posttoday
กลุ่ม KTIS เร่งสร้างโรงงานผลิตภาชนะชานอ้อย ดันสัดส่วนรายได้สายธุรกิจชีวภาพโตต่อเนื่อง

กลุ่ม KTIS เร่งสร้างโรงงานผลิตภาชนะชานอ้อย ดันสัดส่วนรายได้สายธุรกิจชีวภาพโตต่อเนื่อง

29 ตุลาคม 2562

นายณัฎฐปัญญ์ ศิริวิริยะกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น หรือ กลุ่ม KTIS เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่ม KTIS ได้ตั้งบริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ แพ็คเกจจิ้ง เพื่อดำเนินโครงการผลิตภาชนะจากเยื่อชานอ้อยเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมลงทุนกับ บริษัท ยูเรเซีย ไลท์ อินดัสตรี อีควิปเม้นท์ แมนูแฟคเจอริ่ง จากประเทศจีน ในสัดส่วน กลุ่ม KTIS 85% และ ยูเรเซียฯ 15% นั้น ขณะนี้ได้เริ่มการก่อสร้างโรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์แล้ว

นายณัฎฐปัญญ์ ศิริวิริยะกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น หรือ กลุ่ม KTIS เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่ม KTIS ได้ตั้งบริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ แพ็คเกจจิ้ง เพื่อดำเนินโครงการผลิตภาชนะจากเยื่อชานอ้อยเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมลงทุนกับ บริษัท ยูเรเซีย ไลท์ อินดัสตรี อีควิปเม้นท์ แมนูแฟคเจอริ่ง จากประเทศจีน ในสัดส่วน กลุ่ม KTIS 85% และ ยูเรเซียฯ 15% นั้น ขณะนี้ได้เริ่มการก่อสร้างโรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์แล้ว

ในขณะเดียวกัน ก็ได้เร่งกระบวนการคัดสรรเครื่องจักรที่เหมาะสมสำหรับผลิตภาชนะจากเยื่อชานอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ผลิตได้หลากหลายรูปทรง และมีคุณภาพสูง

ทั้งนี้ ภาชนะจากเยื่อชานอ้อยที่โรงงานใหม่สามารถผลิตได้นั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น จาน ถ้วย ชามหลุม กล่องใส่อาหาร เป็นต้น โดยมีกำลังการผลิต 50 ตันต่อวัน เทียบเท่ากับจำนวนภาชนะประมาณ 3 ล้านชิ้นต่อวัน ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,300 ล้านบาท ถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่ในสายธุรกิจชีวภาพของกลุ่ม KTIS อีกโรงงานหนึ่ง นอกเหนือจากโรงงานผลิตเอทานอล โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล และโรงงานผลิตเยื่อกระดาษชานอ้อย

คาดการณ์โรงงานใหม่นี้จะเริ่มผลิตและจำหน่ายสินค้าสู่ตลาดได้ภายในปี 2563 ซึ่งจะทำให้สัดส่วนรายได้ของสายธุรกิจชีวภาพเติบโตขึ้นมาในระดับที่ใกล้เคียงกับรายได้จากสายธุรกิจน้ำตาล อันจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำตาลได้เป็นอย่างดี จากปัจจุบันที่กลุ่ม KTIS มีรายได้จากสายธุรกิจน้ำตาลประมาณ 64% และสายธุรกิจชีวภาพ 36%

บริษัทฯ มั่นใจว่าโรงงานผลิตภาชนะชานอ้อยนี้จะมีศักยภาพในการทำรายได้และกำไรที่ดี เนื่องจากในปัจจุบันกระแสรักสิ่งแวดล้อมมาแรงมาก ความต้องการใช้ภาชนะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดูได้จากการผลิตภาชนะชานอ้อยที่ปัจจุบันกลุ่ม KTIS มีสายการผลิตอยู่ที่โรงงานของบริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ เปเปอร์ กำลังการผลิตประมาณ 2 ตันต่อวัน หรือประมาณ 100,000 ชิ้นต่อวันนั้น แม้จะใช้เต็มกำลังการผลิต ก็ยังไม่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69