
ซีแพคหนีต้นทุนพุ่งล็อกซื้อเหล็กล่วงหน้า
กระเบื้องหลังคาซีแพค ระบุราคาน้ำมันขยับกระทบต้นทุนสินค้าพุ่ง ทั้งปูน ทราย ต้องล็อกซื้อเหล็ก เพื่อใช้ผลิตล่วงหน้าแล้ว 2 ไตรมาส
กระเบื้องหลังคาซีแพค ระบุราคาน้ำมันขยับกระทบต้นทุนสินค้าพุ่ง ทั้งปูน ทราย ต้องล็อกซื้อเหล็ก เพื่อใช้ผลิตล่วงหน้าแล้ว 2 ไตรมาส
นายนพดล แก้วทับทิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท กระเบื้องหลังคาซีแพค ธุรกิจในเครือซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องหลังคาคอนกรีตตราช้าง ซีแพคโมเนีย และอุปกรณ์หลังคาตราช้าง เปิดเผยว่าผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นนั้นทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระเบื้องหลังคาที่ในปูนซีเมนต์และทรายเป็นวัตถุดิบหลักขยับเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าขนส่ง ทำให้ต้องพิจารณาว่าจะต้องปรับราคาขึ้นมาน้อยเพียงใด
“ปัจจุบันราคาขายกระเบื้องของบริษัทฯยังไม่ได้ปรับขึ้น แต่ผลกระทบหลักคือค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันนี้เวลาขายสินค้าเราจะแยกเรื่องราคาขายกับค่าขนส่งนั้นออกจากกัน ขณะเดียวกัน ทางบริษัทฯได้เริ่มมีการล็อคซื้อสินค้าไว้ล่วงหน้า คือ เหล็กกัลวาไนซ์ ที่ใช้ผลิตโครงหลังคาสำเร็จรูปไว้ 2 ไตรมาสคิดเป็นมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาทเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาเหล็กที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งตามปกติแล้วราคาเหล็กกัลวาไนว์นั้นจะปรับขึ้นน้อยกว่าเหล็กรูปพรรณ” นายนพดลกล่าว
ทั้งนี้บริษัทฯตั้งเป้าเติบโตด้านยอดขายไว้ที่ 20% จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 3,300 ล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจกระเบื้องและฝาครอบหลัง 70% ที่เหลือ 30% มาจากธุรกิจโครงหลังคาเหล็ก แต่ในปัจจุบันพบว่าธุรกิจโครงหลังคาสำเร็จรูป นั้นมีอัตราการเติบโตสูง คาดว่าในปีนี้จะเติบโต 33% โดยในปีที่ผ่านมาธุรกิจโครงหลังคามียอดขาย 300 ล้านบาท ซึ่ง 80% จะขายผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์ อีก 20% ขายกลุ่มลูกค้าที่สร้างบ้านเอง โดยตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี เฉพาะธุรกิจโครงหลังคาสำเร็จรูปจะมียอดขาย 1,500 ล้านบาท
สำหรับตลาดโครงหลังคาสำเร็จรูปขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 40% และมีสัดส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 8% โดยปีที่ผ่านมามูลค่าตลาดหลังคาสำเร็จรูปอยู่ที่ 500 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะเติบโตขึ้น 40% หรือไม่ต่ำกว่า 640 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดรวมหลังคาทุกประเภทจะอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะเติบโตประมาณ 5% ตามตลาดอสังหาริมทรัพย์
ด้านนายประกาญจน์ อัยยะภาคย์ ผู้จัดการธุรกิจระบบหลังคา กล่าวว่า บริษัทฯได้วางจำหน่ายสินค้า ผ่านร้านโฮมมาร์ท และร้าน SDG Authorize Dealer กว่า 500 แห่งทั่วประเทศ พร้อมกับมีทีมให้บริการ 80 ทีม ทั่วประเทศ ที่ให้บริการติดตั้งภายใน 3 วัน จากอดีตที่การติดตั้งโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณจะต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน







