
อสังหาฯ4ประเทศอาเซียนบูมทั้งผู้ซื้อ-คนขาย
ภาพรวมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศของนักลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่มีความโดดเด่นมากขึ้น
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ภาพรวมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศของนักลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่มีความโดดเด่นมากขึ้น จนกลายเป็นตลาดผู้ซื้ออันดับต้นๆ ของโซนเอเชียที่เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกให้ความสนใจ นำโครงการในประเทศของตัวเองเข้ามาขาย รวมถึง อสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศแถบอาเซียนก็เริ่มเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลกเช่นกัน
หากเจาะเฉพาะตลาดใหญ่ๆ ในอาเซียน มีด้วยกัน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในแง่อสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศและในแง่การเป็นผู้ซื้อ โดย ณพงศ์ ปานทอง ผู้อำนวยการฝ'ยการตลาด ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (DDproperty.com) เว็บไซต์สื่อกลางอสังหาริมทรัพย์ในเครือพร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป กล่าวว่า จากการที่พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป มีเครือข่ายเว็บไซต์ด้านอสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศแถบอาเซียน ทำให้มองเห็นความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในโซนอาเซียนที่โดดเด่นขึ้นมาก
ทั้งนี้ จากใน 4 ประเทศดังกล่าว สิงคโปร์เป็นประเทศที่อสังหาริมทรัพย์มีราคาแพงที่สุด คือ ราว 1 ล้านบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) หรือหากกล่าวให้เห็นภาพ ห้องชุดพื้นที่ใช้สอยเพียง 30 ตร.ม. แต่มีราคาขายสูงถึง 25 ล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับห้องชุดในกรุงเทพฯ ราคาดังกล่าวจะเท่ากับห้องชุดราคา 4-5 ล้านบาทของไทย การที่สิงคโปร์หาที่ดินในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ยากขึ้น ราคาอสังหาฯ จึงสูงมาก และแต่ละปีมีโครงการเปิดใหม่น้อยมาก
ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนชาวสิงคโปร์นิยมลงทุนอสังหาฯ ภายนอกประเทศมากกว่า โดยเมือง อันดับต้นๆ ที่ชาวสิงคโปร์นิยมซื้อมากที่สุด คือ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ รองลงมาคือ ออสเตรเลีย มาเลเซีย และไทย ซึ่งชาวอาเซียนหลายประเทศนิยมซื้ออสังหาฯ ในกรุงลอนดอน เพราะส่งบุตรหลานไปเรียน ส่วนอสังหาฯ ในมาเลเซีย ปัจจุบันราคาสูงขึ้นมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ซื้อชาวสิงคโปร์เข้าไปซื้อและปั่นราคาขึ้นไปสูง จนรัฐบาลมาเลเซียต้องออกกฎคุมเข้มเพื่อป้องกันฟองสบู่อสังหาฯ
การที่ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซียมีราคาอสังหาริมทรัพย์สูงมาก สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และมาตรการคุมเข้มการซื้ออสังหาฯ ทำให้ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์และมาเลเซียติดลบ แต่ไทยและอินโดนีเซียกลับมีดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น เนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐบาลทั้งสองประเทศ และการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อตัวเมืองกับชานเมือง
ด้านนักลงทุนในอินโดนีเซียนิยมซื้ออพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่ในโซนธุรกิจ หรือซีบีดี ใกล้สถาบันการศึกษา และที่สำคัญตั้งอยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าในเมืองจาการ์ตาที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และปัจจุบันมีแนวโน้มว่านักลงทุนชาวอินโดนีเซียเริ่มสนใจซื้ออสังหาฯ นอกประเทศมากขึ้น และไทยเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมาย
สำหรับประเทศไทยกลายเป็นดาวเด่นทั้งในแง่ อสังหาฯ ที่น่าสนใจ และผู้ซื้อคนไทยที่นิยมซื้ออสังหาฯ ต่างประเทศมากขึ้น โดยอสังหาฯ ไทยได้รับความสนใจจากผู้ซื้อต่างชาติมากขึ้น ทั้งในแง่ซื้ออยู่เองและซื้อเพื่อลงทุน เพราะราคาอสังหาฯ ในไทยยังไม่สูงมาก ทำให้มีโอกาสทำกำไรในอนาคตได้ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ส่วนผู้ซื้อคนไทยที่นิยมซื้ออสังหาฯ ในกรุงลอนดอนมากขึ้น เห็นได้จากมีโครงการจากกรุงลอนดอนเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น
จากความต้องการทั้งขายและซื้ออสังหาฯ ในอาเซียน ผู้ประกอบการแต่ละประเทศจึงต้องปรับตัวรับผู้ซื้อต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะไทยที่ควรเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในการสื่อสารภาษาอังกฤษ มีเอกสารการขายเป็นภาษาอังกฤษ รองรับการไหลมาของผู้ซื้อต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง







