posttoday
อสังหาฯ ดึงก่อสร้างสำเร็จรูป ปลุกบ้านพร้อมอยู่

อสังหาฯ ดึงก่อสร้างสำเร็จรูป ปลุกบ้านพร้อมอยู่

15 มิถุนายน 2554

ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่แห่ใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป รับวิกฤติแรงงานขาด พร้อมปลุกกระแสบ้านพร้อมอยู่ ดึงกระแสเงินสดเข้าองค์กร

ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่แห่ใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป รับวิกฤติแรงงานขาด พร้อมปลุกกระแสบ้านพร้อมอยู่ ดึงกระแสเงินสดเข้าองค์กร

โดย...ทีมข่าวอสังหาฯ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

อสังหาฯ ดึงก่อสร้างสำเร็จรูป ปลุกบ้านพร้อมอยู่

แม้ว่าการใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปกับที่อยู่อาศัยจะไม่ใช่เรื่องใหม่แกะกล่อง แต่แนวโน้มการหันมาใช้ระบบดังกล่าวของผู้ประกอบการรายใหญ่จะชัดเจนมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ล้วนมองว่าวิกฤตแรงงานขาดแคลนเป็นปัจจัยสำคัญที่บีบคั้นให้ผู้ประกอบการต้องหาทางเลือกใหม่ให้กับการก่อสร้าง รวมถึงต้นทุนวัสดุก่อสร้างต่างๆ ที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ต้องหาแนวทางควบคุมต้นทุนให้นิ่งที่สุดด้วยการใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จเข้ามาเสริมทัพ

นอกจากนี้ การที่ผู้ประกอบการหลายรายจะขยายพอร์ตแนวราบเพิ่มขึ้นในปีนี้ เพื่อดึงกระแสเงินสดเข้ามา ยังต้องอาศัยวิธีการก่อสร้างแบบใหม่ด้วยเช่นกัน โดย เมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายจะทำตลาดบ้านพร้อมอยู่มากขึ้น เพื่อดึงกระแสเงินสดเข้าสู่องค์กร โดยระบบก่อสร้างสำเร็จรูปจะเป็นหัวใจสำคัญที่เข้ามาช่วยวางแผนในการสร้างบ้านได้ดี โดยเฉพาะการควบคุมสต๊อกที่ทำได้ดีกว่าการก่อสร้างแบบเดิม

หากจะทำตลาดบ้านพร้อมอยู่ด้วยการใช้ระบบก่อสร้างรูปแบบเก่า จะต้องสั่งสร้างบ้านล่วงหน้านานถึง 67 เดือน ซึ่งไม่สอดรับกับสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถ้าประเมินสถานการณ์ไม่ดีจะมีผลต่อสต๊อกบ้านพร้อมอยู่ที่มากเกินไป จนทำให้ทุนจม หรือน้อยเกินไปจนทำให้เสียโอกาสทางการตลาด แต่ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปจะลดระยะเวลาก่อสร้างเหลือเพียง 75 วันเท่านั้น ทำให้ความยืดหยุ่นในการสร้างสต๊อกบ้านพร้อมอยู่ทำได้ดีกว่า

รายใหญ่พึ่งพรีแฟบคุมต้นทุน

ด้าน ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า การที่ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องหันมาใช้ระบบการก่อสร้างสำเร็จรูปเต็มรูปแบบ โดยมีแบรนด์เดอะ พลีโน่ ทาวน์เฮาส์ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท เป็นบ้านพรีแฟบต้นแบบให้กับโครงการอื่น ซึ่งลดระยะเวลาการก่อสร้างลงได้เหลือ 3 เดือน จากเดิมอยู่ที่ 7 เดือน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนได้แล้ว ยังช่วยทำให้สภาพคล่องหมุนเวียนกลับมาเร็วขึ้น

เช่นเดียวกับกลุ่มศุภาลัยที่เริ่มทดลองใช้วิธีการก่อสร้างระบบใหม่ โดย อธิปพีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทศุภาลัย กล่าวยอมรับว่า ที่ผ่านมาบริษัทไม่เห็นความจำเป็นว่าต้องใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป แต่ปัจจุบันทั้งต้นทุนวัสดุก่อสร้างและการขาดแคลนแรงงาน ทำให้ต้องปรับตัวนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้ โดยเริ่มต้นทดลองใช้กับโครงการทาวน์เฮาส์ราคาประมาณ 23 ล้านบาท ใน 3 โครงการนำร่อง ได้แก่ โนโว วิลล์ ศรีนครินทร์กิ่งแก้ว ติวานนท์ปทุมธานี และวงแหวนลำลูกกา ซึ่งวางเป้าใช้ระบบแบบสำเร็จรูปอยู่ที่ 510% ของโครงการทั้งหมด

ด้าน ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายบัญชีการเงิน บริษัท มั่นคงเคหะการ กล่าวว่า ปีนี้มั่นคงฯ ปรับแผนก่อสร้างใหม่ พร้อมกับนำระบบสำเร็จรูปบางส่วนมาใช้กับการก่อสร้างโครงการทาวน์เฮาส์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนบ้านพร้อมอยู่เป็น 80% ซึ่งสามารถเร่งสร้าง เร่งโอนมากขึ้น รองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ที่บันทึกรายได้เฉพาะบ้านที่โอนแล้วเท่านั้น

แนะรายกลางเล็กเร่งศึกษา

อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าเทคโนโลยีก่อสร้างเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือรายใหญ่ และสามารถปรับรูปแบบการลงทุนให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองได้ โดยปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบการรายกลางและเล็กที่อยู่ในสมาคม เริ่มแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการก่อสร้างระบบดังกล่าว และพึ่งพาการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปต่างๆ ร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งหากรายกลางและรายเล็กสามารถลดอุปสรรคด้านก่อสร้างได้ ก็จะยังมีจุดแข็งด้านอื่นๆ ที่สู้รายใหญ่ได้

ภาพการหันมาใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปของตลาดอสังหาฯ บ้านเราคงเป็นเทรนด์ต่อเนื่อง ซึ่งโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการนับจากนี้ คือ การสร้างความมั่นใจที่มีต่อบ้านสำเร็จรูปให้กับผู้บริโภค

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่