posttoday
ถอดรหัสทุนจีนแบบไหนโดนใจ

ถอดรหัสทุนจีนแบบไหนโดนใจ

24 พฤษภาคม 2560

ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลเมื่อปี 2559 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยอยู่ที่  8.9 ล้านคน และประเมินว่าทั้งปี 2560 จะอยู่ที่ 9-9.5 ล้านคน และตัวเลขยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางมาไทย ส่งผลให้ความต้องการซื้ออสังหาฯ จากกลุ่มลูกค้าชาวจีนเพิ่มสูงขึ้นด้วย

วสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่ากลุ่มชาวจีนนิยมเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทยมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นกลางที่นิยมซื้อห้องชุด หรือคอนโดมิเนียมเนื่องจากอสังหาฯ ในไทยนั้นมีราคาถูกกว่าจีน และมีเงื่อนไขการซื้อ-ขายไม่ยุ่งยาก เช่น สัดส่วนเงินดาวน์ที่จีนสูงถึง 35% ภาษีการโอนที่จีนสูงกว่า 1-2 เท่าตัว  ขณะที่อัตราผลตอบแทนในไทยสูงกว่า เช่น หากนักลงทุนซื้อห้องชุดในกรุงเทพฯ แล้วให้เช่าระยะยาวจะสามารถคืนทุนได้ประมาณ 219 เดือน ในขณะที่หากลงทุนในลักษณะเดียวกันในเมืองปักกิ่ง จะต้องใช้เวลา 623 เดือน เซี่ยงไฮ้ 656 เดือน คอนโด ส่วนกว่างโจว 470 เดือน

ทั้งนี้ นักลงทุนจีนสัดส่วน63% จะสนใจระดับราคา 1-2 ล้านหยวน หรือ 5-10 ล้านบาท สัดส่วน 22% จะสนใจระดับราคา 5-7 แสนหยวน หรือ 2.5-3.5 ล้านบาท  สัดส่วน 25% จะลงทุนในอสังหาฯ ระดับราคาต่ำกว่า 5 แสนหยวน หรือ 2.5 ล้านบาท สำหรับราคาห้องชุดในเมืองใหญ่อย่าง เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร (ตร.ม.) จะอยู่ที่ประมาณ 3-4 หมื่นหยวน หรือประมาณ 1.5-2 แสนบาท/ตร.ม. ส่วนเมืองรองๆ เช่น
คุนหมิง เจิ้งโจว ราคา 1.5-2.5 หมื่นหยวน หรือราคาประมาณ 7.25-1.25 หมื่นบาท แต่ในไทย เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต หัวหิน พัทยา ราคาเฉลี่ย 2-3 หมื่นหยวน หรือ 1-1.5 แสนบาท หรือแม้แต่เมืองท่องเที่ยวอย่าง จ.เชียงใหม่ ราคาเฉลี่ย 1-2 หมื่นหยวน หรือ 5 หมื่น-1 แสนบาท

สำหรับรูปแบบการขายห้องชุดในไทยมักจะขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ สามารถเข้าพักได้ทันทีเมื่อเทียบกับจีน ห้องชุดราคา 1-2 ล้านหยวน โดยทั่วไปจะต้องเสียค่าตกแต่งเพิ่มอีกประมาณ 20-30% ดังนั้นนักลงทุนจีนจึงเปรียบได้ว่าการซื้อห้องชุดในไทยเหมือนมีส่วนลดถึง 20-30% ส่วนอัตราผลตอบแทนในการลงทุนสูงกว่าจีน ยกตัวอย่างเช่น เซี่ยงไฮ้ ห้องชุดพักอาศัยราคาตั้งแต่ 1-2 ล้านหยวน แต่ค่าเช่าโดยเฉลี่ยประมาณ 3,000-4,000 หยวน ขณะที่บ้านเดี่ยวยังติดเรื่องข้อกฎหมายที่ทำให้ชาวต่างชาติซื้อได้ยากแม้ว่าจะมีรูปแบบอื่นๆ มาช่วยขาย ทำให้นักลงทุนจากจีนนั้นยังไม่มั่นใจ

วสันต์ กล่าวอีกว่า จากสถิติของเว็บไซต์ www.juwai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์จีนที่วิเคราะห์การลงทุนซื้อสินทรัพย์ของนักลงทุนจีน จังหวัดที่นักลงทุนชอบมาลงทุนท็อป 4 คือ กรุงเทพฯ 29.3% เชียงใหม่ 21.8% ภูเก็ต 17.3% พัทยา 15.8% และเมืองอื่นๆ 15.8% ซึ่งกรุงเทพฯ ถือเป็นตลาดที่มีความมั่นคงและเชื่อว่าค่าเช่าจะเพิ่มสูงขึ้น รองลงมา คือ เชียงใหม่ เพราะราคาอสังหาฯ เชียงใหม่ค่อนข้างถูก สภาพภูมิอากาศดีน่าอยู่ มีบริการทางการแพทย์ที่ดีและราคาสมเหตุสมผล และมีโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง รองลงมา คือ ภูเก็ต และพัทยา

ปัจจุบันชาวจีนไม่สามารถโอนเงินออกจากประเทศเกินกว่า 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.45 แสนหยวน หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท  โดยรูปแบบการขอสินเชื่อนั้นจะของผ่านธนาคารไอซีบีซี และธนาคารจีนที่ให้สินเชื่อกับนักลงทุนคนจีนโดยสามารถขอสินเชื่อได้สูงสุดถึง 70%  ส่วนปริมาณการค้นหาอสังหาฯ ในต่างประเทศที่นักลงทุนจีนชื่นชอบอันดับ 1 และ 2 คือ สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียให้สัดส่วนเท่ากัน อันดับ 3 แคนาดา อันดับ 4 นิวซีแลนด์ และอันดับ 5 ไทย 

หากผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าจากจีนมากขึ้น จะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่