posttoday

เบื้องหลังไทยดี (ThaID) เทคโนโลยีระดับชาติที่อยู่ในมือถือกว่า 28 ล้านเครื่อง

27 ตุลาคม 2568

ThaID แอปยืนยันตัวตนคนไทยกว่า 28 ล้านคน สู่ยุค Digital Government ที่ทุกธุรกรรมทำได้บนมือถือ ผลงานทีมคนไทย Control Data และ CDG Group

KEY

POINTS

  • ThaiD คือแอปพลิเคชัน Digital ID แห่งชาติที่พัฒนาโดยบริษัท คอนโทรลดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อใช้ยืนยันตัวตนดิจิทัลสำหรับบริการภาครัฐ โดยอาศัยจุดแข็งของไทยที่มีฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ที่สมบูรณ์และแม่นยำเป็นพื้นฐาน
  • มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 28 ล้านคน และได้เปลี่ยนรูปแบบการติดต่อราชการให้เป็นแบบออนไลน์ เช่น การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ ช่วยให้ประชาชนประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย กลายเป็นประตูสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
  • ระบบถูกออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล และความสำเร็จของเทคโนโลยีนี้ยังทำให้บริษัทไทยได้รับความไว้วางใจให้ไปพัฒนาระบบ Digital ID ให้กับประเทศมัลดีฟส์

“ในอนาคต การทำธุรกรรมออนไลน์จะมุ่งไปสู่รูปแบบ “Self-Service” มากขึ้น หรือพูดง่าย ๆ คือ ประชาชนสามารถทำธุรกรรมด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องพบเจ้าหน้าที่เหมือนในอดีต ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบนี้คือ “การยืนยันตัวตนทางดิจิทัล” หรือ Digital ID ที่จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการยืนยันว่า “ผู้ทำธุรกรรมออนไลน์นั้นคือเจ้าของตัวจริง”

 

โทรศัพท์เครื่องเดิมที่เราใช้โอนเงิน ซื้อของ หรือแชตคุยกับเพื่อน วันนี้กลายเป็น “ประตู” สู่บริการภาครัฐเกือบทั้งหมดของประเทศ ในแอปเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า ThaID คนไทยกว่า 28 ล้านคน ได้ยืนยันตัวตนของตนเองเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องยื่นเอกสารกระดาษสักใบ เบื้องหลังแอปนี้คือการทำงานเงียบ ๆ ของทีมเทคโนโลยีจาก บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้อยู่เบื้องหลัง Digital Citizen Service ของภาครัฐ ที่เปลี่ยนวิธีที่คนไทยติดต่อรัฐไปเรียบร้อยแล้ว

 

วันนี้โพสต์ทูเดย์ชวนมาพูดคุยกับ นายทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี ประธานบริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด กับเบื้องหลังการพัฒนาแอปพลิเคชั่นแห่งชาติ “ThaID” ระบบ Digital ID  บัตรประชาชนดิจิทัล หรือ การยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัลของไทย ผลงานที่น่าภาคภูมิใจของบริษัทไทยก่อนที่จะกลายเป็นที่ปรึกษาออกแบบระบบทะเบียนราษฎร์ดิจิทัล (CRVSID) ให้กับประเทศหมู่เกาะอย่างมัลดีฟส์

 

ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนโทรลดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด

 

“ในอนาคต การทำธุรกรรมออนไลน์จะมุ่งไปสู่รูปแบบ “Self-Service” มากขึ้น หรือพูดง่าย ๆ คือ ประชาชนสามารถทำธุรกรรมด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องพบเจ้าหน้าที่เหมือนในอดีต ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบนี้คือ “การยืนยันตัวตนทางดิจิทัล” หรือ Digital ID ที่จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการยืนยันว่า “ผู้ทำธุรกรรมออนไลน์นั้นคือเจ้าของตัวจริง” คุณทวีศักดิ์กล่าวเริ่มบทสนทนา

 

