posttoday

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมสืบสานมรดกไทย จัดงาน A Sense of Thai อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คนไทยภาคภูมิ

07 เมษายน 2558

เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีไทยอันล้ำค่าตกทอดจากสู่รุ่นสู่รุ่น เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ห้างหรู ที่เกิดจากคนไทย จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่และสืบทอดความงดงามในแบบไทยให้คงอยู่ ด้วยการเนรมิตศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้มีกลิ่นอายความเป็นไทย

เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีไทยอันล้ำค่าตกทอดจากสู่รุ่นสู่รุ่น เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ห้างหรู ที่เกิดจากคนไทย จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่และสืบทอดความงดงามในแบบไทยให้คงอยู่ ด้วยการเนรมิตศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้มีกลิ่นอายความเป็นไทย โดยจัดงาน A Sense of Thai (อะ เซนซ์ ออฟ ไทย) “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ... สานวิถีไทย สู่สยามอารยะ” เตรียมดึงชาวไทยและชาวต่างชาติสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งสยาม ต้อนรับย่านใหม่ล่าสุดใจกลางกรุง New Neighbourhood (นิว เนเบอร์ฮูด) ได้แก่ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

บรม พิจารณ์จิตร หัวเรือหนุ่มไฟแรงแห่งศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กล่าวว่า “ตลอด 67 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัล เป็นห้างสรรพสินค้าของคนไทยแห่งแรกในประเทศที่อยู่คู่คนไทย และมีความภูมิใจในความเป็นห้างไทยที่คนทั่วโลกยอมรับ จนถึงวันนี้การเกิดขึ้นของ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้กลายเป็นศูนย์การค้าที่มีความพร้อมสรรพในทุกด้านทั้งไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ศิลปะ ดนตรี และอาหาร เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ และเติมเต็มประสบการณ์เหนือระดับได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยและร่วมสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่ เราได้จัดกิจกรรม A Sense of Thai (อะ เซนซ์ ออฟ ไทย) “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ... สานวิถีไทย สู่สยามอารยะ” ขึ้น” ด้วยการเนรมิตศูนย์การค้าให้มีความเป็นไทยด้วยโซนต่างๆ ที่น่าสนใจ จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. – 26 เม.ย. 58

เริ่มกันที่ โซนไทยทาวน์ บริเวณชั้น L2 ลานการ์เด้นท์ เราได้เยาวชนไทยรุ่นใหม่ที่มีหัวใจรักความเป็นไทย จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ มาร่วมออกซุ้มต่างๆ แบ่งเป็น ซุ้มสาธิต ได้แก่ งานแกะสลัก, งานจับผ้า, งานสานปลาตะเพียน, งานร้อยมาลัยสด, งานพับใบเตย, งานพับใบตอง ซุ้มตลาดไทย ได้แก่ ขนมไทย อาทิ ขนมโค ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของชาวใต้ นิยมนำมาบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเคารพนับถือ, มังกรคาบแก้ว ขนมที่คนโบราณนิยมทานในหน้าร้อนเพื่อให้เย็นชื่นใจ มีลักษณะคล้ายสาคูวางลงบนผลไม้สดรสเปรี้ยวอมหวาน และยังมีขนมลูกชุบ ม้าห้อ ถัดมาเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร เครื่องปั้นดินเผา เครื่องหอม ของเล่นเด็กไทย เป็นต้น นอกจากนี้ในโซนไทยทาวน์ จะได้พบ การแสดงประเพณีไทย ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน มาจัดแสดงทุกวันตลอดช่วงการจัดงาน อาทิ สาวไหม, ตารีบุหงา, นารีศรีนครา, ตังหวาย, รับขวัญข้าว, วรเชษฐ์, ฟ้อนขันดอก, ฟ้อนที, ฟ้อนเทียน, กลองสะบัดชัย, ระบำฉิ่ง, ระบำสุโขทัย, รำโคมประทีป, รำแพรวา ฯลฯ โดยแบ่งเป็นรอบบ่าย ระหว่างเวลา 12.00-13.00 และรอบเย็น ระหว่างเวลา 17.00-18.00 น. ใครสนใจต้องไม่พลาด

ถัดมาในบริเวณ L2 ยังจัดให้มี นิทรรศการภาพถ่ายปลากัด โดยฝีมือช่างภาพคนไทย วิศรุต อังคทะวานิช ที่โด่งดังจนถูกนำไปจัดแสดงในหลายประเทศ อาทิ งาน Affordable Art Fair ที่ประเทศอเมริกา และสิงค์โปร์ รวมทั้งกำลังจะถูกนำไปจัดแสดงที่ประเทศฮ่องกง และ เกาหลี อีกด้วย โดยจุดเด่นของภาพอยู่ที่การจับภาพลีลาการว่ายน้ำที่

สวยงามและแปลกตาของปลากัด ที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจ โดยปลากัดที่ถ่ายเป็นสายพันธุ์หางยาวที่เพาะในไทย เช่น ปลากัดจีน, ฮาฟมูน, ฮาฟเทล, คราวด์เทล ภาพปลากัดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในผลงานของคุณวิศรุต คือ ปลากัดสีขาว ที่สวยสง่า ทั้งนี้ปลากัดนับเป็นสัตว์น้ำของไทยที่ถูกส่งออกไปทั่วโลก จนเกิดการพัฒนาสายพันธุ์อย่างกว้างขวาง เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย

จากนั้นบริเวณชั้น L4 จะเป็น โซนมวยไทย ศิลปะการป้องกันตัวของบรรพบุรุษไทยที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จนกลายเป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ภายในโซนมวยไทยมีการจัด นิทรรศการภาพวาดลายเส้นแม่ไม้มวยไทย ในชื่อชุด “มวยไทย” โดยคุณทรงฤทธิ์ ดอกบัว ศิลปินนักวาดภาพที่หลงใหลในศิลปะมวยไทยตั้งแต่วัยเยาว์ โดดเด่นในด้านจิตรกรรมร่วมสมัย ใช้เทคนิคการวาดผ่านลายเส้นหนักเบาเสมือนจริง เช่น การเตะ การต่อย การศอก จระเข้ฟาดหาง ฤษีบดยา ฯลฯ ภาพแต่ละภาพสวยงามแข็งแกร่งและมีพลัง แสดงถึงท่วงท่า สีหน้าและอารมณ์ ขณะต่อยมวยไทย เสมือนหยุดเวลาไว้เวลาใดเวลาหนึ่ง โดยภาพจะมีทั้งที่วาดบนกระดาษและวาดบนผ้าใบสวยงามแตกต่างกันออกไป

นอกจากนี้เราจะสร้างความฮือฮาด้วยการนำ เวทีชกมวยไทย มาตั้งตระหง่านกลางศูนย์การค้า ให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ฝึกซ้อมศิลปะป้องกันตัวแบบไทยๆ ด้วยตัวเองได้ตลอดทุกวัน โดยเราจะจัดเตรียมอุปกรณ์มวยไทยเตรียมพร้อมไว้ให้ เช่น นวม, สนับแข้ง, กระบะทราย เป็นต้น โดยในวันเปิดงานวันแรกเราได้นำการแสดงรำมวยไทยโบราณมาปลุกหัวใจรักชาติ ที่แสดงถึงความเข้มแข้งทะมัดทะแมงแต่แฝงด้วยความอ่อนช้อยของท่าร่ายรำและ การรำมวยไหว้ครู เพื่อแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณต่อครูมวยที่อบรบบ่มวิชา ซึ่งประกอบด้วยท่าต่างๆ เช่น ท่าพรหมสี่หน้า, ท่าสอดสร้อยมาลา, ท่าหงส์เหิน, ท่ายูงฟ้อนหาง เป็นต้น โดยนักมวยหน้าสวยอดีตแชมป์มวยไทย น้องตุ้ม ปริญญา รวมถึงการโชว์ท่ามวยไทยต่างๆ จากนักมวยมืออาชีพท่ามกลางสังเวียนมวยอีกด้วย

มาร่วมฟื้นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีไทย ในงาน A Sense of Thai ตั้งแต่วันนี้ ถึง 26 เมษยายนนี้ บริเวณชั้น L2 และ L4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี … แล้วคุณจะรักมนต์เสน่ห์ความเป็นไทยยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง