posttoday

แอนดรูว์ สก็อตต์ ซีอีโอ IAG ชี้ไทยมีศักยภาพขึ้นแท่นฮับ Entertainment Complex

20 มิถุนายน 2568

แอนดรูว์ ดับเบิลยู สก็อตต์ จาก Inside Asian Gambling ร่วมให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภาไทยเรื่องร่างกฎหมาย Entertainment Complex ชี้ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน

เปิดมุมมองจากเวทีโลก แอนดรูว์ ดับเบิลยู สก็อตต์ เสนอข้อพิจารณาต่อนโยบาย Entertainment Complex ไทย

 

การจัดตั้งศูนย์รวมความบันเทิง (Entertainment Complex – EC) ซึ่งอาจรวมถึง คาสิโนแบบถูกกฎหมาย และ เกมออนไลน์ภายใต้การควบคุม กำลังเป็นหัวข้อถกเถียงที่สำคัญในประเทศไทย โดยเฉพาะในแง่มุมของเศรษฐกิจ การลงทุน และผลกระทบทางสังคม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ แอนดรูว์ ดับเบิลยู สก็อตต์ (Andrew W Scott) ซึ่งดำรงตำแหน่ง Vice Chairman และ CEO ของ Inside Asian Gaming (IAG) ได้รับเชิญจาก คณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภา ที่กำลังศึกษาผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและความเป็นไปได้ของ ECs ให้ขึ้นนำเสนอแนวคิด เปรียบเทียบกับมาตรฐานสากล และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อให้ไทยสามารถออกแบบนโยบายได้อย่างมีข้อมูลรอบด้าน

 

โพสต์ทูเดย์ได้เรียบเรียงข้อเสนอแนะของแอนดรูว์ ดับเบิลยู สก็อตต์ มาดังนี้

 

EC ไม่ใช่แค่ “คาสิโน” แต่คือแพลตฟอร์ม Soft Power

สก็อตต์เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจพื้นฐานว่า “Entertainment Complex” ไม่ใช่แค่ “คาสิโน” หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่รวม โรงแรมระดับโลก ศูนย์ประชุม สถานที่แสดงสินค้า ร้านอาหารระดับเชฟมิชลิน การแสดงวัฒนธรรม สวนสนุก แบรนด์หรู กีฬาอีสปอร์ต และอื่น ๆ ซึ่งสร้างรายได้จากหลากหลายแหล่ง ไม่ใช่เพียงแค่การพนัน

เขายกตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น

สิงคโปร์ ที่ผสานคาสิโนกับ Marina Bay Sands ซึ่งสร้างรายได้ให้รัฐมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศสู่ “เมืองแห่งนวัตกรรมและการลงทุน”

มาเก๊า ที่กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงความบันเทิงระดับโลก

ญี่ปุ่น ที่แม้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนารีสอร์ทแบบผสมผสาน (IR) แต่มีกรอบการกำกับดูแลที่เข้มงวดระดับสูง

 

แอนดรูว์ สก็อตต์ ซีอีโอ IAG ชี้ไทยมีศักยภาพขึ้นแท่นฮับ Entertainment Complex

 

โอกาสทองของประเทศไทยในสายตานักลงทุน

สก็อตต์ระบุว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งหลายประการที่เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ ได้แก่

  • ประชากรจำนวนมาก (เฉพาะกรุงเทพฯ มีประชากรเกือบ 10 ล้านคน) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฐานผู้บริโภคที่มีศักยภาพ
  • พฤติกรรมการเล่นพนันในสังคมไทย ที่มีอยู่แล้วแม้ผิดกฎหมาย โดยมีตลาดมืดที่เฟื่องฟู แสดงถึงดีมานด์ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างถูกต้อง
  • วัฒนธรรมที่แข็งแกร่งและน่าสนใจระดับโลก ทั้งอาหารไทย มวยไทย งานฝีมือ OTOP และการบริการแบบไทย ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดใน EC ได้
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ทั้งสนามบิน โรงแรม ระบบขนส่ง และบุคลากรที่ชำนาญด้านบริการ
  • ทำเลที่ตั้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหมาะสำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย และตะวันออกกลาง

 

“ถ้าไทยสามารถควบคุมเกมพนันผิดกฎหมายได้ และเปิดตลาดแบบโปร่งใส มีระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน นักลงทุนรายใหญ่ระดับโลกจะเข้ามาในทันที” แอนดรูว์ ดับเบิลยู สก็อตต์

 

20 ปัจจัยหลักที่นักลงทุนจะพิจารณา ก่อนตัดสินใจ

สก็อตต์สรุป 20 ปัจจัยที่นักลงทุนรายใหญ่ในอุตสาหกรรม EC จะนำมาใช้ในการประเมินก่อนเข้าตลาด โดย 5 ปัจจัยแรกที่มีผล “ชี้ขาด” ได้แก่

