
กู้ซื้อบ้านอย่างไร?ได้ดอกเบี้ย2.5%ยาว5ปี
ด่านแรกที่ผู้ประกันตน “เจอตอ” เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ถึงจะพิจารณาสินเชื่อให้
ด่านแรกที่ผู้ประกันตน “เจอตอ” เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ถึงจะพิจารณาสินเชื่อให้
โดย...ทีมข่าวการเงิน
โครงการสวัสดิการ “บ้าน สปส.เพื่อผู้ประกันตน” ของสำนักงานประกันสังคมกลายเป็นแคมเปญฮอตฮิตในขณะนี้
เพราะเป็นการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% คงที่ 5 ปี ผ่านธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง โดยเปิดโอกาสให้สามารถรีไฟแนนซ์ได้
โครงการนี้เริ่มต้นไม่นานก็ได้รับความสนใจจากผู้ประกันตนอย่างล้นหลามกว่า 1 หมื่นราย
ใครคือผู้มีสิทธิ ?
ผู้ประกันตนทุกคนเกือบ 10 ล้านคน มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิพิเศษดอกเบี้ยอัตราพิเศษนี้ แม้ว่าจะเป็นผู้ประกันตนเพียง 1 เดือนก็ได้รับสิทธิ โดยสำนักประกันสังคมจะนำเงินไปฝากกับธนาคารพาณิชย์อัตรา 1% วงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท กำหนดวงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ 1.2 หมื่นคน แม้ว่ายังไม่มีการแบ่งเค้กว่าธนาคารใดจะได้วงเงินเท่าใด ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละธนาคารจะปล่อยกู้ได้เท่าใด แล้วรายชื่อบัญชีลูกค้าที่จะยื่นกู้มาแจ้ง สปส.เพื่อที่จะนำเงินฝากตามวงเงินที่ปล่อยกู้
กำหนดระยะเวลายื่นขอสินเชื่อและทำนิติกรรมของผู้ประกันตนต้องทำก่อนวันที่ 31 ธ.ค. 2553 หรือวงเงินฝากสนับสนุนโครงการเต็มจำนวนก่อน
ผู้ประกันที่จะใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการจะต้องดำรงสถานะความเป็นผู้ประกันตนตลอดระยะเวลาที่ใช้สิทธิตามโครงการ 5 ปี ซึ่งหากผู้ประกันตนลาออกจากการเป็นสมาชิกผู้ประกันตนธนาคารพาณิชย์จะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามลูกค้าปกติ ซึ่งปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.8-7%
ขั้นตอนการกู้เงิน
ขั้นแรกผู้ประกันตนขอเอกสารหนังสือรับรองสถานะความเป็นผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคมได้ทุกแห่ง พร้อมเตรียมเอกสารการกู้ไปยื่นกับธนาคารที่ทำสัญญาบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับสำนักงานประกันสังคม โดยธนาคารจะแจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อให้ผู้ประกันตนทราบโดยตรง
ทั้งนี้ การอนุมัติหรือไม่อนุมัติเงินกู้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้กู้เงินของธนาคาร เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละธนาคาร
ด่านแรกที่ผู้ประกันตน “เจอตอ” เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ถึงจะพิจารณาสินเชื่อให้ ดังนั้นทำให้คนที่มีรายได้ต่ำกว่านั้นยังถูกตัดวงจรการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
รวมถึงเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์หนี้จากเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยในอัตราสูงมาใช้สิทธิลดภาระดอกเบี้ยได้แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เนื่องจากบางธนาคารมีข้อกำหนดไม่รับรีไฟแนนซ์หนี้ธนาคารเดียวกัน ซึ่งผู้ประกันตนอาจจะต้องรีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่น
ดังนั้น ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขค่าธรรมเนียมการรีไฟแนนซ์หนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายการประเมินราคาสินทรัพย์ใหม่ด้วย ซึ่งโดยเฉลี่ยค่าธรรมเนียมการรีไฟแนนซ์จะคิดอัตรา 2-3% ของวงเงินหนี้ที่คงเหลือ
ประเด็นสำคัญคือการเลือกธนาคารจะต้องพิจารณาดอกเบี้ยหลังจากปีที่ 6 แต่ละธนาคารก็มีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน
พิจารณาข้อมูลให้ถ่องแท้ก่อนตัดสินใจ







