
บ้านแสนสุขของ น.ต.ณยศ เสาว์ทองหยุ่น
เพิ่งได้เลื่อนยศเป็น น.ต.ณยศ เสาว์ทองหยุ่น ไปหมาดๆ สำหรับทหารอากาศหน้าหล่อหุ่นล่ำซึ่งประจำการอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ
โดย...ชนิดาภา
เพิ่งได้เลื่อนยศเป็น น.ต.ณยศ เสาว์ทองหยุ่น ไปหมาดๆ สำหรับทหารอากาศหน้าหล่อหุ่นล่ำซึ่งประจำการอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ แล้วตอนนี้ ณยศ หรือตูน ยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังจะมีผลงานละครออกมาให้ได้ชมกันเร็วๆ นี้ทางจอแก้วอีกด้วย แม้งานจะรัดตัวขนาดไหน แต่ตูนก็ยังหาเวลามาเปิดบ้านให้เราไปเยี่ยมเยียนจนได้
จากชีวิตของลูกทหารที่ไม่เคยอยู่กับที่ การย้ายตามพ่อไปประจำการอยู่ตามจังหวัดต่างๆ จึงดูจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้ามีบ้านสักหลังหนึ่งไว้พักผ่อนห่างไกลจากสังคมคนเมืองและตอบโจทย์ชีวิตทำงานได้ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีทีเดียว
“ชีวิตผมจะไม่ค่อยได้อยู่กับที่ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ด้วยความที่คุณพ่อเป็นทหาร ผมก็จะย้ายตามพ่อไปนู่นไปนี่เรื่อยๆ ไปอยู่ราชบุรี บ้านโป่ง โคราช กรุงเทพฯ จากนั้นก็อยู่โรงเรียนประจำ แล้วก็ย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่ พอเรียนจบก็กลับมาอยู่กรุงเทพฯ คุณพ่อก็เลยซื้อบ้านหลังนี้เอาไว้เพื่อให้ลูกๆ ได้อยู่รวมกัน”
ตูนบอกว่า ด้วยความที่เขาเป็นลูกคนสุดท้องจึงมีนิสัยติดบ้าน อีกอย่างที่ทำงานยังอยู่แถวดอนเมืองด้วย เพราะเมื่อ 10 ปีก่อนการเดินทางระหว่างดอนเมืองกับรังสิตคลอง 5 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านหลังนี้ สามารถไปมาได้สะดวกมาก รถยังไม่ติดขนาดนี้ ประกอบกับยุคนั้นเป็นยุคที่ฟองสบู่แตก จึงซื้อบ้านหลังนี้ได้ในราคาไม่กี่ล้านบาท ซึ่งมีเนื้อที่ถึง 200 ตร.ว. เชียวล่ะ
“ผมว่าการจัดเลย์เอาต์ของบ้านโครงการนี้ดีนะครับ คือเขาจะทิ้งสเปซของสนามหญ้าไว้ แล้วเมื่อก่อนผมเลี้ยงหมาเยอะ มีอยู่ 10 ตัวได้ ก็เลยมีสนามหญ้าให้หมาวิ่ง ผมจะเลี้ยงโกลเด้นฯ เยอะหน่อย แล้วก็มีพุดเดิ้ลตัวเล็กๆ อยู่ในบ้านด้วย อีกอย่างคือตรงนี้เวลาเราจะเข้าเมืองมันง่ายตรงที่ไม่ต้องวิ่งไปถึงวิภาวดีฯ เพราะมีถนนวงแหวนรอบนอกให้ตัดออกไปตรงเส้นทางด่วนรามอินทราฯ ได้เลย ผมจึงใช้ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายหลักเลยครับ”
