
มาเก๊าเล็งใช้ "ศิลปินเสมือนจริง" สู้ศึกแข่งขัน ศูนย์กลางบันเทิงโลก
มาเก๊าปรับกลยุทธ์บันเทิง เตรียมดึงศิลปินเสมือนจริงและ AI ขึ้นเวที สู้ศึกการแข่งขันระดับโลกและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว พร้อม “คืนชีพ” ไมเคิล แจ็คสัน!
KEY
POINTS
- มาเก๊าเผชิญความท้าทายในการดึงดูดศิลปินระดับโลกมาแสดงสดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้นทุนสูงและการแข่งขันที่รุนแรง จึงต้องหาทางเลือกใหม่เพื่อรักษาตำแหน่งศูนย์กลางความบันเทิง
- แนวคิด "ศิลปินเสมือนจริง" ถูกเสนอเป็นทางออก โดยเป็นการใช้เทคโนโลยีสร้างศิลปินดิจิทัลขึ้นมาแสดง เช่น การจำลองวงดนตรีดังในอดีต การคืนชีพศิลปินผู้ล่วงลับ หรือการสร้างศิลปิน AI เพื่อสร้างความแปลกใหม่และยั่งยืน
- แม้จะมีศักยภาพ แต่การใช้ศิลปินเสมือนจริงยังเผชิญอุปสรรคสำคัญ ทั้งต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่สูง ปัญหาด้านลิขสิทธิ์ และความท้าทายในการสร้างประสบการณ์ให้เทียบเท่าพลังของคอนเสิร์ตสด
มาเก๊าในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น แต่ยังถูกคาดหวังให้ก้าวขึ้นมาเป็น “เมืองแห่งความบันเทิงครบวงจร” เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่มและกระจายรายได้ออกจากการพึ่งพาการพนันเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มชัดเจนหลังการฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 เมื่อรัฐบาลและผู้รับสัมปทาน (concessionaires) ต่างทุ่มงบลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น Galaxy Arena และการปรับปรุง Venetian Arena ส่งผลให้จำนวนการแสดงในมาเก๊าเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2019 แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ตามมาคือการหาศิลปินระดับโลกมาทำโชว์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงและมีการแข่งขันจากเมืองอื่น ๆ ทั่วโลกที่พร้อมจะจ่ายเงินก้อนโตเพื่อดึงดูดศิลปินรายเดียวกัน
David Baxley รองประธานภูมิภาคของ Sands China และ Marina Bay Sands ให้ความเห็นในงาน IAG EXPO ที่กรุงมะนิลา ว่า ความบันเทิงกำลังกลายเป็น “แม่เหล็ก” ที่สำคัญที่สุดของมาเก๊า แต่ความท้าทายใหญ่คือการรักษาความสดใหม่และความน่าสนใจของโชว์ในระยะยาว เขาชี้ว่า การนำศิลปินชื่อดังมาจัดคอนเสิร์ตนั้นไม่เพียงพอ เพราะไม่สามารถสร้างกระแสใหม่ได้ทุกสัปดาห์ อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ ยุโรป หรือแม้แต่ตะวันออกกลางที่ใช้เงินมหาศาลเพื่อล่อใจศิลปินระดับโลก ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง “ศิลปินเสมือนจริง” หรือ Virtual Performers จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นคำตอบ
ศิลปินเสมือนจริงไม่ได้เป็นเพียงโฮโลแกรมหรือภาพดิจิทัลที่ถูกฉายขึ้นเวที แต่กำลังพัฒนาไปสู่การสร้าง “บุคลิก” และ “เรื่องราว” ที่มีชีวิต มีฐานแฟนคลับ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมได้ไม่ต่างจากคนจริง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโชว์ Abba Voyage ที่กรุงลอนดอน ซึ่งจำลองภาพวง ABBA ในยุครุ่งเรืองขึ้นมาแสดงใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีการฉายภาพและการแสดงเสมือนแบบเรียลไทม์ ผลลัพธ์คือประสบความสำเร็จถล่มทลาย ทำรายได้จากการขายบัตรเกิน 250 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการยกย่องว่าเป็นโมเดลใหม่ของอุตสาหกรรมความบันเทิง
