posttoday
รับสร้างบ้านหวั่นนโยบายหาเสียงขึ้นค่าแรง ทำราคาบ้านพุ่ง 12%

รับสร้างบ้านหวั่นนโยบายหาเสียงขึ้นค่าแรง ทำราคาบ้านพุ่ง 12%

21 มิถุนายน 2554

แนวโน้มต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากทั้งวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมัน และค่าแรงงาน เป็นปัจจัยที่ยากจะเลี่ยงได้สำหรับวงการรับสร้างบ้าน การปรับตัวในทุกรูปแบบเท่านั้น จึงจะเป็นทางออกที่ดี เป็นผลให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ต้องลุกขึ้นจัดสัมมนา ภายใต้หัวข้อ Decoding Cost : ถอดรหัสสกัดต้นทุนแพง เพื่อหาแนวทางรับมือกับวิกฤตต้นทุนพุ่งดังกล่าว

แนวโน้มต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากทั้งวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมัน และค่าแรงงาน เป็นปัจจัยที่ยากจะเลี่ยงได้สำหรับวงการรับสร้างบ้าน การปรับตัวในทุกรูปแบบเท่านั้น จึงจะเป็นทางออกที่ดี เป็นผลให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ต้องลุกขึ้นจัดสัมมนา ภายใต้หัวข้อ Decoding Cost : ถอดรหัสสกัดต้นทุนแพง เพื่อหาแนวทางรับมือกับวิกฤตต้นทุนพุ่งดังกล่าว

รับสร้างบ้านหวั่นนโยบายหาเสียงขึ้นค่าแรง ทำราคาบ้านพุ่ง 12%

นริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวในฐานะประธานเปิดงานดังกล่าวว่า แนวโน้มนับจากนี้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยในประเทศ และต่างประเทศ โดยในภาคธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเตรียมรับมือกับราคาวัสดุก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้นอีก จากนโยบายสร้างเมกกะโปรเจคของรัฐบาลชุดใหม่

“จะเห็นได้ว่านโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองส่วนใหญ่ ล้วนมุ่งเป้าไปยังการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในลักษณะโครงการเมกกะโปรเจค ซึ่งไม่ว่าพรรคการเมืองใหม่เข้ามาก็จะต้องผลักดันให้โครงการเหล่านี้เกิดขึ้น”

สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น ต้องการใช้แรงงานที่มากขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้างต่างๆ และค่าแรงงานจะขยับสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด ซึ่งผู้ประกอบการรับสร้างบ้านควรหาแนวทางในการควบคุมต้นทุนก่อสร้าง โดยสมาคมฯ ควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดูแลสมาชิก เช่น การรวมตัวสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง การล็อคราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าให้กับทั้งสมาชิก การใช้พื้นที่เก็บวัสดุก่อสร้างร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนต่างๆ

นอกจากนี้ ยังต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องแรงงานขาดแคลนอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยสมาคมฯ ควรเร่งหาแนวทางผลิตแรงงานฝีมือใหม่ๆ เข้าสู่ระบบ ซึ่งอาจจะคล้ายกับวิธีการของตลาดทุน ที่มีวิทยาลัยตลาดทุน เป็นต้น และจังหวะนี้ ต้องระมัดระวังเรื่องการรับงาน ไม่ควรรับงานเกินตัว เพราะอาจมีความเสี่ยงจากปัจจัยทั้งเรื่องต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงาน

ฟันธงราคาน้ำมันอีก 2 ปีทะลุ150เหรียญ

ด้านมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันและพลังงาน กล่าวว่า ความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกของประเทศยักษ์ใหญ่ ยังคงสูงขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึง การที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากสึนามิจนทำให้ไม่สามารถใช้การได้เต็มความสามารถ จะทำให้ญี่ปุ่นต้องนำเข้าพลังงานเพิ่มเติม เพื่อใช้ทดแทนพลังงานจากนิวเคลียร์

ขณะที่สถานการณ์การผลิตน้ำมัน หรือส่งออกน้ำมันยังคงสวนกระแสความต้องการ จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในตะวันออกกลาง จากทั้งความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการผลิตมีโอกาสลดลง  จึงมีการคาดการณ์ว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ราคาน้ำมันจะพุ่งไปถึง 150-200 เหรียญสหรัฐต่อบาห์เรล

