
เยือนทำเนียบสไตล์โคโลเนียลสุดคลาสสิก ของท่านทูตเนเธอร์แลนด์
แม้ตกแต่งใหม่ แต่นักออกแบบชาวดัชต์พยายามรักษารูปทรง รวมทั้งการตกแต่งสไตล์บ้านไทยรัชกาลที่ 7 ไว้ให้ได้มากที่สุด จนได้รับรางวัลจากสมาคมสถาปนิกสยาม
แม้ตกแต่งใหม่ แต่นักออกแบบชาวดัชต์พยายามรักษารูปทรง รวมทั้งการตกแต่งสไตล์บ้านไทยรัชกาลที่ 7 ไว้ให้ได้มากที่สุด จนได้รับรางวัลจากสมาคมสถาปนิกสยาม
เรื่อง : วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ท่านทูต ซัคโก ฟานเดน เฮาท์ เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย มาดามไบบา เบรเซอร์ ภริยา ยอมเปิดทำเนียบเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ถนนวิทยุ อันเป็นที่พำนักในฐานะที่รับราชการในประเทศไทยนาน 2 ปีแล้ว ให้ “โพสต์ทูเดย์” ได้สัมภาษณ์แบบเอกซ์คลูซีฟ เนื่องในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเนเธอร์แลนด์ที่มีมายาวนาน 406 ปี จึงเกิดงาน “Emporium Holland Enchanting Showcase 2010” โชว์ดอกทิวลิปที่นำมาจากฮอลแลนด์มากกว่า 1 หมื่นดอก บานสะพรั่งไปทั้งงาน มีโชว์ถึงวันอาทิตย์ที่ 5 ธ.ค.นี้เท่านั้น ที่ ดิ เอ็มโพเรียม
มาดามไบบา ออกมาต้อนรับในชุดสวยและพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นมาของสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ในประเทศไทย แต่เดิมเป็นวังเก่าอายุนับ 100 ปี ปลูกสร้างเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ตกแต่งสไตล์โคโลเนียล หลังคาหน้าจั่ว เดิมทีที่พำนักเป็นบ้านหลังใหญ่ติดกันกับส่วนของออฟฟิศ แต่เมื่อหลายปีก่อนทำการตกแต่งใหม่ จึงทุบทางเชื่อมออกให้บ้านสองชั้นแยกกันอย่างเอกเทศ บ้านด้านหน้าแบ่งเป็นที่พำนักของท่านทูตและครอบครัว ส่วนด้านหลังแบ่งเป็นโซนออฟฟิศ
แม้ตกแต่งใหม่ แต่นักออกแบบชาวดัชต์พยายามรักษารูปทรง รวมทั้งการตกแต่งสไตล์บ้านไทยรัชกาลที่ 7 ไว้ให้ได้มากที่สุด จนได้รับรางวัลจากสมาคมสถาปนิกสยาม มอบรางวัลให้กลายเป็นบ้านประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ประวัติของบ้านนี้ก็น่าตื่นตาตื่นใจ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชทานบ้านและที่ดินให้แก่ พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช กฤดากร ที่ทรงรับราชการด้วยความจงรักภักดีมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนมือเป็นของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994
เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปจะพบกับโถงทางเดิน ประดับภาพความสัมพันธ์ระหว่างไทยฮอลแลนด์ที่แน่นแฟ้นนาน 406 ปีแล้ว อาทิ ภาพฝาผนังฝีมือวาดลายเส้นของศิลปินเลื่องชื่อชาวฮอลแลนด์ เป็นพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์ ขณะดำรงพระยศเจ้าฟ้าหญิง และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นพระราชอาคันตุกะเยือนเมืองไทย เมื่อปี ค.ศ. 2004 เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทยฮอลแลนด์ 400 ปี