เมื่อเทียบกับต่างประเทศ หลายประเทศมีความหลากหลายในระบบยืนยันตัวตน เนื่องจากบางประเทศ ไม่มีฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์แบบครบถ้วนเหมือนของไทย การออกบัตรหรือการลงทะเบียนประชาชนจึงใช้วิธีอื่นแทน เช่น ใช้ บัตรประกันสังคม หรือ ใบขับขี่ เป็นหลักฐานยืนยันตัวตน ซึ่งทำให้รูปแบบการใช้ Digital ID แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

 

สำหรับประเทศไทยถือว่ามี โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลประชาชนที่แข็งแรงมาก เพราะเรามีระบบทะเบียนราษฎร์ที่จัดเก็บข้อมูลตั้งแต่ “เกิดจนตาย” โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน ทั้งการลงทะเบียน การออกบัตรประชาชน และการจัดเก็บฐานข้อมูลประชาชนแบบครบวงจร

 

การออกบัตรประชาชนในประเทศไทยนั้น ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ก่อนเท่านั้นถึงจะออกบัตรได้ เดิมทีการออกบัตรจะเริ่มตอนอายุ 15 ปี แต่ปัจจุบันลดเหลือ 7 ปี เพื่อให้ระบบข้อมูลประชาชนมีความครบถ้วนและต่อเนื่องตั้งแต่อายุยังน้อย

 

คุณทวีศักดิ์กล่าวว่า “จุดแข็งอีกประการหนึ่งคือ “Foundation Data” หรือฐานข้อมูลพื้นฐานของประเทศ ที่จัดทำและเก็บรักษาอย่างเป็นระบบระเบียบมานาน ทำให้การพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัลเป็นไปได้ง่ายกว่าในหลายประเทศ เพราะเรามีข้อมูลที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่เอกสารทางราชการจนถึงระบบดิจิทัล”

 

กล่าวได้ว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในระดับหนึ่งในการก้าวสู่ยุคของ Digital ID และการทำธุรกรรมออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เพราะพื้นฐานข้อมูลของเรามีความถูกต้อง ครอบคลุม และเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

จุดเริ่มต้นของ “ThaID” (ไทยดี) จากระบบทะเบียนราษฎร์สู่ Digital Identity ของคนทั้งชาติ

คุณทวีศักดิ์กล่าวว่า “จริง ๆ แล้ว Digital ID ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก หลายประเทศทำมาก่อนเรา เช่น เอสโตเนีย สิงคโปร์ ฟินแลนด์ แต่สิ่งที่ประเทศไทยมีความพร้อมมากคือ ‘ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์’ ของกรมการปกครอง ซึ่งถือว่าครบถ้วนและแม่นยำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เมื่อเรามีฐานข้อมูลที่แข็งแรง การต่อยอดสู่ Digital ID จึงเกิดขึ้นได้จริง”

 

“ThaID เป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนในโลกออนไลน์ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยใช้หลักการผสมผสานระหว่าง ‘เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก’ และ ‘ใบหน้า’ ผ่านระบบ Biometric Matching แบบ 1:1 (Biometric+ตัวเลข 13 หลัก) เพื่อยืนยันว่าคนคนนั้นคือตัวจริง ไม่ใช่ใครอื่นที่สวมรอยมา”

 

“ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด  คือความสะดวกของประชาชน ปัจจุบันมีคนไทยกว่า 28 ล้านคนที่ลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD แล้ว” คุณทวีศักดิ์กล่าวถึงตัวเลขล่าสุด “และมีคนทำธุรกรรมสำคัญอย่างเช่น ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์กว่า 400,000 ราย โดยไม่ต้องถือเอกสารไปยื่นที่อำเภอ”

 

เบื้องหลังไทยดี (ThaID) เทคโนโลยีระดับชาติที่อยู่ในมือถือกว่า 28 ล้านเครื่อง

 

ThaID จึงไม่ได้เป็นแค่แอปพลิเคชันที่ยืนยันตัวตน แต่กำลังกลายเป็น “ประตูรวมบริการภาครัฐ” จากบริการพื้นฐานอย่างตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง ไปจนถึงขอคัดทะเบียนราษฎร์ ใบขับขี่ หรือใบสูติบัตร ทุกอย่างเชื่อมกันได้ด้วยการสแกนหน้าเพียงครั้งเดียว

