posttoday

สสส. ผนึกเชียงใหม่ชู 9 อำเภอต้นแบบชุมชนล้อมรักษ์บำบัดยาเสพติดยั่งยืน

26 มีนาคม 2569

สสส. จับมือภาคีเชียงใหม่เปิดตัว 9 อำเภอต้นแบบ "ชุมชนล้อมรักษ์" มุ่งบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง 1 ปี เพื่อลดการเสพซ้ำและสร้างชุมชนปลอดภัยรองรับเมืองท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมเดอะแกรนด์ ชัยพฤกษ์ เชียงใหม่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มสวร) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัดและชุมชนใน 9 อำเภอต้นแบบ จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อ.ชัยปราการ, อ.สารภี, อ.แม่แตง, อ.จอมทอง, อ.พร้าว, อ.ดอยสะเก็ด, อ.สันป่าตอง, อ.ฮอด และ อ.ฝาง เพื่อสร้างกลไกการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดอย่างมีส่วนร่วม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการติดตามดูแลต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตที่สมองยังไวต่อการติดยา หากขาดการประคับประคองด้านสิ่งแวดล้อมและอาชีพจะมีโอกาสกลับไปเสพซ้ำสูง โครงการนี้จึงมุ่งใช้ "ชุมชนเป็นฐาน" ดึงความร่วมมือจากผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัคร และ อสม. มาเป็นกำลังหลักในการให้โอกาสและปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อลดเหตุความรุนแรงในพื้นที่

ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าปัญหายาเสพติดมี 2 มิติ คือการลักลอบนำเข้าผ่าน 5 อำเภอชายแดน ซึ่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้สกัดกั้นอย่างเข้มงวด และมิติการแพร่ระบาดในชุมชนที่ใช้กระบวนการ "ชุมชนล้อมรักษ์" หรือ CBTx เป็นหัวใจหลักในการเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย โดยใช้กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ขับเคลื่อนการบำบัดใกล้บ้าน ลดการตีตรา และเน้นการฟื้นฟูทางการแพทย์ควบคู่กับทางสังคม ตั้งเป้าให้ผู้ผ่านการบำบัดคืนสู่สังคมได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

สสส. ผนึกเชียงใหม่ชู 9 อำเภอต้นแบบชุมชนล้อมรักษ์บำบัดยาเสพติดยั่งยืน

ขณะที่ พลตำรวจตรีจิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เผยความท้าทายจากราคายาบ้าที่ลดต่ำลงเหลือเพียงเม็ดละ 1-2 บาทจากฝั่งโรงงานผลิต ทำให้การทะลักเข้าสู่ชุมชนทำได้ง่ายขึ้น ตำรวจจึงต้องปรับบทบาทเป็นวิทยากรเชิงรุกทำงานร่วมกับชาวบ้านเพื่อสร้างความไว้วางใจในการแก้ไขปัญหา

เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ สสส. ได้นำนวัตกรรม "สติบำบัด" มาใช้ยกระดับคุณภาพการรักษา ควบคู่กับแอปพลิเคชันติดตามผู้ใช้สารเสพติดที่ช่วยให้อาสาสมัครรายงานผลการดูแลได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้การบริหารจัดการผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียวและเหลืองที่มีจำนวนมากมีระบบที่ชัดเจนขึ้น

ขณะเดียวกันเสียงสะท้อนจากอดีตผู้ผ่านการบำบัดเฮโรอีนที่ใช้เวลากว่า 3 ปีในการเลิกยา ยืนยันว่ากำลังใจจากครอบครัวและแรงสนับสนุนจากชุมชนเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นและกลับมาประกอบอาชีพได้ปกติ พร้อมอาสาเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใหม่

ทั้งนี้ การบูรณาการทุกภาคส่วนตั้งแต่นโยบายจนถึงระดับปฏิบัติการในหมู่บ้าน ไม่เพียงแต่จะช่วยลดจำนวนผู้เสพ แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัยให้กับจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืนผ่านความเข้มแข็งของคนในพื้นที่เอง

ข่าวล่าสุด

อธิบดี ปภ. สั่งเข้ม “เข้าเร็ว เข้าไว” เร่งลด Hotspot ไฟป่าภาคเหนือ