
บิ๊กอสังหาฯ โชว์รายได้ปี57ยังโต
อสังหาฯ โชว์ผลประกอบการปี 2557 โตสวนกระแสเศรษฐกิจ หลังยอดโอนยังดี เอพี - แสนสิริ - มั่นคงโชว์ผลประกอบการปี 2557 ยันโตสวนกระแส ชี้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ยังดี
อสังหาฯ โชว์ผลประกอบการปี 2557 โตสวนกระแสเศรษฐกิจ หลังยอดโอนยังดี เอพี - แสนสิริ - มั่นคงโชว์ผลประกอบการปี 2557 ยันโตสวนกระแส ชี้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ยังดี
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP เปิดเผยว่า ในปี 2557 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 23,149 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 21,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 19,989 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.9% หรือเท่ากับ 2,615 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 2,013 ล้านบาท โดยรายได้ถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถมีรายได้รวมเกินเป้าที่ตั้งไว้นั้น มาจากการปรับกระบวนทางทำงานในเชิงรุก (Pro-Active) ให้ทุกสายงานโฟกัสเป้าหมายเดียวกัน คือ การส่งมอบที่อยู่อาศัยให้เป็นไปตามแผนงานที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งสัดส่วนของรายได้รวมที่เกิดขึ้นนั้น สินค้าแนวราบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 16.4% และคอนโดมิเนียมโตขึ้น 14.7% ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนคอนโด 5 โครงการได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ 1) ไลฟ์ รัชดาภิเษก 2) รึทึ่ม พหล-อารีย์ 3) รึทึ่ม สุขุมวิท 44/1 4) แอสปาย พระราม 9 และ 5) แอสปายสุขุมวิท 48สำหรับยอดขายปี 2557 บริษัทฯ สามารถทำได้เกินเป้าที่ตั้งไว้เช่นกัน โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 22,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.4% เทียบกับปีก่อนหน้าที่มียอดขาย 15,184 ล้านบาท ซึ่งเกินจากเป้าที่ตั้งไว้ที่ 21,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขาย แนวราบเท่ากับ 11,752 ล้านบาท และคอนโด 10,927 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการบริหารพอร์ตการลงทุน เพื่อให้สามารถปรับตัว และแผนงานให้สอดรับกับสถานการณ์ตลอดเวลา
ขณะที่ยอดขายในช่วงต้นปี 2558 เป็นต้นมา บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 22 ก.พ. 2558 บริษัทฯ มียอดขายแล้วถึง 3,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160.9% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557
นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2557 บริษัทมีรายได้สุทธิ 29,527 ล้านบาท มีกำไรสุทธิถึง 3,393 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 75% จากปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 1,929 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนงาน “Engineer For Growth” หรือ EFG ที่ลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย เพิ่มยอดโอนและเน้นการสร้างกำไรเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ของกลุ่มแสนสิริ
สำหรับปี 2558 บริษัทได้ประมาณการณ์ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 34,000 ล้านบาท เติบโตจากรายได้ของปี 2557 ประมาณ 15% โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Presale Backlog) รวม 36,721 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2558 ประมาณ 20,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2561 โดยในปีนี้บริษัทจะเดินหน้าตามแผนธุรกิจ Engineer for Growth อย่างต่อเนื่อง หลังจากเห็นผลสำเร็จจากกำไรในปีที่ผ่านมาที่เติบโตขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้รวมถึงเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าตามแผนงานที่ได้วางแผนไว้
ด้านนายชวน ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ หรือ MK ผู้พัฒนาโครงการ “ชวนชื่น” และ “สิรีนเฮ้าส์” เปิดเผยว่า ในปี 2557 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,346.89 ล้านบาท ลดลง 14.96% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากในปี 2557 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมน้อยกว่าในปี 2556 ถึง 841.11 ล้านบาท หากไม่รวมคอนโดมิเนียมแล้ว บริษัทฯ รับรู้รายได้จากโครงการบ้านจัดสรร เพิ่มขึ้น 432.44 ล้านบาท คิดเป็น 23.68% โดยโครงการหลักที่สร้างรายได้ในปีนี้ ได้แก่ ชวนชื่นโมดัส วิภาวดี, ชวนชื่น จรัญฯ 3, ไพรเวท พาร์คและเบลล์พาร์ค ชวนชื่น ซิตี้
ขณะที่การทำกำไรในปีที่แล้ว บริษัทฯ มีกำไรเบื้องต้น 955.27 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนกำไรเบื้องต้น (Gross Profit Margin) 40.70% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอัตราส่วนกำไรเบื้องต้น 34.40% สาเหตุหลักมาจากปีที่แล้วมีการรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียม ซึ่งมีกำไรเบื้องต้นต่ำกว่าบ้านเดี่ยว ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปีนี้อยู่ที่ 417.69 ล้านบาท ลดลงจาก 430.80 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to sales) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาจาก 15.61% เป็น 17.80% เนื่องจากฐานรายได้ที่น้อยลง
ทั้งนี้ หลังจากหักดอกเบี้ยและภาษีแล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิประจำไตรมาส 4/2557 จำนวน 168.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.97% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิประจำปี 2557 เท่ากับ 447.33 ล้านบาท คิดเป็น 0.52 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 4.38% จาก 428.56 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในปีนี้เท่ากับ 18.76% สูงขึ้นจากอัตรา 15.32% ในปีที่ผ่านมา ในส่วนของสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 578.63 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จาก 6,782.62 ล้านบาท เป็น 7,361.25 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้ลงทุนเพิ่มขึ้นในการพัฒนาโครงการ ดังจะเห็นได้จากมูลค่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างพัฒนา เพิ่มขึ้น 677.67 ล้านบาท สำหรับหนี้สินปรับตัวเพิ่มขึ้น 388.60 ล้านบาท จาก 1,502.79 ล้านบาท เป็น 1,891.39 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงิน
ทั้งนี้ เงินกู้ระยะสั้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 80.17 ล้านบาท เป็น 430 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้กู้ยืมเงินโดยการออกตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) เนื่องมีจากต้นทุนที่ต่ำกว่าการกู้จากสถาบันการเงิน อย่างไรก็ดีหนี้สินหมุนเวียนมิได้เพิ่มขึ้นแต่กลับลดลง 409.60 ล้านบาท เนื่องจากเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี ลดลง 746.67 ล้านบาททดแทนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะยาวในส่วนของหนี้สินไม่หมุนเวียนซึ่งเพิ่มขึ้น 805.84 ล้านบาท
สำหรับส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 190.03 ล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมา อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ณ สิ้นปี 2557 จึงปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 0.28 เท่าเมื่อสิ้นปี 2556 เป็น 0.35 เท่า ณ สิ้นปี 2557 โดยจากการที่บริษัทฯ ใช้จ่ายเงินเพื่อจัดหาที่ดินเพิ่มรวมถึงการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินการงานเป็นลบ (226.15) ล้านบาท จากที่เคยเป็นบวกในปีที่ผ่านมา และจากการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้พัฒนาโครงการ ทำให้กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นบวก 100.25 ล้านบาท จากเดิมที่ลบ (1,085.73) ล้านบาท บริษัทฯ จึงมีเงินสดสุทธิเป็นลบ (148.50) ล้านบาทสำหรับปี 2557