 

ความปลอดภัยคือหัวใจ

การเก็บข้อมูลของประชาชนระดับชาติไม่ใช่เรื่องเล็ก ความปลอดภัยจึงเป็น “หัวใจ” ของทุกการออกแบบของ ThaID

 

คุณทวีศักดิ์อธิบายว่า ระบบนี้สร้างตามมาตรฐานของ NIST (National Institute of Standards and Technology) จากสหรัฐอเมริกา และผ่านการ ทดสอบเจาะระบบ (Penetration Test) ในระดับเดียวกับแอปพลิเคชันธนาคาร

 

“ทุกข้อมูลมีการเข้ารหัสสองชั้นและไม่ถูกจัดเก็บในอุปกรณ์มือถือโดยตรง” เขากล่าว
“การยืนยันตัวตนผ่านใบหน้าใช้เทคโนโลยี Biometric ที่ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ ทั้งด้านความแม่นยำและความปลอดภัย”

 

ไม่เพียงเท่านั้น ทีมพัฒนายังมีระบบ Security Operation Center (SOC) คอยตรวจสอบภัยคุกคามไซเบอร์แบบเรียลไทม์ ทุกความพยายามเข้าสู่ระบบที่ผิดปกติจะถูกตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองทันที

 

“ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์” ตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้

หนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดหลังเปิดตัว ThaID คือ “การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์” ก่อนหน้านี้ ประชาชนต้องถือเอกสารหลายชุดเดินทางไปอำเภอ ใช้เวลารอคิวหลายชั่วโมง แต่วันนี้ ทุกขั้นตอนสามารถทำได้ผ่านแอป ThaID โดยยืนยันตัวตนผ่านใบหน้าและเลขบัตร 13 หลัก

 

ข้อมูลจากกรมการปกครองระบุว่า หลังเปิดบริการในปีแรก มีประชาชนกว่า 400,000 ราย ใช้บริการนี้สำเร็จ และประหยัดเวลาเดินทางรวมกันกว่า 2.4 ล้านชั่วโมง หากคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ก็เทียบเท่ากับการลดต้นทุนภาครัฐและประชาชนกว่า หลายร้อยล้านบาทต่อปี

 

“เราวัดความสำเร็จไม่ใช่จากยอดดาวน์โหลด แต่จากเวลาที่ประชาชนประหยัดได้ เพราะทุกครั้งที่มีคนพูดว่า ‘ไม่ต้องไปอำเภอแล้ว’ นั่นคือความหมายของรัฐบาลดิจิทัลจริง ๆ”

 

ไทยสู่โลก จาก ThaID ถึง Maldives Digital ID

เบื้องหลัง ThaID ยังมีอีกหนึ่งโครงการระดับนานาชาติที่ไม่ค่อยมีใครรู้ นั่นคือ “Maldives Digital ID” ผ่านระบบทะเบียนราษฎร์ดิจิทัล หรือ CRVSID (Civil Registration and Vital Statistics with ID) 

 

ประเทศมัลดีฟส์ซึ่งมีประชากรเพียงราว 500,000 คนแต่มีเกาะมากกว่า 1,000 เกาะ ได้เลือก Control Data ในการออกแบบระบบ Digital ID และทะเบียนราษฎร์ทั้งระบบ โดยใช้โมเดลจากประเทศไทยเป็นต้นแบบ

 

“รัฐบาลมัลดีฟส์ศึกษาระบบของหลายประเทศ และสุดท้ายเลือกบริษัทของเรา จากประสบการณ์ที่เราทำได้จริงในระดับประเทศ”

 

“ตอนนี้ Control Data ได้ช่วยออกแบบทั้งระบบการลงทะเบียน การออกบัตร และระบบเชื่อมต่อบริการภาครัฐครบวงจร” โครงการนี้จึงไม่เพียงเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ของไทยสู่ต่างประเทศ แต่ยังสะท้อนว่า Digital Infrastructure ของไทยมีศักยภาพระดับโลก