พอเห็นบ้านหลังนี้ครั้งแรกก็รู้สึกได้ถึงความร่มรื่นจากบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านและต้นไม้ใหญ่ที่แตกกิ่งก้านแข็งแรงปกคลุมพื้นที่ไปทั่ว ตัวบ้านสีขาวที่พอเข้าไปแล้วรู้สึกแตกต่างจากภายนอก “บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาในสไตล์ที่ค่อนข้างจะโมเดิร์นนะ ภายนอกบ้านดูเหมือนจะใหญ่ แต่พอเข้าไปในตัวบ้านจะมีการซอยฟังก์ชั่นอย่างเป็นสัดส่วน แบ่งเป็นห้องรับแขก ห้องกินข้าว ห้องครัว ห้องน้ำ ส่วนข้างบนก็จะมี 3 ห้องนอน โทนสีที่ใช้ในการตกแต่งบ้านคือสีขาว เทา ดำ เน้นความเรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งความโมเดิร์น โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเหล็กผสมไม้ และกระจกเข้ามามิกซ์แอนด์แมตช์ให้กลมกลืนในสไตล์โฮมออฟฟิศ ซึ่งผมชอบมากๆ ส่วนสีของเฟอร์นิเจอร์ก็เน้นโทนสีขาว เทา ดำ ซะเป็นส่วนใหญ่ มีสีแดงมาตัดบ้างนิดหน่อย”
ตูนบอกว่า บ้านหลังนี้เขาอยู่มา 10 ปีแล้ว แต่ระยะหลังนี้ด้วยหน้าที่ของงานประจำและงานในวงการบันเทิงที่เพิ่มเข้ามา ทำให้เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ เขาและพี่ๆ เลยไปซื้อบ้านอีกหลังไว้แถวสุขุมวิท แต่ก็ยังไปๆ มาๆ ที่บ้านหลังนี้อยู่ไม่ขาด เพราะเมื่อได้กลับมาที่นี่แล้วจะรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัว
“มุมโปรดในบ้านนี้มีอยู่ 2 มุมครับ มุมแรกคือในห้องนอนส่วนตัว มุมที่สองคือมุมตรงโซฟาข้างล่างนี่แหละ บางทีก็นอนดูทีวี วันไหนไม่มีงานผมก็จะอยู่ที่นี่ทั้งวัน ไม่ไปไหนเลย เพราะที่นี่มันจะเงียบสงบมาก รู้สึกสบาย ซึ่งคนที่เคยชินกับการอยู่แต่ในเมืองอาจจะอยู่แล้วรู้สึกว่าเหงา แต่สำหรับผมแล้วกลับรู้สึกว่าได้พักผ่อนเต็มที่ดีครับ”
ไม่ว่าบ้านจะเล็กหรือใหญ่ แต่สำหรับนายทหารหนุ่มคนนี้ บ้านคือที่สุดท้ายที่เมื่อตัวเขาหรือครอบครัวกลับมาแล้วต้องมีความสุข “บ้านแสนสุขสำหรับผม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นบ้านเล็กหรือบ้านใหญ่ ราคาแพงหรือว่าต้องมีสไตล์ เพราะผมคิดว่าต่อให้มีบ้านราคาร้อยล้านพันล้าน มีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหราสักแค่ไหน แต่ถ้าคนในบ้านอยู่ด้วยกันแบบไม่มีความสุข บ้านหลังนั้นก็ไม่อาจเรียกว่าบ้านแสนสุขได้เลย”
“ผมเชื่อมั่นว่าสถาบันครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ขอให้ครอบครัวของผมอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขก็พอ ถึงแม้บ้านจะเล็ก หรือจะอยู่เป็นคอนโดรวมกันผมก็แฮปปี้นะ เพราะผมถือว่าบ้านมันควรจะเป็นที่สุดท้ายที่เราจะมาพักพิงทั้งกายและใจ เพราะเมื่อเราออกไปข้างนอกเราก็เจอปัญหาต่างๆ เยอะแยะมากมาย ทั้งเรื่องการงาน เรื่องคน เรื่องสังคม ที่อาจจะถูกใจเราบ้าง ไม่ถูกใจเราบ้าง แต่เมื่อเรากลับมาบ้าน แล้วเราต้องสบายใจ หากเรากลับมาบ้านแล้วเราทุกข์ซ้ำอีก แล้วเราจะหนีไปไหนได้อีกล่ะ จริงมั้ยครับ”