แนวคิดที่มาเก๊าสนใจไม่ได้หยุดอยู่แค่การนำวงดังกลับมา หากแต่ยังรวมถึงการ “คืนชีพ” ศิลปินผู้ล่วงลับอย่าง Michael Jackson หรือการสร้างศิลปิน AI ที่เกิดขึ้นในโลกดิจิทัลโดยเฉพาะ ซึ่งศิลปินเหล่านี้อาจมีชีวิตอยู่ตลอดไป ออกซิงเกิลใหม่ จัดแฟนมีตติ้งเสมือน และสร้างปรากฏการณ์ในโซเชียลมีเดียได้ไม่แพ้คนจริง ข้อดีอีกอย่างคือผู้ให้สัมปทานไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง การพักผ่อน หรือเงื่อนไขสัญญาของศิลปิน เพราะทุกอย่างสามารถควบคุมได้ผ่านเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม การนำโชว์เสมือนมาใช้จริงในมาเก๊ายังต้องเผชิญอุปสรรคหลายด้าน เริ่มจากต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงมาก เนื่องจากการสร้างภาพเสมือนและการเคลื่อนไหวที่สมจริงต้องใช้ทีมงานมืออาชีพและอุปกรณ์ล้ำสมัย อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะในกรณีของศิลปินผู้ล่วงลับที่ต้องได้รับอนุญาตจากครอบครัวหรือผู้ถือสิทธิ์ นอกจากนี้ ประสบการณ์ของผู้ชมยังเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้ เพราะคอนเสิร์ตสดมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งพลังงานของศิลปิน ความรู้สึกการมีส่วนร่วม และบรรยากาศร่วมกับผู้ชมคนอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่โชว์เสมือนยังไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด
ถึงกระนั้น Baxley เชื่อว่า กลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเกมดิจิทัลและโซเชียลมีเดียอาจเปิดรับศิลปินเสมือนได้ง่ายขึ้น พวกเขาอาจมองว่าการดูศิลปินสดบนเวทีคือเรื่องของคนรุ่นก่อน และพร้อมที่จะตื่นเต้นกับการได้เห็น “ศิลปินที่ไม่เคยแก่” หรือ “ศิลปิน AI” ที่สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ตลอดเวลา หากมาเก๊าสามารถสร้างสมดุลระหว่างโชว์สดและโชว์เสมือน รวมทั้งออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ชมรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เมืองก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมความบันเทิงในเอเชีย และรักษาสถานะศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลกเอาไว้ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกวัน
FACT:
แนวทางและศักยภาพในอนาคต
สิ่งที่อาจเกิดขึ้น
โชว์ที่ใช้เทคโนโลยีวิดีโอ / เรียลไทม์ Avatar / hologram / projection ที่ดูเหมือนศิลปินจริง ทำให้ผู้ชมได้ประสบการณ์ immersive มากขึ้น
ศิลปินเสมือนที่ถูกสร้างโดย AI มีภาพลักษณ์ บุคลิก ชีวิตส่วนตัว มีเรื่องราว มีแฟนคลับ มีข่าวสารเหมือนคนจริง อาจแข่งขันในตลาดเพลง ดนตรี และอีเวนท์ได้
การผสมผสานระหว่างศิลปินจริงและเสมือน เช่น เปิดโชว์ที่มีทั้งศิลปินสด + เวอร์ชวล หรือมีส่วนของการแสดงเสมือนเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่
ปัจจัยที่ต้องพิจารณา
กฎหมาย / สิทธิ์ในการใช้ภาพของศิลปินผู้ล่วงลับ การ “คืนชีพ” ศิลปิน เช่น Michael Jackson ผ่าน hologram หรือ projection ต้องมีสิทธิ์ทางกฎหมายจากครอบครัวหรือผู้ถือสิทธิ์เพลง/ลิขสิทธิ์ภาพ
ต้นทุนเทคโนโลยีและงานสร้าง ถึงแม้โชว์เสมือนอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว (เช่น การเดินทางของศิลปิน) แต่งานสร้าง avatar / projection / effects คุณภาพสูงไม่ใช่ถูก และต้องลงทุนสูงตั้งแต่ต้น
ดุลระหว่างผู้ชมรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ผู้ชมที่คุ้นเคยกับการชมคอนเสิร์ตสด การโต้ตอบของคนจริง ฯลฯ อาจมีความต้องการที่แตกต่าง
ประสบการณ์ของผู้ชม ความสมจริง, ความรู้สึกว่ามีการโต้ตอบ, บรรยากาศ, “พลังงาน” ของการแสดงสดทั้งหมด ถ้าโชว์เสมือนไม่สามารถทดแทนประสบการณ์เหล่านี้ได้ทั้งหมด ผู้คนอาจไม่ยอมรับ
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดยรวม
ผู้ให้บริการสิ่งบันเทิง (concessionaires) ในมาเก๊า อาจต้องปรับกลยุทธ์การลงทุน จากเน้นแต่การนำศิลปินชื่อดังมาแสดงสด เปลี่ยนมาใช้ส่วนผสมของเสมือนจริงเพื่อความยั่งยืน
เพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมาเก๊า ความบันเทิงที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะโชว์สดหรือโชว์เสมือน
ช่วยสร้าง PR / การตลาดใหม่ๆ โชว์เสมือนได้รับความสนใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว (“ไฮเทค”, “นวัตกรรม”) ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดขายได้
ที่มา: IAG