ห้องด้านซ้าย แบ่งเป็นห้องต่างๆ ล้วนเตรียมไว้เพื่อรับรองแขกที่มาเยี่ยมเยือนสถานทูต อาทิ ใช้จัดงานสังสรรค์ แต่ละมุมตกแต่งสไตล์คอนเทมโพรารีร่วมสมัย เฟอร์นิเจอร์เน้นสีเขียวอ่อนเพื่อให้เข้ากับสีของบ้าน ดูวิจิตรบรรจงด้วยเพดานสลักลวดลายร่วมสมัย ที่ห้องด้านนี้มีมุมรับรองแขกที่มาดามไบบาชอบมากๆ โดยเฉพาะแสงแดดที่ส่องเข้ามายามบ่าย รวมทั้งห้องรับรองด้านในสุดที่ติดกับสวน มุมรับประทานอาหารหลังบ้านที่มีบริเวณติดกับสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำ
ส่วนห้องด้านขวามือแบ่งเป็นห้องรับประทานอาหารตกแต่งสไตล์คลาสสิกเรียบง่าย จุคนได้ 24 คน หากมีงานเลี้ยงสังสรรค์แบบกลุ่มเล็กๆ จะเลี้ยงรับรองกันที่ห้องนี้ ส่วนห้องด้านบนแบ่งเป็นที่พักส่วนตัวของท่านทูต ภรรยาและลูกสาววัย 5 ขวบ ที่แบ่งเป็น ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหารและห้องนอนอีก 2 ห้อง สามารถมองเห็นสวนสีเขียวปลูกต้นไม้ร่มรื่น
มาดามไบบาผู้มีใจรักในงานศิลปะ การแสดงโอเปราและดนตรี เปิดฉากเล่าเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ว่าอายุ 100 ปี แต่มีการปรับปรุงใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2006 โดยเปลี่ยนภายในทั้งเฟอร์นิเจอร์ ภาพวาดทุกชิ้นที่ติดประดับทุกมุมของห้องมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ทั้งหมด ซึ่งออกแบบตกแต่งโดยนักออกแบบตกแต่งภายในชาวดัตช์
“ภาพวาดทั้งหมดคัดเลือกโดยนักออกแบบภายในชาวฮอลแลนด์ โดยภาพที่เขาเลือกล้วนเป็นภาพวาดฝีมือจิตรกรผู้มีชื่อเสียงของฮอลแลนด์ชื่อกลุ่มว่า Cobra บ้านทั้งบ้านจึงดูร่วมสมัยมากขึ้น แต่ก็ยังเข้ากับสไตล์ดั้งเดิมของบ้านไว้ได้ ภาพวาดแต่ละภาพถ้ามองใกล้ๆ จะดูเหมือนแนวทันสมัย แต่หากมองระยะไกลจะเห็นเป็นรูปร่างมนุษย์ซึ่งจับต้องได้ เป็นรูปภาพที่ดิฉันชอบมาก หรือจะเป็นถ้วยโถโอชาม รวมทั้งโคมไฟที่ประดับตามห้องต่างๆ ก็เป็นฝีมือการออกแบบของศิลปินชาวฮอลแลนด์ทั้งสิ้น ซึ่งดิฉันก็ชอบมาก อย่างเฟอร์นิเจอร์ออกสไตล์ร่วมสมัย แต่โทนสีเข้ากับบ้านหลังนี้คือใช้สีเขียวเป็นหลัก” แม้การตกแต่งภายในจะร่วมสมัย แต่มาดามไบบาบอกว่า เธอชอบบ้านสไตล์ไทยมาก อย่างเช่น ทรงจั่วของหลังคา เป็นต้น
“ดิฉันชอบบ้านสไตล์ไทยเพราะเราสามารถปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์ได้ ไม่เหมือนบ้านทรงแคบๆ ของชาวดัชต์ที่นิยมสร้างบ้านแคบๆ ลึกๆ และสูง อย่างที่กรุงอัมสเตอร์ดัม จะมีแต่บ้านทรงนี้ทั้งหมด เพราะที่ดินแพงต้องเสียภาษีสูง และมีคลองเป็นจำนวนมาก หน้าต่างจึงเป็นหน้าต่างบานสูง เพื่อให้แสงเข้ามาในบ้าน” มาดามไบบา เล่า
