เปิดโมเดลสุดล้ำเทียนจิน-สิงคโปร์อีโคซิตี้ เมืองนิเวศแห่งแรกของจีนที่โลกยอมรับ
เมืองนิเวศเทียนจิน จีน–สิงคโปร์ คว้ารางวัลเมืองสีเขียวอัจฉริยะระดับโลก จากการพัฒนาพื้นที่ยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และโมเดลเมืองนิเวศที่ต่อยอดได้จริง
KEY
POINTS
- "เมืองนิเวศเทียนจิน-สิงคโปร์" เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างจีนและสิงคโปร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยเป็นเมืองแรกของจีนที่ได้รับรางวัล “เมืองสีเขียวอัจฉริยะ” จากเวที Global Forum on Human Settlements (GFHS) ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของโมเดลการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน
- จุดเด่นของโครงการคือการพลิกฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรม (ที่ดินเกลือและบ่อน้ำเสีย) ให้กลายเป็นเมืองสีเขียวที่มีชีวิตชีวา โดยใช้ดัชนีชี้วัดความยั่งยืน (KPIs) ที่ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเป็นกรอบในการพัฒนามาตั้งแต่ต้น
- โมเดลของเมืองผสมผสานเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เข้ากับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน อาคารเขียวทั้งหมด แนวคิดเมืองฟองน้ำ (Sponge City) เพื่อจัดการน้ำ และการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว
เมืองนิเวศเทียนจิน-สิงคโปร์ (China-Singapore Tianjin Eco-City) ได้สร้างชื่อเสียงครั้งสำคัญในปี 2568 เมื่อได้รับรางวัล New Sustainable Cities and Human Settlements Awards 2025 ภายในการประชุม 20th Annual Session of the Global Forum on Human Settlements (GFHS) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และกลายเป็นเมืองแรกของจีนที่ได้รับรางวัล “เมืองสีเขียวอัจฉริยะ” ระดับโลก
การประชุมประจำปีครั้งที่ 20 ของการประชุมโลก ว่าด้วยการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ (The 20th Annual Session of Global Forum on Human Settlements: GFHS) รวมถึงพิธีมอบรางวัลการตั้งถิ่นฐานมนุษย์และเมืองใหม่ยั่งยืน ประจำปี 2568 ได้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยในงานนี้ เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ (China-Singapore Tianjin Eco-City) ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองสีเขียวอัจฉริยะระดับโลก ภายใต้รางวัลการตั้งถิ่นฐานมนุษย์และเมืองใหม่ยั่งยืน นับเป็นเมืองแรกของจีนที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการพัฒนาเมืองในประเทศจีน
รางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาตินี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2548 โดย GFHS ร่วมกับองค์กรชั้นนำระดับโลก ได้แก่ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-HABITAT) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นมาตรฐานในการยกย่องความเป็นเลิศด้านการตั้งถิ่นฐานมนุษย์และการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน
ภายใต้กรอบการประเมินที่เข้มงวดและรัดกุม ครอบคลุม 6 มิติหลัก ได้แก่ การวางแผนและการพัฒนาพื้นที่ บริการขั้นพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยแบ่งออกเป็น 18 หมวดหมู่ และ 95 ตัวชี้วัดสำคัญ เพื่อยกย่องโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกสูงสุดและสะท้อนแนวคิดก้าวหน้าอย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นของ "โครงการเมืองนิเวศเทียนจิน-สิงคโปร์" ย้อนกลับไปในเดือนเมษายนปี 2007 เมื่อผู้นำจีนและสิงคโปร์เห็นพ้องกันที่จะสร้างเมืองต้นแบบที่ยั่งยืน โดยในปลายปีนั้น (พฤศจิกายน) ได้ลงนามใน “ข้อตกลงกรอบ” (Framework Agreement) เพื่อพัฒนาเมืองแห่งนี้ให้เป็นแบบจำลองที่สามารถคัดลอกและขยายผลได้ โดยเน้นเรื่องการจัดการทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2008 เริ่มงานก่อสร้างอย่างเป็นทางการ บนพื้นที่เดิมซึ่งเป็นที่ดินเกลือ (salt-alkali wasteland) และบ่อน้ำเสีย ซึ่งถูกฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตและกลายเป็นเมืองสีเขียวได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ในการบริหารเมือง มีโครงสร้างแบบพันธมิตรระหว่างจีนกับสิงคโปร์ โดยการตั้งบริษัท Sino-Singapore Tianjin Eco-City Investment & Development Co., Ltd. ขึ้นมาเพื่อดูแลการลงทุนและพัฒนาเมือง รวมถึงคณะกรรมการบริหารเมืองนิเวศ (Administrative Committee) ที่กำหนดแนวทางการพัฒนาในระยะยาวอย่างรอบด้าน ตลอดการพัฒนา เมืองใช้ “ดัชนีความยั่งยืน (KPIs)” มาตั้งแต่แรก เมื่อเริ่มต้นมี 26 ตัวชี้วัด (22 เชิงปริมาณ + 4 เชิงคุณภาพ) ครอบคลุมด้านอากาศ น้ำ เสียง พื้นที่ชายฝั่ง ชุมชน การจ้างงาน ฯลฯ และต่อมาได้ปรับปรุงเป็น 30 ตัวชี้วัดใหม่สำหรับเป้าหมายระยะกลางและระยะยาว (2023, 2028, 2035)
เมืองนิเวศเทียนจินฯให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบนิเวศ บริเวณเดิมที่เป็นพื้นที่เกลือถูกปรับปรุงให้มีสวนสาธารณะ, ระบบคูน้ำ, และแหล่งน้ำธรรมชาติ ในขณะเดียวกันได้ส่งเสริมแนวคิด “เมืองฟองน้ำ (sponge city)” เพื่อจัดการกับน้ำฝน ลดน้ำท่วม และเก็บกักน้ำมาใช้ใหม่ ระบบบำบัดน้ำเสีย (“wastewater pond”) ขนาดใหญ่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นรูปธรรม และพลิกกลับเป็นแหล่งนิเวศที่มีชีวิตชีวา ขณะที่แหล่งน้ำชายฝั่ง (nearshore water) มีมาตรฐานคุณภาพสูงถึง “ดีเยี่ยม” ในหลายพื้นที่
ด้านคุณภาพอากาศและพื้นที่สีเขียว เมืองได้พัฒนาแผนภูมิและตัวชี้วัดให้ครอบคลุมแนวชายฝั่ง (shoreline protection) ระบบนิเวศชุ่มน้ำ (wetland), การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการปลูกต้นไม้ท้องถิ่น (native species) เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) และลดมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน ข้อมูลจาก “White Paper 2022” ระบุว่า PM2.5 ของเมืองลดลงอย่างมาก จากประมาณ 93 ไมโครกรัม/ลบ.ม. (ปีเริ่มต้น) เหลือ 35 ไมโครกรัม/ลบ.ม. (ปี 2022) และจำนวนวันอากาศ “ดี / น่าพอใจ” เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน4
ส่วนโมเดลการบริหารเมืองเทียนจินได้พัฒนาระบบ “1 + 3 + N” สำหรับเมืองอัจฉริยะ (smart city) โดย “1” คือโครงสร้างพื้นฐานร่วม, “3” คือสามด้านหลัก (เช่น สภาพแวดล้อม บริการฉุกเฉิน และการก่อสร้าง) และ “N” คือแอปพลิเคชันย่อยด้าน smart ต่าง ๆ เพื่อให้ครบทั้งในมิติที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ และการบริการสาธารณะ ปัจจุบัน มีแอปพลิเคชันสมาร์ทมากมาย เช่น ชุมชนอัจฉริยะ (smart community), ระบบขนส่งอัจฉริยะ (smart transport), ระบบควบคุมเมือง (smart governance) และ “สมองเมือง (city brain)” ที่เชื่อมข้อมูลหลายมิติ (สิ่งแวดล้อม / จราจร /ฉุกเฉิน) เพื่อการตัดสินใจแบบบูรณาการ
ในช่วงเวลาประมาณ 15 ปีของการพัฒนา เทียนจินนิเวศซิตี้ได้เปลี่ยนโฉมจากที่ดินเค็มและถนนเปล่าให้กลายเป็นเขตเมืองสีเขียวที่มีชีวิตชีวา มีพื้นที่สร้างแล้วประมาณ 22 ตารางกิโลเมตร โดยมีพื้นที่สีเขียวกว่า 11 ล้านตารางเมตร
ด้านการใช้พลังงาน เมืองเลือกใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ (solar), พลังงานลม (wind) หรือความร้อนใต้ดิน (geothermal) โดยนำมาปรับใช้ในอาคารต่าง ๆ เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาคารส่วนใหญ่ในเมืองเป็น “อาคารเขียว (green buildings)” ที่ใช้วัสดุประหยัดพลังงาน และออกแบบมาให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเมืองยังส่งเสริมการเดินทางแบบสีเขียว (green transport) ทั้งการเดินเท้า, ระบบขนส่งสาธารณะ และเลี่ยงการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวมากเกินไป
ในมิติเศรษฐกิจและสังคม เทียนจินนิเวศซิตี้ได้วางโครงสร้างเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมสีเขียว (green economy) โดยส่งเสริมกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีอัจฉริยะ (smart tech), การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-วัฒนธรรม, และการสร้างนวัตกรรมในวัสดุก่อสร้างสีเขียว
รายงานระบุว่ามีบริษัทมากกว่า 28,000 แห่งในเมืองนี้ และรายได้ภาษีอุตสาหกรรมคิดเป็นสัดส่วนสูงมากของงบประมาณเมือง ในส่วนของชุมชน เมืองแบ่งเป็น “เซลล์นิเวศ (ecological cells) – ชุมชนสีเขียว – โซนเขียว” เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ มีความสุข และสะดวกสบาย พร้อมกันนั้นยังมีโรงเรียน โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ครบครัน
ในเวทีระดับโลก การคว้ารางวัล GFHS ของเทียนจิน Eco-City ไม่ได้มาเพียงเพราะ “ไอเดียสวยงาม” เท่านั้น แต่เพราะแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น, การวางแผนที่มองการณ์ไกล, การใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด และเป้าหมายระยะยาวด้านความยั่งยืน
ภายในงานนี้ จาง หย่งฉาง ประธานบริษัท China-Singapore Tianjin Eco-City Investment Development Co., Ltd. ได้มาร่วมแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ก้าวล้ำของเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ ซึ่งรวมถึงการออกแบบระดับสูงที่มองการณ์ไกล แนวคิดริเริ่มในการส่งเสริมนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ ความพยายามในการสร้างระบบนิเวศเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชาญฉลาด และยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ในการส่งเสริมเศรษฐกิจเทคโนโลยีสีเขียว
ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “โซลูชันของเมืองนิเวศ” และเป็นบทเรียนที่เมืองอื่น ๆ ทั่วโลกสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน
เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลจีนกับสิงคโปร์ และถือเป็นเมืองนิเวศแห่งแรกของโลกที่ได้รับการพัฒนาผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในระดับทวิภาคี โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน เมืองนิเวศฯ ยังคงยึดมั่นในพันธกิจการพัฒนาเมืองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปล่อยคาร์บอนต่ำ และมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง
อ้างอิง:
www.eco-city.gov.cn


