
เที่ยวเชียงใหม่แบบวัยเก๋า ไม่ต้องขึ้นเขาก็สนุกได้
เส้นทางท่องเที่ยวที่เข้ากับวัยเราที่สุด ทั้งเดินทางสะดวก ได้เข้าถึงบรรยากาศเมืองเหนือขนานแท้
พูดถึงเชียงใหม่ หลายคนคงคิดถึงวิวสวยๆ อากาศหนาวๆ บนยอดดอย หรือการชอปสินค้าแฮนด์เมดเท่ๆ ตามถนนคนเดิน แต่วัยเก๋าหลายคนได้ยินชื่อเชียงใหม่อาจจะส่ายหน้า จะให้เที่ยวตามร้านคาเฟ่ชิคๆ ก็ไม่อิน จะให้ไปตามรอยร้านอาหารอร่อย ก็ใช่ว่าจะดีต่อสุขภาพทุกร้าน อยากจะเดินเที่ยวชมเมือง แข้งขาก็ชักจะไม่อำนวย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ จึงขอชวนวัยเก๋าทั้งหลายมาสำรวจ เส้นทางท่องเที่ยวที่เข้ากับวัยเราที่สุด ทั้งเดินทางสะดวก ได้เข้าถึงบรรยากาศเมืองเหนือขนานแท้ แถมยังมีกิจกรรมให้ทำอย่างสนุกสนาน ไม่มีเบื่อแน่นอน
เริ่มด้วย พิพิธภัณฑ์ชาวเขา หรือ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ ที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมของชนเผ่าต่างๆ ในประเทศไทย 10 ชนเผ่า ตัวพิพิธภัณฑ์มีทั้งส่วนด้านในอาคารที่ใช้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และวัตถุศิลป์ต่างๆ มีห้องฉายภาพยนตร์มัลติมีเดียที่เกี่ยวข้องกับชาวเขา และส่วนกลางแจ้งที่มีการจำลองบ้านเรือนขนาดเท่าของจริงของทั้ง 10 ชนเผ่ามาให้ชม และบางครั้ง ที่นี่ยังมีการจัดงานกิจกรรมตามเทศกาลต่างๆ ของชาวเขา เช่น เทศกาลสีสันแห่งชนเผ่า ตลาดนัดชนเผ่า อีกด้วย
พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูงตั้งอยู่ภายในสวนหลวงล้านนา ร.๙ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.00 น.
สถานที่ต่อมาที่จะแนะนำ เป็นการเที่ยวแบบสโลวไลฟ์ที่ บ้านปง (ห้วยลาน) หมู่บ้านเล็กๆ ในอำเภอสันกำแพง ตั้งอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำห้วยลาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมที่ได้รับยกย่องให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงปี 2555
ที่หมู่บ้านแห่งนี้ เหล่านักท่องเที่ยววัยเก๋าจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวหมู่บ้านที่มีความเรียบง่าย สมถะ มีอาหารพื้นบ้านแท้ๆ ให้ลองรับประทาน ซึ่งทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ เพราะทำมาจากผักไร้สารพิษที่ปลูกกันเองในหมู่บ้านฯ ใครที่ชื่นชอบผ้าทอของเชียงใหม่จะยิ่งฟิน เพราะทุกบ้านปลูกดอกฝ้ายไว้ทำผ้าฝ้ายทอมือ นักท่องเที่ยวจึงจะได้ศึกษากระบวนการ ทอผ้า ตั้งแต่การเก็บดอกฝ้าย จนทอออกมาเป็นผ้าผืนยาว
หากยังไม่จุใจ อยากชมหัตถกรรมผ้าทอมือเชียงใหม่อีก ก็มาเข้า workshop ลองหัดทอและย้อมผ้ากันได้ที่ บ้านไร่สุขใจ ณ อำเภอหางดง แหล่งเรียนรู้และฝึกสอนการทอและย้อมผ้าล้านนา ซึ่งเปิดสอนทั้งการทอเบื้องต้น และเทคนิคขั้นสูงในการทอผ้าแบบต่างๆ โดยมีค่าใช้จ่ายในการทำ workshop เพียง 500 บาทต่อคนเท่านั้น
ส่วนวัยเก๋าที่ยังอยากเที่ยววัดและสถานที่สำคัญต่างๆ ในเขตเมืองเก่า ก็ไม่ต้องเดินกันให้เมื่อย นั่งรถราง "เขียว ชม เมืองเชียงใหม่" เที่ยวได้ทั่วทั้งในและนอกกำแพงเมืองเก่า ที่สำคัญ บนรถยังมีผู้บรรยายคอยให้ความรู้เกี่ยวกับแต่ละสถานที่ที่รถขับผ่าน และจะจอดแวะให้ชมสถานที่สำคัญอีก 1 แห่ง
รถรางเขียวชมเมืองวิ่งให้บริการทุกวัน วันละ 4 รอบ แต่ละรอบใช้เวลา 1 ชั่วโมงโดยประมาณ จุดขึ้นรถจะอยู่ที่หน้าวัดพระสิงห์ และคิดค่าบริการเพียงคนละ 50 บาทเท่านั้น
แต่ถ้าอยากจะนั่งรถรางเที่ยวแบบเต็มๆ ก็สามารถจองรถรางรอบพิเศษได้ ในราคาคนละ 200 บาท รถรางรอบพิเศษจะใช้เวลานานขึ้น ราว 2 ชั่วโมง 30 นาที จอดแวะให้ชมสถานที่สำคัญ 2 แห่ง และยังมีกิจกรรมทำ "สวยดอก" กรวยดอกไม้ที่ชาวล้านนาใช้ถวายพระ ซึ่งเราสามารถนำไปไหว้พระที่วัดโลกโมฬีและวัดเชียงมั่น ที่รถจะพาไปจอดแวะได้เลย
ปิดท้ายด้วยที่พักสายสุขภาพ เต๋า การ์เด้น เฮลธ์ สปา แอนด์ รีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด เป็นโรงแรมแนวธรรมชาติบำบัด ที่มีทั้งแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนปัจจุบันคอยดูแล และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพกับผู้เข้าพักทุกคน ภายในรีสอร์ทมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำสปาเพื่อสุขภาพ เช่น การนวดบำบัดห้าธาตุ การนวดกระษัย หรือการฝึกสมาธิ ฝึกโยคะ และการออกกำลังกายยามเช้าและยามเย็น ที่สำคัญ อาหารที่นี่ล้วนดีต่อสุขภาพ เพราะเป็นอาหารปลอดสารพิษของทางรีสอร์ทโดยเฉพาะ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5324 8604-5 เปิดทำการทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวของ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ได้ทาง www.facebook.com/tatchiangmai