สุดท้ายท่านทูตซัคโก ฟานเดน เฮาท์ กล่าวชักชวนเที่ยวงาน “Emporium Holland Enchanting Showcase 2010” ว่า ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงของหน้าทิวลิปแต่จะบังคับให้เขาออกดอกในงานนี้ การจัดดอกไม้คราวนี้พิเศษตรงให้นักออกแบบชาวดัชต์เป็นผู้ออกแบบดีสเพลย์ ที่น่าสนใจคือจะมีกังหันลมสูง 6 เมตร มาตั้งโชว์ด้วย อีกทั้งยังมีผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซ แรม บรังด์ การจำลองภาพวาดของเขาด้วยการเรียงรองเท้าไม้คล็อกจำนวน 6 หมื่นชิ้น ให้เป็นภาพ The night watch of klogs ด้วย
“งานนี้จัดขึ้นเพื่อฉลองความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์ที่มีมายาวนาน มีความเก่าแก่ ไทยกับฮอลแลนด์มีความสัมพันธ์ที่พิเศษในด้านการค้าขาย สมัยก่อนมีพ่อค้าชาวฮอลแลนด์เดินทางมาค้าขายกับสยามโดยถึงท่าที่กรุงศรีอยุธยา เรากำลังมีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไทยฮอลแลนด์เร็วๆ นี้ และยังเป็นความผูกพันของ 2 ราชวงศ์ ในปี 2004 และปี 2006 ที่มกุฎราชกุมารของเนเธอร์แลนด์กับเจ้าหญิงมางานฉลอง 60 ปีทรงครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ล่าสุดสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อปีที่ผ่านมา
สำหรับด้านการลงทุนมีนักธุรกิจชาวฮอลแลนด์ เป็น 1 ใน 2 ของนักลงทุนขนาดใหญ่จากยุโรปที่มาลงทุนในเมืองไทย อีกทั้งเมืองไทยยังส่งออกไปเนเธอร์แลนด์ค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ไทยกับฮอลแลนด์มีความสัมพันธ์ที่หลากหลายมากขึ้น ผมชอบและมีความสุขมากที่เมืองไทยเพราะเรามีทีมงานที่ดี ประชาชนคนไทยก็น่ารัก เมืองไทยสวยงาม อาหารไทยก็อร่อย ผมกับภรรยาชอบแกงเผ็ดเป็ดย่างมากๆ ตอนนี้กำลังเรียนการทำอยู่ (ยิ้ม)”
5 มุมโปรดของท่านทูตและภริยา
พรมบริเวณห้องรับรอง : พรมผืนนี้มีปูอยู่บริเวณห้องรับรอง และมีที่มาคือ รัฐบาลฮอลแลนด์บังคับว่าห้ามเคลื่อนย้ายพรมผืนนี้เป็นอันขาด เพราะพรมผืนนี้มีความพิเศษตรงเป็นพรมทอมือลวดลายดอกไม้สีสันสดใสฝีมือศิลปินที่มีชื่อเสียงของเนเธอร์แลนด์ เป็นพรมที่นำเสนอความเป็นประเทศเนเธอร์แลนด์อย่างเด่นชัด
มุมรับแสงห้องรับรองแขก : มุมห้องนี้ในช่วงบ่ายจะมีแสงแดดส่องเข้ามา มาดามไบบาชอบมานั่งเล่น และนั่งอ่านหนังสือที่ห้องนี้มาก
โต๊ะเล็กที่ห้องรับประทานอาหาร : ช่วงเวลาเย็นๆ หรือช่วงวันหยุดวีกเอนด์ เราชอบมานั่งรับประทานอาหาร มองเห็นสวนหน้าบ้านกันที่มุมนี้ และชอบบรรยากาศและความรู้สึกที่ได้มานั่งที่มุมนี้
ห้องรับประทานอาหาร : เวลามีแขกมาเยี่ยมสถานทูตจำนวนไม่มากนัก เรารับแขกกันที่ห้องนี้ เป็นห้องขนาดกลางๆ แสงสีของโคมไฟก็สวยมาก ห้องนี้จุคนได้ 24 คน เป็นห้องที่ดูหรูหรามากๆ
มุมสระว่ายน้ำ : มาดามไบบาชอบพาลูกสาวมาว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำแห่งนี้ เพราะมองเห็นธรรมชาติของต้นไม้ได้อย่างชัดเจน







