จัดสวนบ้านกึ่งสวนป่า สไตล์ กมล เอี้ยวศิวิกูล
เห็นบ้านทรงไทยของนักธุรกิจคนดังผู้รักในธรรมชาติ ต้นไม้ แหล่งน้ำ และบ้านเรือนไทยโดยเฉพาะแบบอยุธยา
โดย...แมงโก้หวาน
เห็นบ้านทรงไทยของนักธุรกิจคนดังผู้รักในธรรมชาติ ต้นไม้ แหล่งน้ำ และบ้านเรือนไทยโดยเฉพาะแบบอยุธยา อย่าง “กมล เอี้ยวศิวิกูล” ที่ปรึกษาบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท ที่ จ.นครปฐม โอยๆ โอ๊ย พูดได้คำเดียวยาวๆ ว่า “อลังกตาลังการ (เลิศหรู)” มาก นี่คืออาณาจักร “เอี้ยวศิวิกูล” ขนานแท้ มีความเป็นเอกลักษณ์ไทยทุกอณู ยิ่งเมื่อดูสวนที่ออกแบบก็ช่างสวยงามโอฬารตา ร่มรื่น ร่มเย็น ท่ามกลางธรรมชาติและสายน้ำ แถมมีโซนสัตว์เลี้ยงทั้งวัว ควาย กวาง ม้า เป็ด ไก่ ห่าน นกยูง อีกด้วย
“เดิมที่ตรงนี้มีทั้งหมด 200 ไร่ ด้วยความที่ผมรักบ้านไทย รักต้นไม้ รักน้ำ เลยแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งประมาณ 40 ไร่ มาทำเรซคือขุดบ่อน้ำ จากนั้นนำบ้านทรงไทยมาปลูกก็เกือบๆ 40 หลัง เป็นบ้านไทยที่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านไทยทั่วไป ไม่ได้เป็นบ้านร่วมสมัย แต่เป็นการต่อยอดศิลปะมากกว่า โดยมีการผสมผสานระหว่างบ้านไทย 3 เลเวลเข้าด้วยกัน คือเลเวลของชาวบ้านทั่วไป เลเวลของคฤหบดี และของราชนิกุล”
กมล อธิบายต่อว่า บ้านไทยของชาวบ้านทั่วไปลักษณะเป็นหลังคาทรงสูง ใต้ถุนสูง เวลาน้ำท่วมก็เอาวัวควายมาปักไว้ใต้ถุน บนบ้านมีชานแดดใหญ่ ตัวบ้านเล็ก เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับชานแดด กินข้าวนั่งเล่นคุยกันตรงนี้ ส่วนบ้านของคฤหบดีแตกต่างขึ้นมาหน่อย คือ ตัวบ้านไซส์ใหญ่ขึ้น แต่เป็นทรงเตี้ยไม่มีใต้ถุนหรือมีใต้ถุนเตี้ย มีการแกะสลักเข้ามา ต่างจากบ้านของชาวบ้าน ขณะที่บ้านราชนิกุลจะมีขนาดใหญ่ อลังการ และมีการแกะสลักลวดลายสวยงาม
“บ้านผมเคยมีเหล่าศิลปินแห่งชาติหลายคนมาเยี่ยมชม และบอกว่าไม่ใช่บ้านร่วมสมัย แต่เป็นการต่อยอดศิลปะมากกว่า ซึ่งผมก็จำคำของศิลปินแห่งชาติเหล่านั้นมาพูดตั้งแต่นั้นคือเป็นการต่อยอดศิลปะ”
สำหรับการจัดสวนแม้ว่าจะมีคนออกแบบให้ก็จริง แต่ก็ขึ้นกับความชอบของเจ้าของบ้านเป็นสำคัญ เข้าลักษณะว่าปลูกบ้านต้องตามใจคนอยู่ตามโบราณว่าไว้ ดังนั้น ด้วยความที่เจ้าของเป็นคนชอบต้นไม้ ชอบน้ำ ชอบเรือนไทย จึงทำให้สวนของบ้านถูกออกแบบให้มีทั้งสวนบนบก และสวนในน้ำที่ต้องมีสิ่งเหล่านี้อยู่ด้วยเสมอ
