"มิวซิกมูฟ"ขยายคอนเทนต์สู่แพล็ตฟอร์มดิจิทัลรับมือ Digital Transformation

วันที่ 24 ธ.ค. 2562 เวลา 15:37 น.
"มิวซิกมูฟ"ขยายคอนเทนต์สู่แพล็ตฟอร์มดิจิทัลรับมือ Digital Transformation
MUZIK MOVE (มิวซิกมูฟ) ชูกลยุทธ์ชิงความเป็นผู้นำในธุรกิจค่ายเพลง พร้อมรับมือ Digital Transformation ลุยเดินหน้าต่อยอดธุรกิจ ทำงานร่วมกับทุกพันธมิตร เพื่อขยายคอนเทนต์สู่แพล็ตฟอร์มดิจิทัลให้มากขึ้น

นายดนุภพ กมล ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้ของกลุ่มบริษัทฯ ทั้ง 3 ค่าย ภายใต้ MUZIK MOVE ที่บริหารโดย ฟองเบียร์-ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม ค่าย Me Records ,โอ้ป - เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆการ ค่าย Muzik Move Records ,และ พล-คชภัค ผลธนโชติ ค่าย Boxx Music ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ผลประกอบการรวม 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 35 % โดยสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจาก Artist Management หรือการบริหารจัดการศิลปินในสังกัด 50% ซึ่งถือเป็นส่วนที่แข็งแกร่ง มีการจ้างงานต่อเนื่องทั้งปีทั่วประเทศ แบ่งเป็นงานจ้างโชว์บิซคอนเสิร์ต 20 % และรายได้อีก 30 % เป็นกิจกรรมแคมเปญมิวสิคเฟสติวัล เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 100 %

สำหรับ แผนการดำเนินธุรกิจปี 2563 ทางบริษัทฯได้มุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือการกรูมมิ่ง( Grooming) ศิลปินที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งเฟ้นหานักร้องคลื่นลูกใหม่เสริมทัพจากช่องทางต่างๆ อาทิ การโพสต์บนโซเชียลมีเดีย เวทีประกวด และศิลปินที่คร่ำหวอดในแวดวงดนตรีเสริมความแข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นต้นน้ำ จากนั้นค้นหาความเป็นตัวตนของศิลปิน และความโดดเด่นที่มี เพื่อเลือกแนวเพลงที่เหมาะสม พร้อมทั้งพัฒนาและเพิ่มทักษะด้านต่างๆ สู่การเตรียมความพร้อมการผลิตเพลงเป็นที่ต้องการของตลาด และมีศักยภาพในการขายมากขึ้น เพื่อเป็นที่รู้จักในวงกว้างและอยู่บนชาร์ทเพลงฮิตต่อเนื่อง

“ยุคดิจิทัลทำให้คนสามารถปล่อยผลงานออกมาได้เยอะ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นศิลปินได้ ตัวเองต้องมีความเป็นตัวเอง (Unique) เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถดึงดูดทุกคน และจำเป็นต้องเก็บความเป็นตัวเองไว้ เพื่อรักษาฐานกลุ่มแฟนเพลงอย่างเหนียวแน่น”นายดนุภพกล่าว

สำหรับ กลยุทธ์ที่ 2 คือ การโปรดักชั่น (Production) ของศิลปินรุ่นกลางและรุ่นใหญ่ อาทิ วง ETC. ,นักร้องเพลงร็อก สงกรานต์ รังสรรค์, เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ ,ปอย PORTRAIT จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่องและวิธีการนำเสนอแปลกใหม่ไปจากเดิม สอดคล้องกับยุคสมัยและตรงใจแฟนเพลงมากที่สุด มุ่งเน้นธุรกิจ SHOWBIZ และคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ต่อเนื่องทั่วประเทศ กลยุทธ์ที่ 3คือ การสร้างพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่แข็งแกร่ง (Partnership) โดยทางบริษัทฯเปิดกว้างการทำงานร่วมกับทุกค่ายเพลงและพันธมิตรทางธุรกิจ อาจมีแขกรับเชิญจากค่ายอื่นหรือเราอาจจะไปเป็น Guest ในการสร้างสรรค์งานร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเคยร่วมงานกับทรูซีเจ ครีเอชั่นส์ เพื่อมาตรฐานระดับสากล และตอบโจทย์ผู้บริโภคตลาดเอเชีย นอกจากนี้ ผู้บริหารค่าย Me Records : ฟองเบียร์-ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม ร่วมทำงานกับสื่อที่พาร์ทเนอร์ โดยสร้างสรรค์ผลงานเพลงประกอบละครเรื่อง Voice สัมผัสเสียงมรณะ ซึ่งขับร้องโดยปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ มียอดวิวสูงมากกว่า 20 ล้านวิว ภายในระยะเวลา 1 เดือน

นอกจากนี้ ทางบริษัทฯได้วางโครงสร้าง International Business รองรับธุรกิจโชว์บิซและคอนเสิร์ตต่างประเทศ สามารถสร้างงานจ้างได้มากขึ้น โดยร่วมงานกับออแกนไนซ์เซอร์ในแต่ละประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย –อิ้งค์ วรันธร เปานิล, ป๊อด ธนชัย อุชชิน และวง ZEAL (ซีล) ญี่ปุ่น- วง ZEAL (ซีล) และกลุ่มดนตรี วง SEASON FIVE (ซีซันไฟฟ์) เป็นต้น และล่าสุดได้มีการพัฒนาศิลปินโดยเข้าคอร์สติวเข้มฝึกร้องเพลงภาษาจีน ได้แก่ นัน-สุนันทา ยูรนิยม,มาร์ค-ธัชพล จุลเกษม,ปอย PORTRAIT , และ เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข ทั้งหมดนี้คือกลุ่มนักร้อง Pilot นำร่องเพื่อผลักดันเข้าสู่ตลาดเพลงจีน เป็นการงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ชาวไต้หวัน วางแผนเริ่มต้นจาก ไต้หวัน มาเก๊า ฮ่องกง สิงคโปร์ พร้อมเผยแพร่ผลงานผ่าน Youtube จีนและแพลตฟอร์มชื่อดังของจีน

สำหรับ ในการผลิตผลงานเพลงยังคงเน้นทำซิงเกิลต่อเนื่องทุกศิลปิน เน้นการขายและฟังเพลงในรูปแบบของดิจิทัล ทั้งในระบบดาวน์โหลด รวมถึงการโปรโมททางโซเชียล มีเดีย และมิวสิคสตรีมมิ่ง ผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อให้แฟนเพลงสามารถเข้าถึงบทเพลงที่ชื่นชอบทุกที่ทุกเวลา รวมถึงการเป็นบิสซิเนส พาร์ทเนอร์ จัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกันในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ นักร้องชื่อดัง อิ้งค์-วรันธร เปานิลคือ ศิลปินหญิงไทยคนเดียวที่ติดชาร์ตยอดวิวสูงสุด 5 อันดับแรก ของแอปพลิเคชั่นยอดนิยม Spotify ประจำปี 2019 นอกจากนี้ บริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด ยังได้รับรางวัล Golden Botton จาก Youtube ในฐานะที่มียอด ผู้Subscribe เกิน 1 ล้านคน คือมียอดผู้Subscribe มากกว่า 2,200 ล้านคน