
น้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย! กรมชลฯ ลดระบาย 2 เขื่อน บรรเทาน้ำท่วมท้ายเขื่อน–ลดน้ำสมทบเจ้าพระยา
กรมชลฯ ลดระบายน้ำ 2 เขื่อนป่าสัก คลี่คลายวิกฤต บรรเทาท้ายเขื่อน-หนุนลดน้ำเจ้าพระยา
กรมชลประทานเผยสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลดลง จึงปรับลดการระบายน้ำจาก 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ปรับลดการระบายน้ำจาก 735 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงเหลือ 713 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 และลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยลดภาระการรับน้ำของจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร
ปัจจุบัน (9 ตุลาคม 2569) เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 888 ล้าน ลบ.ม. (102%) แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทำให้กรมชลประทานสามารถทยอยปรับลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้มากขึ้น โดยการลดระบายของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 จะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ท้ายเขื่อน ก่อนลงมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา และไหลผ่านสถานี C.29B จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการติดตามปริมาณน้ำที่ไหลต่อไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 1,977 ลบ.ม./วินาที การปรับลดครั้งนี้จึงช่วยลดภาระน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสักจะเริ่มดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 9–11 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะวันที่ 9 ตุลาคม ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนวันที่ 10–11 ตุลาคม ต้องจับตาพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลักและพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้นได้อีก
ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ระดับน้ำเหนือและท้ายเขื่อน รวมถึงสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยให้ความสำคัญกับการลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่อาจตกเพิ่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง







