
จัดสรรรับมือน้ำท่วมกรุง
เอสซี แอสเสทปรับแผนซื้อที่ดินสร้างบ้านก่อนขายเร็วขึ้น รับน้ำท่วมกระทบงานก่อสร้าง หวั่นต้นปีสร้างไม่ทันทำยอดขายสูญ 500 ล้านบาท ด้านศุภาลัยเล็งเข้มเลือกที่ดินเสี่ยงน้ำท่วมต่ำ
เอสซี แอสเสทปรับแผนซื้อที่ดินสร้างบ้านก่อนขายเร็วขึ้น รับน้ำท่วมกระทบงานก่อสร้าง หวั่นต้นปีสร้างไม่ทันทำยอดขายสูญ 500 ล้านบาท ด้านศุภาลัยเล็งเข้มเลือกที่ดินเสี่ยงน้ำท่วมต่ำ
นายกรี เดชชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทเน้นทำบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย เฉลี่ยใช้เวลาก่อสร้าง 6-7 เดือน ทำให้ขณะนี้ต้องเร่งซื้อที่ดินสำหรับการเปิดตัวโครงการในช่วงกลางปีหน้าให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม ไม่เช่นนั้นจะเปิดขายโครงการใหม่ไม่ทันกำหนดและจะกระทบการเติบโตในปีหน้า ทั้งนี้ เป็นเพราะสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ และฝนตกหนัก ทำให้ต้องเทน้ำหนักไปกับการเฝ้าระวังและป้องกัน ซึ่งทำให้งานก่อสร้างบ้านพร้อมอยู่บางแห่งอาจจะล่าช้ากว่ากำหนด และในเบื้องต้นอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในเดือนม.ค.-ก.พ.ประมาณ 500 ล้านบาท จากการบ้านพร้อมอยู่เสร็จไม่ทันขายในช่วงต้นปี
"ปัจจัยดังกล่าวทำให้เราต้องเร่งซื้อที่ดินโครงการใหม่ เพื่อเร่งสร้างและให้มียอดขายเข้ามามากขึ้นในช่วงกลางปี ชดเชยกับต้นปีที่จะหายไป" นายกรี กล่าว
สำหรับที่ดินที่บริษัทได้เร่งตัดสินใจซื้อมาแล้วนั้นมีด้วยกัน 3 แปลงใหม่ คิดเป็นมูลค่าที่ดินรวมกว่า 1,200 ล้านบาท อยู่ในโซนพระราม 9 ทั้งหมด แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 1 โครงการ และแนวราบ 2 โครงการ ซึ่งจะเปิดตัวในครึ่งปีหลัง ส่วนที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการที่จะเปิดตัวในครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่ได้ซื้อไว้หมดแล้ว
ด้านครึ่งปีหลังของปีนี้ได้เปิดตัว 9 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 9,700 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 6 โครงการมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 3,700 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นระดับราคา 5 ลัานบาทขึ้นไป เพื่อให้สอดรับกับนโยบายที่เอสซีฯ จะขยับขึ้นมาทำกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีบ้านและคอนโดฯ 5 ล้านบาทขึ้นไปสัดส่วนอยู่ที่ 90% ส่วนยอดขายสิ้นปีคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 8,000 ล้านบาท เติบโต 30% และรับรู้รายได้อยู่ 7,500 ล้านบาท โดยยอดขาย 9 เดือนปิดการขายได้ที่ 6,000 ล้านบาทแล้ว
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังไม่กระทบต่อแผนการลงทุนของบริษัทในปีหน้า แต่มีผลให้บริษัทต้องเข้มในการเลือกซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาโึครงการใหม่ีมากขึ้น โดยแนวทางการเลือกซื้อที่ดินจะประเมินจากพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมน้อยที่สุด แต่หากจะบอกว่าไม่ท่วมเลย คงเป็นไปได้ยาก เพราะต้องยอมรับว่าพื้นที่เพื่อการพัฒนาบ้านแนวราบ ส่วนใหญ่ต้องอยู่แนวปริมณฑล ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่เสี่ยง เพียงแต่ต้องเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุดแทน
ขณะที่การพัฒนาโครงการบ้านให้สูงขึ้น ต้องยอมรับว่าจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ซื้อบ้านใหม่ และเชื่อว่าตลาดที่มีกำลังซื้อจำกัด อาจจะรับไม่ไหว
ด้านวัสดุก่อสร้างหลายประเภทเริ่มขาดแคลน และมีราคาสูงขึ้น แต่โครงการส่วนใหญ่ได้เซ็นสัญญาก่อสร้างไปแล้ว จึงไม่มั่นใจว่ากระทบต้นทุนเท่าไร ส่วนต้นทุนใหม่ ต้องรอประเมินหลังน้ำลดแล้ว แต่เชื่ือว่าราึคาไม่ได้ปรับสูงมากนัก เพราะวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ผลิตเป็นแบบอุตสาหกรรมแล้ว
นอกจากนี้ ในส่วนของแรงงานไทยบางส่วนจำเป็นต้องกลับภูมิลำเนา เพราะกังวลผลกระทบจากน้ำท่วมที่มีต่อครอบครัวของแรงงานไทย ซึ่งอาจจะส่งผลให้แรงงานขาดแคลนไปบ้าง
สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงโค้งท้ายของปี 2554 นี้ ล่าสุด ได้เปิดตัว 2 คอนโดมิเนียมใหม่ ศุภาลัย ปาร์ค แคราย-งามวงศ์วาน จำนวน 709 ยูนิต มูลค่า 1,600 ล้านบาท และศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ จำนวน 670 ยูนิต มีมูลค่า 2,200 ล้านบาท และยังมีอีก 3 โครงการใหม่ที่รอเปิดในพ.ย. – ธ.ค.นี้







