ชีวิตที่สมดุลของสาวแกร่ง! แห่งวงการออแกไนเซอร์ "นุช-นวินดา วิธีเจริญ"

  • วันที่ 01 เม.ย. 2562 เวลา 13:27 น.

ชีวิตที่สมดุลของสาวแกร่ง! แห่งวงการออแกไนเซอร์ "นุช-นวินดา วิธีเจริญ"

ชีวิตที่สมดุลของสาวแกร่ง! แห่งวงการออแกไนเซอร์ "นุช-นวินดา วิธีเจริญ"

ความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ข้างหน้า เป็นโจทย์หินแห่งความท้าทายของวงการออแกไนเซอร์ แต่สำหรับผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานาน นอกจากการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ข้างหน้าเพื่อนำพางานให้สำเร็จเป็นที่พึงพอใจแล้ว ต้องทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการ

นี่คือความสำเร็จบนเส้นทางของ “นุช-นวินดา วิธีเจริญ” Project director แห่ง “เดคาวิว อีเว้นท์ ออแกไนซ์เซอร์” ซึ่งอยู่ในวงการนี้มานานถึง 15 ปี  และวันนี้เธอมีข้อคิดที่น่าสนใจในการบริหารงาน พร้อมเคล็ดลับการสร้างสมดุลของชีวิตมาแชร์ให้ทุกคนได้ทราบ

“เดคาวิว อีเว้นท์ ออแกไนซ์เซอร์” โดยบริษัท เดคาวิว จำกัด เป็นบริษัทจัดงาน Event Organizer ผู้นำทางด้านการจัดงานต่างๆ ให้กับองค์กรชั้นนำระดับประเทศและจากต่างประเทศที่มาขยายธุรกิจในเมืองไทยไปแล้วเป็นจำนวนมาก

“นุช-นวินดา” เป็นฟันเฟืองสำคัญและในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งเมื่อ 15 ปีที่แล้วได้ผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบแถวหน้าของวงการ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ขยายธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม โดยมี “เน็กซ์ไซท์เมนท์” เป็นอีกบริษัทในเครือเพื่อรองรับการบริการแบบครบวงจร  

“เร็ว ๆ นี้ก็กำลังจัดงานให้กับบริษัทสปอนเซอร์รายใหญ่ที่จะให้การสนับสนุนบาเยิร์นมิวนิค ทีมฟุตบอลชั้นนำประเทศเยอรมัน และยังมีบริษัทใหญ่ ๆ หลากหลายวงการธุรกิจที่ให้เราดูแล” นุช-นวินดากล่าว

หัวใจความสำเร็จจาก DNA

“ที่นุชทำงานนี้มาอย่างยาวนานขนาดนี้ เพราะรักในงานและทำมันออกมาจากใจจริงๆ  มันเป็นอุปนิสัยของเราอยู่แล้ว เปรียบเสมือนมีดีเอ็นเอนี้อยู่ในร่างกายเรา ลูกค้าเคยบอกว่า สามารถนอนหลับและวางใจได้ ถ้าให้นุชเป็นคนดูแล ถ้ามีอะไรที่ไม่โอเค นุชสามารถจัดการให้ลูกค้าได้หมด เมื่อมาเจอกับเราเขาก็จะไม่ไปใช้เจ้าอื่นอีก ซึ่งเรากล้าการันตีเสมอว่า หากครั้งนี้เราจัดงานให้คุณดีและสวยแล้ว หากมีโอกาสในครั้งต่อไป เราก็จะทำให้ดีกว่าและสวยกว่านี้อีก จะมีนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ ขึ้นอีก ในแต่ละครั้งลูกค้าจึงตื่นเต้นไปกับงานของเรา  จึงยังใช้บริการเราตลอด ไม่ว่าจะทิ้งช่วงห่างนานแค่ไหนก็กลับมา อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราก้าวมาถึงจุดนี้ก็คือ เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าด้วย”

ต้องดักจับปัญหาและตื่นตัวอยู่เสมอ                                                                                                                                                     อีเว้นท์เปรียบเสมือนการออกรบ ต้องใช้พลังเยอะมากทุกงานคือความเต้นเต้น เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหน้างานบ้าง แต่เพราะเรามีประสบการณ์มามาก ก็จะรู้อยู่แล้วว่าหน้างานมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็จะหาทางดักมันไว้ก่อน ต้องกันความผิดพลาดไว้หมด เรื่องนี้ต้องมาจากความช่างสังเกต

“วิธีการเตรียมตัวที่ดีที่สุดของนุช คือ การนอน จะบอกทุกคนเสมอว่า นุชขอนอนให้พอเป็นอันดับแรก เพราะหน้างานมันต้องเกิดอะไรขึ้นเยอะแยะอยู่แล้ว เราจึงต้องพร้อมเสมอ กับการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งต้องทำให้ทุกคนมีความสุขหลังจากจบงานให้ได้”

