posttoday

นักวิจัย ม.มหิดลคิดค้นและพัฒนาแปลงเพศกุ้งก้ามกรามปลอดโรคสำเร็จ

28 พฤศจิกายน 2562

ม.มหิดลจับมือ iNT คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ด้านชีวโมเลกุลแปลงเพศกุ้งก้ามกรามปลอดโรคโตไวสายพันธุ์ MU1 สำเร็จแห่งแรก

ม.มหิดลจับมือ iNT คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ด้านชีวโมเลกุลแปลงเพศกุ้งก้ามกรามปลอดโรคโตไวสายพันธุ์ MU1 สำเร็จแห่งแรก

สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ม.มหิดล จับมือสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) ร่วมกันแถลงเปิดตัว “แม่กุ้งก้ามกรามแปลงเพศต้นแบบ (MU 1) ขยายปริมาณสู่ตลาดผู้บริโภคเป็นผลสำเร็จ" ซึ่งเป็นผลงานการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ด้านชีวโมเลกุลแปลงเพศกุ้งก้ามกรามปลอดโรค โตไวสายพันธุ์ MU1 เพื่อเพิ่มผลผลิต ช่วยเศรษฐกิจของประเทศภาพกุ้งก้ามกรามแปลงเพศ ณ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ม.มหิดล ศาลายา

นักวิจัย ม.มหิดลคิดค้นและพัฒนาแปลงเพศกุ้งก้ามกรามปลอดโรคสำเร็จ

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีม.มหิดล เปิดเผยว่า ม.มหิดลมีเป้าหมายมุ่งสู่การเป็น World Class University และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของประเทศไทยติดต่อกันหลายปี เรามีนโยบายสนับสนุนให้นักวิจัยได้มีโอกาสทำงานวิจัยที่ครบวงจร จากต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ต่อสังคมและเชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร

นพ.ภัทรชัย กีรติสิน ผอ.สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) กล่าวว่า ผลงานสำคัญเรื่องนี้ iNT ได้เข้ามาดูแลการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และสนับสนุนการนำผลงานกุ้งก้ามกรามแปลงเพศ MU1 ไปใช้ประโยชน์ โดยสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และ iNT ได้สร้างความร่วมมือกับบรรจงฟาร์ม ซึ่งได้สนับสนุนทุนเพื่อนำผลผลิตไปทดสอบและจำหน่ายกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามต่อไป ซึ่งในอนาคตจะมีการขยายผลและพัฒนาเพิ่มเติม โดยมุ่งผลเพื่อช่วยสร้างรายได้แก่เกษตรกร และให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภคต่อไป

ศ.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ ผอ.สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ม.มหิดล กล่าวว่า สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล เป็นจุดเริ่มต้นของสถานที่บ่มเพาะงานวิจัยในระดับแนวหน้าของประเทศจำนวนมาก ผลงานหลายชิ้นมีผลกระทบและมูลค่าสูงในเชิงพาณิชย์ อีกทั้งสามารถตอบโจทย์การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากงานวิจัยเพื่อพัฒนาสายพันธุ์กุ้งก้ามกราม MU1 ได้สร้างความรู้ใหม่ด้านชีวโมเลกุลของกุ้ง โดยการปรับปรุงวิธีการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูงเพื่อเกษตรกรไทย

นักวิจัย ม.มหิดลคิดค้นและพัฒนาแปลงเพศกุ้งก้ามกรามปลอดโรคสำเร็จ

ขณะที่ ดร.สุพัตรา ตรีรัตน์ตระกูล สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ม.มหิดล ผู้คิดค้นและพัฒนาแม่กุ้งก้ามกรามแปลงเพศต้นแบบ MU1 กล่าวว่า "กุ้งก้ามกราม" หรือเรียกชื่ออื่นว่า "กุ้งแม่น้ำ" ชนิดที่พบในประเทศไทย ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า M. rosenbergii เนื่องจากมีเนื้อมาก อีกทั้งเนื้อแน่น และมันอร่อย จึงนิยมนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ต้มยำ เผา หรือ ย่าง เป็นต้น ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในจังหวัดต่างๆ แถบภาคกลางของไทย เช่น สุพรรณบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา และราชบุรี เป็นต้น

ทั้งนี้ จากสถิติของกรมประมง ในช่วง 9 เดือนแรกของปี พ.ศ.2561 ประเทศไทยมีการส่งออกกุ้งก้ามกรามไปยังตลาดต่างประเทศ ปริมาณ 2,873.6 ตัน คิดเป็นมูลค่า 344 ล้านบาท โดยตลาดหลักที่มีมูลค่าการส่งออกกุ้งก้ามกรามมากที่สุดของไทย คือ เมียนมาร์ รองลงมา คือ เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ โดยมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งร้อยละ 87.4 ที่ส่งออกไปยังจีนเป็นกุ้งก้ามกรามสำหรับทำพันธุ์
สำหรับ กุ้งก้ามกรามมีความยาวประมาณ 13 เซนติเมตร พบใหญ่สุดถึง 1 ฟุต น้ำหนักราว 1 กิโลกรัมการจำหน่ายกุ้งก้ามกรามของเกษตรกรในภาคกลาง ส่วนใหญ่จำหน่ายในราคาเฉลี่ยขนาด 20-30 ตัว/กก. 31-40 ตัว/กก. และ 40 ตัวขึ้นไป/กก. ที่เกษตรกรขายได้ในปี พ.ศ.2561 ราคากิโลกรัมละ 234 – 175 -149 บาท ตามลำดับ (ข้อมูลสำนักงานประมงจังหวัดราชบุรี)

อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นจากการผลิตลูกกุ้งก้ามกรามในโรงเพาะฟัก จากนั้นนำลูกกุ้งก้ามกรามมาอนุบาลจนมีขนาด 250-300 ตัว / กก. แล้วปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดินจนกุ้งก้ามกรามโตแล้วจับขาย ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 6-7 เดือน โดยส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงกุ้งก้ามกรามร่วมกับกุ้งขาว เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายจากโรคระบาดในกุ้งขาว

 

 

ข่าวล่าสุด

ของขวัญสงกรานต์ กรมทางหลวงจัดเต็ม วิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ 5 สาย เริ่ม 10 เม.ย.69