 

มากกว่านั้นคือผลงานอันน่าภาคภูมิใจที่สามารถคว้าชัยในโครงการเหนือคู่แข่งที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกมาได้จากประสบการณ์และราคาที่เหมาะสมสำหรับเทคโนโลยีที่ไม่ต้องจ่ายเกินจริงหรือมากไปจนเกินความพอดี

 

วิสัยทัศน์สู่ “Digital Government” เต็มรูปแบบ

สำหรับคุณทวีศักดิ์ รัฐบาลดิจิทัลไม่ได้หมายถึง “การมีแอปมากขึ้น” แต่หมายถึง “ประชาชนไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ หรือยื่นเอกสารเดิมให้หน่วยงานต่าง ๆ ซ้ำซาก”

 

เมื่อมี Digital ID แล้ว หน่วยงานภาครัฐสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างปลอดภัยผ่านระบบกลางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารงาน

 

“ในอนาคต ประชาชนจะใช้ ThaID เป็นบัตรประชาชนดิจิทัล เชื่อมทุกบริการตั้งแต่สาธารณสุข การศึกษา ไปจนถึงสวัสดิการรัฐ หน่วยงานไม่ต้องขอสำเนาบัตรประชาชนอีกต่อไป เพราะข้อมูลถูกยืนยันแล้วผ่านระบบกลาง”

 

และสิ่งสำคัญอีกประการคือการสร้าง “Digital Literacy” หรือความเข้าใจดิจิทัลให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและคนในพื้นที่ห่างไกล ที่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ ในโครงการมากมายของรัฐ

 

คุณทวีศักดิ์มองว่า ไทยมาถูกทางแล้วและต้องขยายการใช้งานออกไปอย่างต่อเนื่องให้เกิดการรับรู้และความเคยชินในการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนที่คนส่วนใหญ่ต่างคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
 

“CDG Group” วิสัยทัศน์แห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital Transformation

ในฐานะบริษัทในเครือ CDG Group  หนึ่งในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศที่อยู่คู่ประเทศไทยมามากกว่า 50 ปี คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) เป็นหนึ่งในเสาหลักที่ผลักดันการเปลี่ยนผ่านของภาครัฐเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

 

CDG Group ดำเนินการบนแนวทาง “Technology for a Better Society” ที่ให้บริการครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ Digital Infrastructure และ GIS ไปจนถึงระบบ Cloud และ Data Analytics

 

คุณทวีศักดิ์กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation สำหรับภาครัฐไทยไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่คือ “การเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน” ให้ทุกหน่วยงานเห็นคุณค่าของข้อมูล และใช้ข้อมูลนั้นขับเคลื่อนการตัดสินใจ

 

“เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ‘คน’ ที่เข้าใจว่าจะใช้มันอย่างไรเพื่อสร้างประโยชน์ต่อประชาชน”

 

เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นภาษากลางระหว่างรัฐกับประชาชน

ตลอดการสนทนา คุณทวีศักดิ์พูดถึง “คน” มากกว่า “เทคโนโลยี”เพราะสุดท้ายสิ่งที่เขาเชื่อ คือเทคโนโลยีที่ดีต้องทำให้ชีวิตคนง่ายขึ้น และสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนได้มากขึ้น

 

“ThaiD คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเชื่อมั่นใหม่ระหว่างภาครัฐกับประชาชน ผ่านเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย”

 

“เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานนี้ และอยากให้คนไทยรู้ว่า เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป”

 

ในวันที่โทรศัพท์กลายเป็นบัตรประชาชน และการยืนยันตัวตนใช้เพียงใบหน้าเดียว ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Digital Government อย่างแท้จริง โดยมีทีมคนไทยเบื้องหลังอย่าง คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) และกลุ่มบริษัทซีดีจี ที่ทำงานกันอย่างเงียบงันแต่ทรงพลัง

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด ราชบุรี เอฟซี พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟุตบอลไทยลีก วันนี้ 4 เม.ย.69