
อสังหาฯเจ้าถิ่นฮึดสู้ทุนกทม.
อสังหาฯ ระยองคึก เจ้าถิ่นท้าชนบิ๊กจาก กทม. เปิดหน้าดิน 4,000 ไร่ รอพัฒนารับเออีซี
อสังหาฯ ระยองคึก เจ้าถิ่นท้าชนบิ๊กจาก กทม. เปิดหน้าดิน 4,000 ไร่ รอพัฒนารับเออีซี
นายปรีชา อริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลิเซีย ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใน จ.ระยอง-ชลบุรี แบรนด์บ้านเติมทรัพย์ กล่าวว่า บริษัทพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวใน จ.ระยอง และชลบุรี มากว่า 20 ปี มูลค่าโครงการรวมกันกว่า 3,000 ล้านบาท จะเริ่มขยายฐานธุรกิจไปสู่การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโครงการแรก ได้แก่ โครงการวิสดอม แกรนด์ดิออส คอนโด ซึ่งเป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ต เนื้อที่ 7 ไร่ ในอ.เมือง จ.ระยอง เป็นคอนโดสูง 5 ชั้น 8 อาคาร จำนวน 330 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้านบาท ขายในราคาเริ่มต้นที่ 1.6-4.5 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 50%
สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักของคอนโด จะเป็นคนที่ย้ายถิ่นเข้ามาทำงานในระยอง ซึ่งในปัจจุบันตลาดอสังหาฯ ในระยองถือว่ามีการแข่งขันสูงขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายเข้ามาทำตลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาที่ดินในเมืองได้ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว 1 เท่าตัว
“บริษัทสามารถแข่งขันกับบริษัทรายใหญ่ได้เพราะทำตลาดในพื้นที่มากว่า 20 ปีทำให้ผูกพันใกล้ชิดและเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีแลนด์แบงก์ต้นทุนต่ำกว่าที่พร้อมจะนำออกมาพัฒนา” นายปรีชา กล่าว
นอกจากโครงการวิสดอม แกรนด์ดิออส แล้วในปีนี้บริษัทจะพัฒนาบ้านเดี่ยวอีก 1 โครงการ ได้แก่ โครงการเติมทรัพย์ ปาร์ค วิลล์ จำนวน 128 หลัง ขายในราคา 4-7 ล้านบาท และในปีหน้าเตรียมนำที่ดินอีก 39 ไร่ บริเวณโลตัส บ้านฉาง พัฒนาเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น ตั้งราคาขายที่ 4 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมีที่ดินที่เป็นของตระกูลอีก 4,000 ไร่ ที่สามารถนำมาพัฒนาโครงการเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคตด้วย
ด้านนายจิรวัฒน์ เกตุแสง ผู้จัดการทั่วไปสายงานการตลาด บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางในย่านสุขุมวิท 64 ปัจจุบันถือว่ามีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงมาก โดยเฉพาะการชูจุดขายผ่านดาวน์ต่ำ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภค เพราะปริมาณซัพพลายจำนวนมากถึง 3,500-4,000 ยูนิต
สำหรับแบรนด์ “วิสซ์ดอม คอนโด มิเนียม” ที่บริษัททดลองทำตลาดมาแล้ว 2 โครงการในย่านสุขุมวิท 64 ใกล้รถไฟฟ้าปุณณวิถี ปีนี้บริษัทเตรียมลงทุนซื้อที่ดินอย่างน้อย 2 แปลง เพื่อเปิดตัววิสซ์ดอม 2 โครงการใหม่ มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาทต่อโครงการ







