
ไรมอนแลนด์ได้ฤกษ์เปิดตัว185 ราชดำริ
ไรมอน แลนด์ ยันเงินลงทุนยังแกร่ง หลัง IFA เพิ่มทุนเป็น 41% ได้ฤกษ์เปิดตัว 185 ราชดำริ มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ทุบสถิติราคาแพงสุด 3 แสนบาท/ตร.ม. ฟุ้งยอดจองแล้ว 20%
ไรมอน แลนด์ ยันเงินลงทุนยังแกร่ง หลัง IFA เพิ่มทุนเป็น 41% ได้ฤกษ์เปิดตัว 185 ราชดำริ มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ทุบสถิติราคาแพงสุด 3 แสนบาท/ตร.ม. ฟุ้งยอดจองแล้ว 20%
นายอูแบร์ วิริออท กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไรมอน แลนด์ กล่าวว่าภายหลัง IFA Hotel & Resort 3 Ltd ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทได้เพิ่มสัดส่วนการถือทำการหุ้นจาก 21% เป็นร้อยละ 41.08 ทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งพร้อมลงทุนต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกและวิกฤตในดูไบ จนไม่สามารถเพิ่มเงินลงทุนได้ ดังนั้นบริษัทจึงต้องตัดขายที่ดินบางส่วนออกไปเพื่อเพิ่มสภาพคล่องแต่ก็ถือว่าไม่มากนัก อาทิ ที่ดินย่านเพลินจิต ซึ่งบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อย รวมไปถึงที่ดินที่ภูเก็ต
นอกจากนี้การพัฒนาโครงการของบริษัทยังเน้นโครงการขนาดใหญ่ต้องใช้ระยะเวลานานในการขายและพัฒนา เมื่อเทียบกับโครงการของผู้ประกอบการรายอื่นที่มีขนาดเล็กกว่า 3-4 เท่า ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้เปิดตัวโครงการใหม่ โดยความคืบหน้าโครงการนอร์ท พอยท์ พัทยา มียอดขายแล้ว 60-70% และอยู่ในช่วงทะยอยโอนกรรมสิทธิ์
ส่วนโครงการเดอะ ริเวอร์ ขณะนี้มียอดขายแล้ว 70% หรือประมาณ 9,700 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมด 13,000 ล้านบาท ส่วนงานก่อสร้างขณะนี้อาคารด้านหน้าความสูง 71 ชั้นปัจจุบันสร้างอยู่ที่ชั้น 58 ส่วนอาคารด้านหลัง 40 ชั้น สร้างถึงชั้นที่ 39 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 54 ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผนเรื่องการส่งมอบห้องชุด
สำหรับแผนการลงทุนภายหลังจากนี้ บริษัทยังคงเน้นการลงทุนโครงการระดับบน ซึ่งปัจจุบันมีที่ดินสะสมอยู่หลายแปลงโดยเฉพาะในย่านพัทยามี 2-3 แปลง โดยจะพัทยาในลักษณะเดียวกับโครงการนอร์ท พอยท์ โดยในปลายปีนี้คาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ 1 โครงการมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาแบบ ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 2: 1 ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้เพื่อการลงทุนพัฒนาโครงการ
ล่าสุดบริษัทเปิดขายโครงการ 185 ราชดำริ ทางเป็นทางการ หลังจากที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้หยุดขายไป สำหรับโครงการ 185 ราชดำริ โดยบริษัทจะพัฒนาเป็นอาคารสูง 35 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 1 อาคาร จำนวน 268 ยูนิต ขนาด 1,2,3 และ 4 ห้องนอน หรือเริ่มต้นที่ 61 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 179,000 บาท/ตร.ม. แพงสุดที่ 3 แสนบาท/ตร.ม. ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ 2.5 แสนบาท/ตร.ม. หรือราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท/ยูนิต สูงสุด 300 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 9,600 ล้านบาท
“ 185 ราชดำริ นอกจากจะอยู่ในทำเลที่ถือว่าดีที่สุด มีจุดเด่นอีกอย่างคือเป็นฟรีโฮล หรือโครงการที่ผู้ซื้อครอบครองกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ ต่างจากหลายโครงการในย่านนั้นที่จะขายเป็นสิทธิการเช่าทำให้เมื่อเทียบกับโครงการในระดับเดี่ยวกันแล้ว 185 ราชดำริขายในราคาที่ถูกกว่ามาก”
ปัจจุบันโครงการ 185 ราชดำริ มียอดจองแล้ว 20% หรือประมาณ 1,800 ล้านบาท โดยลูกค้ากว่า 70% เป็นคนไทย ซึ่งหลังจากนี้จะนำโครงการไปโรดโชว์ยังต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรป และอเมริกา โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำนวน 2,780 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2554 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2556 ส่วนยอดรับรู้รายได้ในปีนี้ 2,300 ล้านบาทโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 100% จาก 1,350 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 3,500 ล้านบาท โต 15% ส่วนยอดขายตั้งเป้า 4,000 ล้านบาทโดยมาจากโครงการนอร์ท พอยท์ และเดอะ ริเวอร์
นายอูแบร์ กล่าวต่อว่า สำหรับเงินบาทที่แข็งค่าในปัจจุบันไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ มากนัก แต่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่า เนื่องจากธุรกิจอสังหาฯเป็นการลงทุนในระยะยาว ซึ่งเชื่อว่าไม่ผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทนอกจากนี้กลุ่มลูกค้าหลักยังเป็นกลุ่มคนไทย