ในสวนน้ำมีการทำเป็นเกาะกลางน้ำ มีบ่อบัวขนาดใหญ่ มีศาลาริมน้ำ และศาลกลางน้ำ ที่สำคัญมีสะพานเชื่อมไปถึงที่ซึ่งออกแบบให้มีความกว้างและระยะพอดีกับก้าวย่างของคนเรา มีเรือเอี้ยมจุ๊นทำเป็นห้องพักตั้งอยู่ริมน้ำ และที่เห็นพระพุทธรูปประดิษฐานบนแท่นในสวนน้ำเจ้าของบอกว่าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นสวนแนวพุทธ แต่เพราะเป็นคนชอบพระพุทธรูปจึงปรากฏอย่างที่เห็น
“ผมชอบพระพุทธรูปอยู่แล้ว เพราะเป็นศิลปะงดงาม ทรงคุณค่า และผมก็นับถือพระพุทธศาสนาดังนั้นสวนของผมจึงต้องออกแบบให้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ด้วย ขณะเดียวกันก็ยังมีเจดีย์ ซึ่งทั้งหมดจะให้ความรู้สึกในด้านของจิตใจ ก็คือในเรื่องของความสงบ ความร่มเย็น และความปล่อยวาง”
ขณะที่สวนบนบกที่รายรอบบ้านเรือนไทยที่ตั้งอยู่ตามริมน้ำ ด้วยความที่เจ้าของบ้านชอบต้นไม้ ดังนั้นสวนของเขาจึงดารดาษด้วยหมู่ไม้จำนวนมาก ถ้าคำนวณทั้งต้นไม้ รวมถึงไม้ดอก ไม้เล็ก ไม้น้อย น่าจะอยู่ที่หลักแสนต้น ซึ่งมีทั้งไม้ไทยและต่างประเทศ
“ถ้าพูดถึงต้นไม้ที่มี บอกตรงๆ จำไม่ไหวจริงๆ เป็นหมื่นๆ อาจมากถึงแสนต้น มีทั้งต้นไม้ไทยและต่างประเทศ ทั้งไม้หอมและไม้ทั่วไป อาทิ จำปี กระดังงาป่า พิกุล พุด พุดภูเก็ต พยอม แคนา ต้นโมกแดง เมเปิ้ล ปาล์ม เฟิร์น หลากหลายพันธุ์ ในการจัดสวนผมจะดูว่าพื้นที่ไหนว่างและควรลงต้นอะไรจึงจะเหมาะ หมายถึงเราต้องชอบด้วย ต้นไม้พวกนี้นอกจากซื้อก็มีเพาะพันธุ์เองด้วย ต้นไม้ใหญ่ๆ เราปลูกตั้งแต่ไซส์เล็กขนาดความสูง 1-2 เมตร มีการนำก้อนหินมาแต่งสวนด้วยเพื่อให้ดูสวยงาม”
เมื่อถามถึงไอเดียในการแต่งสวน อดีตผู้บริหาร ไมด้า แอสเซ็ท บอกว่า ไม่มีอะไรพิเศษแค่ไปเห็นต้นไม้ที่ชอบที่สวนจตุจักรก็ซื้อมาปลูกเรื่อยๆ หากนับเวลาก็สิบปีแล้ว จนได้สวนที่หนาแน่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ หากถามว่าเป็นการจัดสวนแบบสวนป่าไหม ก็คิดว่าคงไม่ใช่เพราะสวนไม่ได้รกเหมือนป่าทั่วไป ดังนั้น จึงมองเป็นการจัดสวนลักษณะกึ่งสวนป่ามากกว่า
“สวนนี้บรรยากาศสดใสมาก แต่ไม่ได้หวือหวา ศุกร์ เสาร์ ถ้าไม่ได้ไปไหน ก็จะมานั่งตากลมเย็นๆ เวลาที่อยู่ในสวนรู้สึกเหมือนชีวิตเราได้ปล่อยวาง ไม่ต้องไปคิดอะไร ดูต้นไม้ ใบไม้ที่หล่นลงมา มองลงไปในบ่อก็เห็นปลา ชีวิตไม่ต้องคิดอะไรมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมาทำงานมาเหนื่อยมาก อยากให้กำไรชีวิต” อดีตผู้บริหาร ไมด้า แอสเซ็ท ทิ้งท้าย


