
พักจอ เติมใจ ปลุกไอเดียใหม่ด้วย ‘สติ–ตัวต่อ–ศิลปะ’ พาส่อง 3 เวิร์กชอป ค้นพบศักยภาพของตัวเอง ในงาน CP Innovation Exposition 2026
พักจอ เติมใจ ปลุกไอเดีย! พาส่อง 3 เวิร์กชอปค้นหาตัวเอง ในงาน CP Innovation Exposition 2026
ใครว่านวัตกรรมต้องเริ่มต้นจากเทคโนโลยีล้ำสมัยเสมอไป...ในยุคที่ AI พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนก้าวข้ามข้อจำกัดหลายประการ การกลับมาทำความเข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของมนุษย์กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้มิติใหม่ภายในงานมหกรรมนวัตกรรมระดับชาติ “CP Innovation Exposition 2026” ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND – ผสานพลังขับเคลื่อนสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ซึ่งไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่ยังให้ความสำคัญกับการปลดล็อกความก้าวหน้าจากภายใน ผ่าน 3 กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ทั้งการหลับตาฝึกสติ การต่อเลโก้และการสร้างสรรค์งานศิลปะ ที่ถูกร้อยเรียงเป็นเส้นทางสู่การเป็นนวัตกรที่สมบูรณ์แบบ ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เมื่อเร็วๆนี้
โลกยิ่งหมุนเร็ว ใจยิ่งต้องนิ่ง : เมื่อ ‘สติ’ คือพลังที่คนยุคใหม่ต้องการที่สุด
ท่ามกลางโลกแห่ง AI ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทักษะที่สำคัญที่สุดของคนยุคใหม่กลับไม่ใช่การวิ่งตามเทคโนโลยี หากแต่คือการย้อนกลับมาเจริญ “สติ” เพื่อพัฒนาศักยภาพภายใน ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ADGES ชวนหยุดพักจากความวุ่นวายเพื่อสำรวจเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์ นั่นคือ "กายและใจ" ผ่านการเวิร์ปชอป Innovative Mindfulness: From Inner Peace to New Possibilities - โลกยิ่งล้ำ ใจยิ่งต้องรู้ทัน: พลังสติและปัญญาสู่การสร้างนวัตกรรม ที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับการตระหนักรู้ เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน และเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้เติบโต
โดย ดร.ณัฐวุฒิ ได้พาผู้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกสติสร้างสมาธิผ่านการตั้งใจรับรู้ลมหายใจ พร้อมสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ นักนวัตกรรมที่เก่งที่สุด คือนักนวัตกรรมที่อยู่กับปัจจุบัน ทั้งยังชี้ให้เห็นถึงการฝึกสติจะช่วยสร้างช่องว่างระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง ช่วยให้สามารถบริหารจัดการอารมณ์และตัดสินใจได้อย่างรอบคอบท่ามกลางความไม่แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น อนาคตของนวัตกรรมที่ยั่งยืนไม่อาจพึ่งพาเพียงความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี แต่เราจะต้องก้าวสู่การเป็น Transformative Innovator ที่สามารถผสานขีดความสามารถทางเทคโนโลยีเข้ากับความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ได้อย่างลงตัว
ในยุคปัจจุบันที่ AI กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย แต่สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้มนุษย์อย่างแท้จริงคือ สติ ปัญญา และความเมตตากรุณาสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่านวัตกรรมชั้นเลิศไม่ได้เกิดจากความโลภ แต่เกิดจากความปรารถนาที่จะยกระดับชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จที่แท้จริงจึงไม่ได้ชี้วัดเพียงตัวเลข KPI แต่คือการสร้างมรดกทางความคิด เพื่อส่งมอบความสงบสุขและคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคม ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการสร้างความมั่นคงภายในจิตใจของเราเอง
เมื่อ “การเล่นเลโก้” กลายเป็นการปลดล็อกสมองและหัวใจ: บันทึกจากเวิร์กชอป. ที่ชวนเปลี่ยนมุมมองการทำงาน
เคยลองจินตนาการไหมว่า ตึกสูงที่สร้างขึ้นจากตัวต่อเลโก้เพียงไม่กี่ชิ้นบนแผ่นฐานสีดำ จะสะท้อนความคิดและความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในใจออกมาได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบในเวิร์กชอป “Dance with the Beast: Real-Time Strategy for a World That Won’t Stand Still” โดย คุณณฤดี คริสธานินทร์
Founder, Chief of Play และ ดร. หลุยส์ คริสธานินทร์ CEO จาก EurekaGlobal ที่ชวนผู้เข้าร่วมถ่ายทอดความคิดผ่านตัวต่อเลโก้ เพื่อทำความเข้าใจตัวเอง เรียนรู้จากมุมมองที่แตกต่างของเพื่อนร่วมทีม และร่วมกันค้นหาวิธีปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงาน
บรรยากาศในห้องอบรมเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อทุกคนได้รับโจทย์ให้สร้าง “ตึกที่สูงที่สุด”พร้อมวาง“มนุษย์ตัวน้อย” ไว้บนยอดตึกภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความกดดันเบาๆ มือค่อย ๆถ่ายทอดความคิดและจินตนาการออกมาเป็นชิ้นงาน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีคำตอบที่ถูกเพียงแบบเดียว ตึกแต่ละหลังจึงมีหน้าตาแตกต่างกัน และความแตกต่างนั้นเองที่ทำให้เห็นว่า โจทย์เดียวกันสามารถนำไปสู่ความเป็นไปได้หลากหลายเพียงใด สิ่งที่ทำให้ตัวต่อเหล่านี้มีความหมายยิ่งขึ้น คือกระบวนการ “Metaphor” หรือการเปรียบเปรย เมื่อวิทยากรชวนมองลึกลงไปในชิ้นงาน และใช้สิ่งที่สร้างขึ้นเป็นตัวแทนของปัญหา ความอึดอัด หรือ “Beast” ในการทำงานที่บางครั้งยากจะอธิบายเป็นคำพูด ช่วงเวลาที่ได้นั่งอยู่กับตัวเอง จัดเรียงตัวต่อทีละชิ้นแล้วรับฟังเรื่องราวจากเพื่อนร่วมทีม
จึงคล้ายการได้หยุดทบทวนทั้งความคิดและความรู้สึก เปิดพื้นที่ให้มองเห็นปัญหาจากหลายมุม และเรียนรู้ที่จะเผชิญความเปลี่ยนแปลงด้วยความยืดหยุ่น
บทเรียนที่ได้จึงก้าวไกลกว่าทักษะการต่อเลโก้ ไปสู่การ “ฟัง” ให้ลึกซึ้งขึ้นทั้งเสียงของตัวเองและเสียงของคนรอบข้าง การเปิดใจรับมุมมองใหม่และรับรู้ว่ามีเพื่อนร่วมทีมพร้อมสนับสนุน
ช่วยสร้างความมั่นใจในการก้าวต่อ แม้เส้นทางข้างหน้าจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเพราะบางครั้ง…การปล่อยให้มือได้ขยับ และให้ความคิดได้ “เล่น”อย่างอิสระ อาจช่วยให้มองเห็นคำตอบที่ซ่อนอยู่ พร้อมค้นพบวิธีรับมือกับ “Beast” ที่ต้องเผชิญไปด้วยกัน
จากนวัตกรรมสู่โอกาส: ‘ศิลปะฮีลใจ’ ที่ผสานความแตกต่างสู่การสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
ภายในกิจกรรมศิลปินออทิสติกได้ร่วมถ่ายทอดเทคนิคการระบายสีบน กรอบรูปแม่เหล็กจากเยื่อกระดาษรีไซเคิล ให้ผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน ได้สัมผัสประสบการณ์สร้างงานศิลป์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของการแบ่งปันและเปิดรับความแตกต่าง โดยเวิร์กชอปครั้งนี้ยังสะท้อนผลสำเร็จจากความร่วมมือกว่า15 ปี ระหว่างทรูและมูลนิธิออทิสติกไทย ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาส่งเสริมการเรียนรู้ ตั้งแต่ Autistic Application ไปจนถึง ศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับบุคคลออทิสติก(ADLC) เพื่อพัฒนาทักษะตามความถนัด ก่อนเชื่อมโยงสู่การฝึกอาชีพ การจ้างงาน และการพึ่งพาตนเอง
จากผู้ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ สู่ผู้ถ่ายทอดความสามารถให้ผู้อื่น เวิร์กชอป “ศิลปะฮีลใจ” จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมสร้างสรรค์ แต่สะท้อนหัวใจสำคัญของCP Innovation Exposition 2026
ที่มองนวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและสังคม เพราะอนาคตที่ดีกว่าไม่ได้เกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากยังหมายถึงการเปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถได้รับการยอมรับ เติบโต และสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน
เมื่อความสงบในใจมาบรรจบกับตัวต่อ LEGO หลากสี และผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยจินตนาการ 3 เวิร์กชอปสร้างสรรค์ในงาน CP Innovation Exposition 2026 แม้จะแตกต่างกันในวิธีการ แต่กลับเชื่อมโยงกันด้วยหัวใจเดียวกัน นั่นคือ พลังของมนุษย์ ที่เริ่มต้นจากการมีสติเพื่อเข้าใจตัวเองการเปิดใจรับฟังและเรียนรู้มุมมองที่แตกต่างของผู้อื่น ไปจนถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่ให้ทุกศักยภาพได้เปล่งประกายและต่อยอดสู่โอกาสใหม่ๆ ในชีวิต เพราะ ท้ายที่สุดแล้ว “อนาคตที่ดีกว่า
อาจไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากมนุษย์ที่เข้าใจกันมากขึ้น และพร้อมใช้พลังสร้างสรรค์เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นไปด้วยกัน”







