posttoday

รู้จักทายาทเจน 3 ปรีดา เรียลเอสเตส ปั้นโซลเลซ พหลฯ เทียบชั้นสาทร

13 กันยายน 2568

เปิดวิสัยทัศน์ สองพี่น้องทายาทรุ่นที่ 3 ‘ปรีดา เรียลเอสเตส’ ปั้น ‘โซลเลซ พหลฯ-ประดิพัทธ์’ ชูทำเลทองแห่งอนาคตเทียบชั้นสาทร-สีลม

 

ท่ามกลางสมรภูมิตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนระอุและการแข่งขันที่รุนแรง จนส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อรอดูทิศทางตลาด 

 

แต่สำหรับ บริษัท ปรีดา เรียลเอสเตส จำกัด ในเครือปรีดา กรุ๊ป กลับเลือกที่จะเดินหน้าสร้างความแตกต่าง

 

ด้วยการเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิป “โซลเลซ พหลฯ–ประดิพัทธ์” มูลค่า 3,200 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพทำเลที่จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

 

โครงการนี้ขับเคลื่อนโดยสองพี่น้องทายาทรุ่นที่ 3 แห่งตระกูลปรีดานนท์ คุณปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณปิยะฉัตร ปรีดานนท์ กรรมการผู้จัดการ

 

ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานถึง 63 ปี พร้อมนำพาองค์กรให้เติบโตท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่

 

จากรุ่นสู่รุ่น รากฐาน 63 ปี สู่ความเชื่อมั่นในปัจจุบัน

 

เรื่องราวของ “ปรีดา กรุ๊ป” เริ่มต้นจากรุ่นคุณปู่ ช่างไม้ฝีมือดีจากเมืองจีนผู้ได้รับโอกาสทำงานในวัง สู่รุ่นคุณพ่อที่ศึกษาด้านวิศวกรรมและก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างของตนเอง

 

โดยมีผลงานสำคัญในวังและวัด ก่อนจะผันตัวจากผู้รับเหมาสู่การเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เต็มตัว

 

แม้จะเคยผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 กับโครงการ “บางแคซิตี้” แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่แข็งแกร่ง ก็สามารถพลิกฟื้นและสร้างแบรนด์คอนโดมิเนียมของตัวเองได้สำเร็จ

 

ไม่ว่าจะเป็น “บ้านสามเสน คอนโดมิเนียม” และ “Greene Condo” ที่สื่อถึงแนวคิดการเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ รากฐานที่มั่นคงนี้เองที่ถูกส่งต่อมายังทายาทรุ่นที่ 3 ให้ก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

 

รู้จักทายาทเจน 3 ปรีดา เรียลเอสเตส ปั้นโซลเลซ พหลฯ เทียบชั้นสาทร

 

ปักหมุดทำเลแห่งอนาคต พหลฯ-ประดิพัทธ์ 

 

หัวใจสำคัญของโครงการ “โซลเลซ” คือวิสัยทัศน์ในการเลือกทำเลที่ตั้ง คุณปิติพัฒน์และคุณปิยะฉัตรเล็งเห็นศักยภาพของย่านพหลโยธิน-ประดิพัทธ์มานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ภาครัฐเริ่มวางแผนก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์)

 

“เรามองว่าพื้นที่นี้เปรียบเสมือนหัวลำโพงเมื่อ 100 ปีที่แล้ว และในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ที่เทียบชั้นย่านสีลม-สาทรได้ไม่ยาก” คุณปิติพัฒน์กล่าว

 

ด้วยความเชื่อมั่นดังกล่าว บริษัทได้เริ่มรวบรวมที่ดินผืนงามขนาด 4 ไร่ ตั้งแต่ปี 2558 ในราคา 450 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประเมินสูงถึงกว่า 700 ล้านบาท

 

สะท้อนถึงสายตาอันเฉียบคมในการมองการณ์ไกล ทำเลนี้ไม่ได้มีดีแค่การเป็นศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

 

แต่ยังเชื่อมต่อการเดินทางสู่ใจกลางเมืองและทางด่วนได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งยังแวดล้อมด้วยเสน่ห์ของชุมชนเก่าแก่ที่เป็นแหล่งรวมของอร่อยขึ้นชื่ออย่างย่านอารีย์ สะพานควาย และราชวัตร

 

รู้จักทายาทเจน 3 ปรีดา เรียลเอสเตส ปั้นโซลเลซ พหลฯ เทียบชั้นสาทร

 

กลยุทธ์ที่เหนือกว่าการแข่งขันด้านราคา

 

ในขณะที่ตลาดแข่งขันกันด้วยราคา ปรีดา เรียลเอสเตส เลือกที่จะสร้างความแตกต่างด้วย “คุณภาพที่เกินราคา” โดยยึดมั่นในความซื่อสัตย์และการดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ

 

ซึ่งเป็นแนวทางที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น โครงการโซลเลซ พหลฯ-ประดิพัทธ์ จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

 

  • ขนาดห้องที่ใหญ่กว่า: ห้องพักเริ่มต้นที่ขนาด 34.5 ตร.ม. ซึ่งใหญ่กว่าโครงการคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันที่มักมีขนาด 25-28 ตร.ม. เพื่อให้เหมาะกับครอบครัวเริ่มต้นและมีพื้นที่ใช้สอยได้จริง

 

  • ที่จอดรถเพียงพอ: ให้ที่จอดรถสูงถึง 64% ซึ่งมากกว่าเกณฑ์มาตรฐานและโครงการทั่วไป เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้อยู่อาศัย

 

  • ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย: ออกแบบทางเดินแบบด้านเดียว (Single Corridor) ลดเสียงรบกวน และรองรับมาตรฐานความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวสูงสุด 8 ริกเตอร์

 

  • พื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์: แม้โครงการจะชะลอไปในช่วงโควิด-19 แต่บริษัทได้ใช้ช่วงเวลานั้นปรับปรุงฟังก์ชันส่วนกลางให้ตอบรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น การรองรับบริการเดลิเวอรี่ และกิจกรรมที่ต้องทำที่บ้านมากขึ้น

 

  • แนวคิดอาคารสีเขียว (Green Building): นำนวัตกรรมอาคารประหยัดพลังงานมาใช้ เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

 

ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์โครงการคุณภาพได้รับการการันตีด้วยรางวัลระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นรางวัล 5-star จากเวที International Property Award ซึ่งได้เป็น 1 ใน 3 ตัวแทนจากเอเชียแปซิฟิกไปแข่งขันในระดับโลก

 

และรางวัล Best Mid-End Condo จาก Thailand Property Award ซึ่งสะท้อนว่าโครงการสามารถมอบคุณภาพระดับ Luxury ในราคาที่จับต้องได้ (ประมาณ 1.1-1.2 แสนบาท/ตร.ม.)

 

ปัจจุบัน โครงการมีความคืบหน้าการก่อสร้างแล้วกว่า 35% และพร้อมส่งมอบภายในเดือนกันยายน 2569 โดยบริษัทฯ ยังมีแผนที่จะย้ายสำนักงานและที่อยู่อาศัยมาที่โครงการนี้ด้วย

 

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการดูแลหลังการขายและยืนยันถึงคุณภาพที่พวกเขาภาคภูมิใจอย่างแท้จริง

 

ข่าวล่าสุด

5 ภาคส่วน เซ่นพิษสงคราม SCB EIC หั่นเป้า GDP ไทยปีนี้เหลือโต 1.4%