
อินเด็กซ์ฯลุยเปิดคอมมูนิตี้ มอลล์
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ แตกไลน์สู่ธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ แบรนด์ “เดอะวอล์ค” ต่อยอดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ พร้อมตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ 8,500 ล้านบาท คาดอีก 2 ปีอินเด็กซ์ฯ ทุ่มพันล้านลุยธุรกิจใหม่คอมมูนิตี้ มอลล์ หวังฟันยอดขายแตะหลักหมื่นล้านบาท
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ แตกไลน์สู่ธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ แบรนด์ “เดอะวอล์ค” ต่อยอดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ พร้อมตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ 8,500 ล้านบาท คาดอีก 2 ปีอินเด็กซ์ฯ ทุ่มพันล้านลุยธุรกิจใหม่คอมมูนิตี้ มอลล์ หวังฟันยอดขายแตะหลักหมื่นล้านบาท
น.ส.กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เปิดเผยว่าปีนี้บริษัทฯได้ขยายไลน์ธุรกิจสู่ศูนย์ค้าชุมชนหรือคอมมูนิตี้ มอลล์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจใหม่ที่จะมาต่อยอดกับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์โดย ศูนย์ดังกล่าวจะใช้ชื่อ เดอะวอล์ค แห่งแรกซึ่งตั้งอยู่บนถ.ราชพฤกษ์ ใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท
“ปัจจุบันธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งชุมชน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ โดยตั้งเป้าจะเปิดคอมมูนิตี้ มอลล์ในพื้นที่ชุมชนอย่างน้อย ซึ่งจะพ่วงอินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์เข้าไป ด้วยโดยจะเปิดปีละ 1 สาขา ซึ่งสาขาแรกจะเปิดให้บริการไตรมาส 3 ของปีนี้ ” น.ส.กฤษชนก กล่าว
สำหรับโครงการเดอะ วอล์ค อยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ มีพื้นที่ขายรวม 2.2 หมื่นตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับอินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ 1.1 หมื่นตร.ม. และที่เหลือเป็นร้านค้าเช่าอีก 1.1 หมื่นตร.ม. ภายในประกอบด้วย 5 แผนกหลัก ได้ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ,ฮาร์ดแวร์ สโตร์ ,ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า ,บิ๊กซี ซุปเปอร์มาร์เก็ต และโซนราชพฤกษ์ มาร์เก็ต วอล์ค ตลาดนัดสำหรับร้านค้าเล็กทั่วไปกว่า 150 ร้านค้า
ทั้งนื้โครงการดังกล่าวจับกลุ่มเป้าหมายครอบครัวที่มีรายได้ต่อครัวเรือนประมาณ 3 หมื่นต่อเดือน ครอบคลุมรัศมีพื้นที่ 10 กม. ในย่านรัตนาธิเบศร์ บางบัวทอง นนทบุรี ตลิ่งชัน บางพลัด บางระนาดและพุทธมณฑล โดยคาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 1 หมื่นคนในวันธรรมดา และ 1.5 หมื่นคนในวันหยุด โดยมีอัตราค่าเช่าพื้นที่อยู่ที่ 400-1,000 บาทต่อตร.ม. ซึ่งจะมีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในปีแรก 80-100 ล้านบาท ขณะที่อินเด็กซ์ เฟอร์นิเจอร์ สาขานี้จะมียอดขาย 300-400 ล้านบาท คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 7 ปี
น.ส.กฤษชนก กล่าวว่าปีที่ผ่านมาบริษัทฯมียอดขายรวม 7,700 ล้านบาท แบ่งเป็นจากการขายปลีก 60% ส่งออกเฟอร์นิเจอร์ 30% และบริการอื่นๆ 10% โดย เติบโตจากปีก่อน 10% และคาดว่าปีนี้จะเติบโตต่อเนื่อง 10% หรือ 8,500 ล้านบาท คาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าบริษัทฯจะมียอดขายแตะหลัก 1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอินเด็กซ์ฯ มีสาขา 17 แห่ง โดยในปีนี้จะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 2 สาขา ซึ่งอีก 1 สาขาคาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อพื้นที่ในกรุงเทพฯ แต่ยังไม่สามารถระบุทำเลในขณะนี้ได้ โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท







