
ชี้เจ้าของเมินกม.ตรวจสอบอาคาร
พลัสฯ ชี้เจ้าของอาคารให้ความสำคัญกับกฎหมายตรวจสอบอาคารน้อย แถมนิยมใช้ผู้ประกอบการราคาถูก
พลัสฯ ชี้เจ้าของอาคารให้ความสำคัญกับกฎหมายตรวจสอบอาคารน้อย แถมนิยมใช้ผู้ประกอบการราคาถูก
นายชาญ ศิริรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่ากฎหมายควบคุมอาคารซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนธ.ค. ปี 2550 ที่กำหนดให้เจ้าของอาคารต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยจะต้องจัดให้มีบุคลากรดูแลทางด้านแผนป้องกันภัยอาคาร เช่น จากเหตุเพลิงไหม้ แผ่นดินไหว จลาจล เป็นต้น พร้อมกับจะต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารที่มีประสบการณ์มาดูแล ก่อนให้เจ้าหน้าภาครัฐตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งสำนักงานเขต แต่ที่ผ่านมาเจ้าของอาคารส่วนใหญ่จะเน้นทำเพื่อให้ผ่านขั้นตอนของกฎหมาย โดยใช้ผู้ประกอบการที่ราคาถูกเริ่มต้นไม่ถึง 1 บาทต่อตร.ม. ในการตรวจสอบ จึงทำให้ขั้นตอนของการตรวจสอบอาคารหลายแห่งนั้นขาดประสิทธิภาพ
ทั้งนิ้ ปัจจุบันอาคารประเภทโรงแรมและอาคารสำนักงาน ในกรุงเทพฯ สูงเกิน 23 เมตร และต่ออาคารมีพื้นที่รวมเกิน 1 หมื่นตร.ม.นั้น มีมากกว่า 2,000 อาคาร โดยในจำนวนดังกล่าวมีลูกค้าของบริษัทจำนวน 70 แห่ง ซึ่งการตรวจสอบอาคารประจำปีนั้น บริษัทจะให้ความสำคัญกับ 4 ส่วน หลักประกอบด้วย 1.งานโครงสร้าง ผนัง ฐานรากว่าดีหรือไม่ 2.ระบบประกอบอาคารหลัก เช่นระบบไฟฟ้า ประปา เครื่องปรับอากาศ บันได เลื่อนและลิฟต์ 3. การตรวจสอบสมรรถนะการหนีไฟ ระบบเตือนภัย ระบบดับเพลิง ว่าทำงานได้ดีหรือไม่ 4. การตรวจแผนฉุกเฉิน ซ้อมอพยพหนีไฟประจำปี ซึ่งในรอบ 1 ปีจะมีการตรวจสอบ 4 ครั้งต่อหนึ่งอาคาร ซึ่งรูปแบบการให้บริการของบริษัทฯจะมีอัตราการให้าบริการเริ่มต้นที่ 1 บาท -5 บาท ต่อตร.ม.
สำหรับอาคารสูงที่ก่อสร้างก่อนมีพ.ร.บ.ควบคุมอาคารปี 2535 นั้นมีจำนวนมากที่ไม่ได้มีการวางระบบสปริงเกอร์เพื่อปล่อยน้ำเมื่อเกิดเพลิงไหม้ เพราะกฎหมายยังไม่ได้บังคับใช้ มีเพียงกำหนดให้ก่อสร้างทางหนีไฟเพียงอย่างเดียวส หากอาคารเก่าจะลงทุนติดตั้งระบบสปริงเกอร์ อย่างเช่นอาคารฟิโก้ เพลง ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ต้องใช้เงินลงทุนในเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เนื่องจากเป็นอาคารที่มีจำนวน 13 ชั้น เนื้อที่รวมกว่า 1 หมื่นตร.ม.
“หากไม่เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคาร คนก็ยังไม่เห็นประโยชน์กับการตรวจสอบความปลอดภัยของตัวอาคาร ว่ามีระบบถังดับเพลิงไหม้ มีระบบสปริงเกอร์ หรือเปล่า ขณะที่กฎหมายผังเมืองใหม่ ที่เตรียมจะประกาศให้อาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้น หรือมีพื้นที่รวมไม่เกิน 1 หมื่นตร.ม. จะต้องสร้างบ้านถนนกว้าง 16 เมตร นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้รถดับเพลิงสามารถเดินทางได้สะดวก” นายชาญ กล่าว
สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้ารับตรวจสอบอาคารในกรุงเทพฯจำนวน 85 แห่ง หรือเติบโตจากปีก่อน 10-15%