  • รายได้จากการพนันรวม (Gross Gaming Revenue – GGR), อัตราภาษี และค่าธรรมเนียมอื่น
  • สิทธิ์ความเป็นเอกสิทธิ์ (exclusivity) เช่น จำกัดจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตต่อพื้นที่
  • ข้อกำหนดบัญชีเงินฝากขั้นต่ำ 50 ล้านบาท ซึ่งเขาระบุว่า “เป็นตัวทำลายดีลที่แน่นอน”
  • การบังคับให้ทำ Public-Private Partnership (PPP) ซึ่งเพิ่มความซับซ้อนในการบริหาร
  • ระยะเวลาการออกและต่ออายุใบอนุญาต – 30 ปีแรก + ต่ออายุ 10 ปีต่อครั้ง

นอกจากนี้ยังมีคำถามที่นักลงทุนต้องการคำตอบชัดเจน:

  • รัฐบาลจะกำหนดจำนวน ECs ทั้งหมดกี่แห่ง?
  • ต้องมีโครงสร้างหุ้นแบบจับคู่กับบริษัทไทยหรือไม่?
  • ต้องลงทุนขั้นต่ำเท่าไร? มีเพดานหรือไม่?
  • การถือครองที่ดินของนักลงทุนต่างชาติจะเป็นไปได้หรือไม่?
  • จะมีการอนุญาตเกมออนไลน์หรือไม่ – ทั้งสำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตบนที่ดิน และผู้เล่นรายใหม่?
  • หน่วยงานกำกับดูแลจะมีความเป็นอิสระหรือถูกควบคุมโดยฝ่ายการเมือง?

 

ข้อเสนอแนะต่อร่างกฎหมาย ควรปรับตรงไหน?

แม้จะชื่นชมว่าร่างกฎหมายมีโครงสร้างที่ “น่าประทับใจในหลายจุด” สก็อตต์เสนอข้อปรับปรุงสำคัญ ได้แก่:

1. ควรตัดเงื่อนไขเงินฝากขั้นต่ำ 50 ล้านบาท

เพราะเป็น “ข้อจำกัดที่ไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล” และเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการที่ดีแต่มีทุนไม่ใช่ระดับบรรษัทข้ามชาติ

2. หน่วยงานกำกับดูแลควร “เป็นอิสระ” อย่างแท้จริง

ไม่ควรอยู่ภายใต้การควบคุมทางการเมือง เช่น การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบาย เพราะอาจทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และสร้างความไม่มั่นใจในสายตานักลงทุน

3. ต้องกำหนดกรอบกฎหมายออนไลน์ให้ชัดเจน

การอนุญาตให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถดำเนินธุรกิจออนไลน์ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด จะช่วยลดอำนาจตลาดมืด และสร้างรายได้ให้รัฐในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

 

จากเวที TECR สู่สาธารณะ การถกเถียงที่เริ่มมีเหตุผล

การนำเสนอครั้งนี้มีรากฐานจากเวที Thailand Entertainment Complex Roundtable (TECR) ที่จัดขึ้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2568 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เชิญผู้เห็นด้วยและผู้คัดค้านมานั่งโต๊ะเดียวกันอย่างเปิดเผยและมีวุฒิภาวะ

 

“TECR ชี้ให้เห็นว่า การพูดคุยเรื่อง ECs ในไทยสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยข้อมูล ไม่ใช่แค่ความกลัวหรืออารมณ์”  แอนดรูว์ ดับเบิลยู สก็อตต์

 

TECR มีสื่อมวลชนกว่า 40 สำนักเข้าร่วม และก่อให้เกิดบทความในสื่อไทยกระแสหลักนับสิบชิ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความรู้ความเข้าใจในสังคมไทยว่า EC ไม่ใช่เพียง “สถานที่เล่นพนัน” แต่เป็น “นวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ” ที่สามารถยกระดับประเทศได้ หากมีการออกแบบนโยบายอย่างรอบคอบ

 

โอกาสที่ต้องออกแบบด้วยข้อมูล ไม่ใช่อคติ

การเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเช่น แอนดรูว์ ดับเบิลยู สก็อตต์ มาให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาไทย ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าสังคมไทยกำลังก้าวสู่การออกแบบนโยบายบนพื้นฐาน “ข้อเท็จจริง” ไม่ใช่ “ความกลัว”

 

หากประเทศไทยสามารถออกแบบกรอบกฎหมายที่ชัดเจน มีระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส และผสมผสานวัฒนธรรมไทยอย่างสร้างสรรค์ EC จะไม่ใช่เพียงช่องทางหารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังเป็นเวทีในการ “ส่งออก Soft Power ไทย” สู่โลก ผ่านประสบการณ์ระดับโลกในแบบฉบับของไทยเอง

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน - ประธานฉาย บุนนาคร่วมฉลองความสัมพันธ์170ปีอังกฤษ-ไทย