รัฐบาลไทยต้องหาแนวทางรับมืออย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ใช้วิธีตรึงราคาน้ำมัน ที่จะมีผลกระทบในระยะยาว เพราะในเดือนก.ย.ที่จะถึงนี้ รัฐจะเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน เงินเฟ้อจะกระชากขึ้นไป และจะส่งผลต่อราคาสินค้าและวัสดุก่อสร้าง แต่หากรัฐอุดหนุนต่อเนื่อง รัฐจะสูญเสียเงินภาษีสูงถึง 8-9 หมื่นล้านบาท  หรือเกือบปีละ 1 แสนล้านบาท

ดัชนีราคาวัสดุพ.ค.ขยับแรง 5.6%

เสาวคนธ์ ตัณตรีบูรณ์ นักวิชาการพาณิชย์ ชำนาญการพิเศษ กลุ่มดัชนีก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กล่าวว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างจนถึงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาขยับขึ้นมาแล้ว 5.6% โดยมาจากกลุ่มเหล็ก และผลิตภัณฑ์เหล็ก กลุ่มซีเมนต์ และกลุ่มสุขภัณฑ์ มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่าการที่ราคาวัสดุก่อสร้างที่จะขยับขึ้น จะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งหากเงินเฟ้อขึ้น แน่นอนว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องใช้นโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแทรกแซงเงินเฟ้อ ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนขึ้นรอบด้านทั้งราคาวัสดุก่อสร้างและดอกเบี้ยขาขึ้น

หวั่นนโยบายหาเสียงขึ้นค่าแรงกระทบหนัก

ด้านวิบูลย์ จันทรดิลกรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ไม่เพียงแต่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ชัดเจนว่า ต้องปรับขึ้น แต่ต้นทุนค่าแรงงานต้องขยับขึ้นแน่นอน เพราะนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองใหญ่ล้วนประกาศว่าจะปรับค่าแรงขึ้นต่ำขึ้น เช่น บางพรรคการเมืองขึ้น 25% ภายใน 2 ปี บางพรรคการเมืองขยับขึ้นเป็น 300 บาทต่อวัน

ขณะที่องค์ประกอบของราคาบ้าน มีสัดส่วนของค่าแรงงานสูงถึง 27% ส่วนค่าก่อสร้าง 73% ซึ่งหากค่าแรงขั้นต่ำขึ้น 25% จากปัจจุบันในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 215 บาท กลายเป็น 240 บาทจะมีผลให้ราคาบ้านต้องปรับขึ้น 3.6% จนถึง 4% ส่วนหากขึ้นเป็น 300 บาทต่อวัน จะทำให้ราคาบ้านมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 12% ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเลี่ยงไม่ได้เลย

จากปัจจัยดังกล่าวทำให้กังวลว่าหากมีการขึ้นค่าแรงงานจริงตามนโยบายหาเสียง จะกระทบต่อตลาดรับสร้างบ้านอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ที่รับงานไว้จำนวนมาก โดยไม่ได้คำนวนความเสี่ยงเรื่องค่าแรงงานจะเพิ่มขึ้น ในเวลานี้หลายค่ายจึงชะลอการรับงานชั่วคราวจนถึงหลังเลือกตั้ง จึงจะมีการประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง

 แนะดึงไอทีคุมคาดการณ์ต้นทุนล่วงหน้า

สุทัศน์ วงศ์วิเศษกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ผู้ประกอบการด้านไอที กล่าวว่า การดึงระบบไอทีเข้ามาปรับใช้กับการบริหารจัดการองค์กร จะช่วยในเรื่องการวางแผนด้านการขาย การก่อสร้าง การโยกย้ายแรงงานไปยังไซต์ก่อสร้างต่างๆ โดยอาจจะไม่ต้องรับแรงงานเพิ่ม

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ระบบไอทีในการวิเคราะห์ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงงานได้ล่วงหน้าด้วย โดยหากผู้ประกอบการรายเล็กที่มองว่าการลงทุนไอทีต้องใช้เม็ดเงินสูง สามารถใช้ระบบโปรแกรมอย่างเอกซ์เซลในการวิเคราะห์เรื่องดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่องค์กรต้องหันมาให้ความสำคัญและส่งบุคลากรไปอบรมเพิ่มเติม

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69