แบ่งชัด เรื่องงาน-เรื่องส่วนตัวเพราะงานไม่ใช่ทุกอย่าง  งานเป็นหนึ่งที่ทำให้เรามีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว เราต่างก็มีคนที่เรารัก ขณะที่คุณพ่อคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ เราก็ต้องให้เวลากับเขาด้วย เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเราหรือเปล่า ดังนั้นเวลาทำงานคือเวลาทำงาน เวลาครอบครัวคือเวลาของครอบครัว   งานของเราคืออีเว้นท์แพลนเนอร์ ถ้าวางแผนไว้ไม่ดีก็จะทำไม่สำเร็จ บริษัทอื่นอาจจะทำงานจนดึกดื่นตีหนึ่งตีสอง แต่ไม่ใช่ที่นี่ เพราะเชื่อว่าถ้าวางแผนมาดี มันก็ต้องสำเร็จในเวลาที่กำหนด เป็นเอกลักษณ์ของเราตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เรามีการประชุมแพลนนิ่งกันก่อนแล้วว่าจะต้องทำงานภายในกี่วัน วันหยุดเสาร์อาทิตย์หากไม่ติดอีเว้นท์ทุกคนก็ต้องหยุด เพื่อให้ทุกคนไปมีชีวิตส่วนตัว  

นุชมีลูกสาวที่จะสามขวบเดือนพฤษภานี้ เพิ่งเข้าเรียนช่วงซัมเมอร์ไปได้สองอาทิตย์ ดังนั้นการแบ่งเวลาของนุช หลังเลิกเรียนก็คือเวลาของลูก การเลี้ยงลูกของนุช จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะไม่ฝืนอะไรลูก จะไม่วาดภาพล่วงหน้าก่อนว่าจะเข้าเรียนที่ไหน โตขึ้นจะเป็นอย่างไร ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของเขาเองให้ลูกกินนมแม่จนถึงสองขวบกว่า ลูกไม่ได้กินนมอื่นเสริมเลย ซึ่งภูมิใจมากลูกแทบไม่เคยป่วยเลย เพราะได้ภูมิคุ้มกันมาจากการกินนมแม่ นี่คือการเลี้ยงแบบธรรมชาติ ซึ่งดีที่สุด

สุขภาพดีจากพลังธรรมชาติ นุชให้ความสำคัญกับการกินและการนอน โดยเลือกกินผักผลไม้ และพยายามกินของที่มันใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ไม่ปรุงแต่งมากเกินไป ทำแบบนี้บ่อยๆ มันจะชินเอง อะไรที่ไม่ธรรมชาติหรือปรุงแต่งเยอะ ร่างกายเราจะบอกเองว่ามันไม่ใช่  ท้องของเรามันบอกเองว่า กินเข้าไปแล้วไม่ย่อย  เพราะมันจะย่อยแต่ของที่เป็นธรรมชาติ เช่น นุชไม่กินขนมปังสีขาว จะเลือกกินแต่แบบโฮลวีต เพราะกินขนมปังขาวแล้วร่างกายมันก็ไม่ย่อย น้ำก็ต้องเป็นน้ำที่มาจากธรรมชาติ น้ำที่ชอบที่สุดก็คือน้ำเปล่า  ข้อดีคือเป็นคนนอนหลับง่ายและเพียงพอ ประมาณ 8-9 ชั่วโมงต่อวัน  นอกจากนั้นก็มีวิ่งออกกำลังกายบ้าง เพราะ “วันนี้” คือวันที่มีความหมายนุชจะคิดเสมอว่า ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นอยากทำอะไรก็จะทำวันนี้ อยากกินอะไรก็กิน อยากไปไหนก็ไป  เราไม่รู้ว่าคนที่เรารักยังจะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน เราเองก็ไม่รู้จะอยู่ไปอีกถึงเมื่อไหร่ ขอใช้ชีวิตให้คุ้มค่า และต้องไม่เครียด ทำตัวให้มีความสุข อยู่กับลูกให้นานๆ  จนกว่าเค้าจะดูแลตัวเองได้ 

นับเป็นมุมมองการทำงานและการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ แม้ภายนอกเราจะเห็นถึงความปราดเปรียว แข็งแกร่ง ของสาวเก่ง แต่เบื้องลึกแล้ว คุณนุชเป็นคนที่เข้าใจธรรมชาติของการมีชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง ทุกสิ่งที่เธอบอกเล่าทำให้หลายคนได้รู้จักตัวตนของเธอมากขึ้น พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานหรือการใช้ชีวิตในแง่มุมดีๆ ให้กับทุกคน

ข่าวอื่นๆ