posttoday

ราคาบ้านในสหรัฐต.ค.ตกต่ำอีก 0.2%

28 ธันวาคม 2554

สถานการณ์ราคาบ้านในสหรัฐ เดือนต.ค.ตกต่ำลงอีก 0.2% แสดงนัยเลวร้ายของตลาดอสังหาฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลกำลังซื้อ-การลงทุนของสหรัฐในไทย

สถานการณ์ราคาบ้านในสหรัฐ เดือนต.ค.ตกต่ำลงอีก 0.2% แสดงนัยเลวร้ายของตลาดอสังหาฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลกำลังซื้อ-การลงทุนของสหรัฐในไทย

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา ณ เดือนตุลาคม 2554 ซึ่งเป็นเดือนล่าสุด ตกต่ำลงอีก 0.2% แสดงนัยเลวร้ายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยังไม่ฟื้นตัว และส่งผลถึงกำลังซื้อและการลงทุนของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย

สำนักงานการเงินเคหะการแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ Federal Housing Finance Agency ได้ออกแถลงการณ์ถึงภาวะราคาที่อยู่อาศัย (บ้านแนวราบและห้องชุด) ในสหรัฐอเมริกา และศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้นำมาวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ราคาล่าสุด ณ เดือนตุลาคม 2554 ลดลง 0.2% ทั่วประเทศ  ในขณะที่เดือนก่อนหน้า (กันยายน 2554) ราคาเพิ่มขึ้น 0.4%  ทำให้ราคาบ้านในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (ตุลาคม 2553-2554) ลดลง 2.8%  หรือลดลง 19.2% นับแต่เดือนเมษายน 2550 (4 ปีครึ่งที่แล้ว) ซึ่งเป็นเดือนที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นสูงสุด  ราคา ณ เดือนล่าสุด (ตุลาคม 2554) เท่ากับราคา ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2547 หรือประมาณ 3 ปีก่อนเกิดวิกฤติ

การลดลงของราคาที่อยู่อาศัยในเดือนตุลาคม 2554 นั้น นับว่าลดลงเกือบทั่วประเทศ ยกเว้นกลุ่มมลรัฐทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เช่น ดาโกตาเหนือ ดาโกตาใต้ เนบราสกา  กลุ่มมลรัฐทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เช่น โอกลาโฮมา เท็กซัส  รวมทั้งกลุ่มมลรัฐทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มิสซิสซิปปี เทนเนสซี อะลาบามา เป็นต้น  แสดงว่ามลรัฐที่ไม่ค่อยมีการเพิ่มของราคามักไม่ค่อยตกต่ำมากนักนั่นเอง

อาจกล่าวได้ว่าตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 ราคาที่อยู่อาศัยได้ขยับตัวสูงขึ้นมาบ้าง  แต่หากนับรวมถึงเดือนตุลาคม 2554 เป็นเวลา 8 เดือน นับว่าราคาค่อนข้างทรงตัว ไม่ได้เสื่อมทรุดมากนัก  แต่ราคาก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน  แสดงนัยว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายังไม่ฟื้นตัว  การที่จะหวังพึ่งสหรัฐอเมริกาในการลงทุนต่าง ๆ จึงมีจำกัด

ทั้งนี้ ราคาที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาตกต่ำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2550 เป็นต้นมา จนต่ำสุดในเดือนมีนาคม 2554 เป็นเวลาเกือบ 4 ปี  และแม้ในช่วง 4 ปีนี้จะมีการกระตุกของราคาขึ้นบ้าง แต่ก็ถือว่าอยู่ในช่วง “ขาลง” ราคาไม่ได้เพิ่มขึ้น และขณะนี้ก็ยังไม่เห็นการฟื้นตัวนัก  อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวได้ปรากฏขึ้นเป็นแห่ง ๆ บ้างเช่นกัน

 ในกรณีนี้บางท่านอาจเห็นว่าควรไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากราคาถูก แต่ในความเป็นจริง หากซื้อบ้านในสหรัฐอเมริกา เจ้าของต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีละประมาณ 2% ซึ่งแตกต่างไปตามแต่ละจังหวัด (County) ของแต่ละมลรัฐ โดยหากบ้านในสหรัฐอเมริการาคาเฉลี่ย 10 ล้านบาท ก็จะต้องเสียภาษีประมาณ 200,000 บาทต่อปี  ในขณะที่ต่างชาติมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ไม่ต้องเสียภาษีนี้เพราะประเทศไทยยังไม่จัดเก็บ  นอกจากนี้ หากมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ทายาท จะต้องเสียภาษีมรดกอีก 30% เช่นหากบ้านดังกล่าวราคา 10 ล้านบาทในขณะนี้ หากอีก 30 ปีข้างหน้าราคาเพิ่มเป็น 50 ล้านบาท ก็จะต้องเสียภาษีประมาณ 15 ล้านบาท เป็นต้น  ดังนั้นก่อนที่จะซื้อบ้านในสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนสมควรพิจารณาถึงข้อจำกัดนี้ด้วย

 

ราคาบ้านในสหรัฐต.ค.ตกต่ำอีก 0.2%

 

 

ข่าวล่าสุด

สรรพสามิต ลุยตรวจปั๊ม-คลังน้ำมันทั่วประเทศ สกัดกักตุนสงกรานต์