (GEF) และ UNIDO เพื่อเร่งการผลิตในแอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา

2. การเพิ่มเงินสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา: มีการกำหนด Baku to Belém Roadmap เพื่อเพิ่มการช่วยเหลือทางการเงินอย่างน้อย 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเป้าหมายเดิมที่ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมีการเพิ่มการลงทุนในโครงการอุตสาหกรรมสะอาดในประเทศกำลังพัฒนาผ่าน Mission Possible Partnership และ Utilities for Net Zero Alliance (UNEZA)

3. กลไกคาร์บอนเครดิต: มีการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตร the Open Coalition on Compliance Carbon Markets เพื่อสร้างมาตรฐานร่วมในการเชื่อมโยงระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และมีการเสนอ ราคาคาร์บอนเครดิตขั้นต่ำ (floor price) สำหรับคาร์บอนเครดิตจากป่าไม้เขตร้อน ประมาณ 30–50 ดอลลาร์สหรัฐ/tCO2eq ผ่านโครงการ Tropical Forests Forever Facility

ทิศทางการผลักดันนโยบาย Net Zero ของไทย: กฎหมายและกลไกราคาคาร์บอน

ภายหลังการอัปเดตแผน NDC3.0 อย่างเป็นทางการ ประเทศไทยคาดว่าจะมีการออกระเบียบ แผนการ หรือกฎหมายภายในประเทศเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้

ปัจจัยสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ร่าง พ.ร.บ. Climate Change) ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาภายในปีนี้

โลกร้อนไม่ไหว ! ไทยมุ่ง Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี เร่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 47%

พ.ร.บ. Climate Change จะเป็นกฎหมายหลักที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึง

• การบังคับรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG reporting)

• กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับ เช่น ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)

• ระบบการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme: ETS)

• การจัดตั้งกองทุนสภาพภูมิอากาศ

อย่างไรก็ดี ความรวดเร็วและความเข้มงวดของทิศทางนโยบาย Net Zero ของไทยขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการบังคับใช้ พ.ร.บ. Climate Change รวมถึงระดับของการกำหนดราคาคาร์บอนในกฎหมายลูก ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายหลังกฎหมายหลักบังคับใช้ไปแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี

การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 จึงเปรียบเสมือนการแข่งวิ่งมาราธอนที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการประกาศจุดยืนเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการออกกฎหมายที่เข้มงวดและรวดเร็วเพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ (เช่น ราคาคาร์บอน) ให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นจริงในทางปฏิบัติ
 

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. ยกระดับ 5 มาตรการเข้มสกัดทุนเทา-บัญชีม้า-หลอกลงทุน