posttoday
เซ็นเซอร์อัจฉริยะ ช่วยให้เราตรวจสภาพเนื้อสัตว์ผ่านสมาร์ทโฟน

เซ็นเซอร์อัจฉริยะ ช่วยให้เราตรวจสภาพเนื้อสัตว์ผ่านสมาร์ทโฟน

18 กรกฎาคม 2566

เราทราบกันดีว่าการหมดอายุของเนื้อสัตว์เป็นเรื่องน่าปวดหัว บางครั้งดูจากภายนอกปกติไม่มีอะไร เมื่อทานเข้าไปกลับทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ การตรวจสอบให้แน่ใจก็เป็นเรื่องยาก แต่ล่าสุดทุกอย่างจะเปลี่ยนไปด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ตรวจสอบอัตราเน่าเสียแบบเรียลไทม์

เนื้อสัตว์ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหาร ในชีวิตประจำวันเราต่างรับประทานเนื้อสัตว์ในเกือบทุกมื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามร้านค้าหรือนำวัตถุดิบมาปรุงเองล้วนมีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ เรียกได้ว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารที่เราทานกันทั่วไป

 

          ข้อจำกัดชนิดหนึ่งของอาหารประเภทเนื้อสัตว์คือการเน่าเสีย หลายครั้งเมื่อเราซื้อเนื้อสัตว์ตั้งใจนำมาประกอบอาหาร บางครั้งกลับพบว่ามีกลิ่นหรือลักษณะแปลกๆ เป็นไปได้ว่าจะเกิดการเน่าเสียจนต้องทิ้งไปในที่สุด ไม่เว้นแม้แต่การซื้ออาหารสำเร็จรูปตามร้าน ในบางครั้งเนื้อสัตว์ที่นำมาปรุงคุณภาพไม่ดีจนไม่สามารถนำมาทานได้

 

          ปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไปจากคุณภาพของเนื้อสัตว์มที่เราไม่ทันระวังก่อนซื้อ แต่ต้องยอมรับว่าการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายครั้งเรารู้สึกว่ายังกินได้แต่พอกินเข้าไปกลับท้องเสีย สร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง

 

          ล่าสุดปัญหาเหล่านั้นอาจหมดไปด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถส่งข้อมูลเนื้อสัตว์แบบเรียลไทม์เข้าสู่สมาร์ทโฟน

 

เซ็นเซอร์อัจฉริยะ ช่วยให้เราตรวจสภาพเนื้อสัตว์ผ่านสมาร์ทโฟน

 

เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ให้ข้อมูลเนื้อสัตว์เรียลไทม์

 

          ผลงานนี้เป็นของทีมวิจัยจาก Koç University ประเทศตุรกี กับการคิดค้นเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ตรวจสอบความสดของเนื้อได้แบบเรียลไทม์ นอกจากจะส่งข้อมูลคุณภาพของเนื้อสัตว์เมื่อทำการสแกนได้แล้ว ยังสามารถทำงานแบบไร้สายโดนไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อแบตเตอรี่จากภายนอก

 

          แนวคิดนี้อาศัยประโยชน์จากรูปแบบการเน่าเสียตามปกติของเนื้อสัตว์มักปล่อยสาร biogenic amines สารประกอบอินทรีย์ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นพิษแก่มนุษย์ พบได้ทั้งในอาหารสดและอาหารหมักเมื่อปล่อยวัสดุที่มีสารโปรตีนปริมาณมากทิ้งไว้ หรือก็คือเป็นสารที่จะก่อตัวเมื่อเนื้อสัตว์เกิดการเน่าเสียนั่นเอง

 

          เซ็นเซอร์จะผลิตขึ้นจากวัสดุประเภทโพลิเมอร์เคลือบบนอิเล็กโทรดที่มีคุณสมบัติตรวจจับ biogenic amines โดยเฉพาะ ได้รับการออกแบบให้มีขนาดเพียง 2 ตารางเซนติเมตร และมีน้ำหนักเพียง 2 กรัม สามารถติดตั้งลงบนเนื้อสัตว์ได้ทุกชนิดโดยไม่ทำปฏิกิริยาใดๆ

 

          จุดเด่นสำคัญของเซ็นเซอร์อัจฉริยะชนิดนี้คือ สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่สมาร์ทโฟนโดยตรงผ่านระบบ Near Field Communication (NFC) เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายผ่านคลื่นวิทยุที่มีการติดตั้งกันทั่วไป เมื่อนำสมาร์ทโฟนที่รองรับระบบนี้เข้าใกล้ เซ็นเซอร์จะดึงพลังงานจากสมาท์โฟนแล้วส่งข้อมูลเนื้อสัตว์ในปัจจุบันแก่ผู้ใช้งาน สามารถตรวจสอบได้ง่ายว่ายังรับประทานได้หรือไม่

 

          การทดลองใช้งานเซ็นเซอร์ชนิดนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยตรวจสอบการเน่าเสียของเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้รับการเก็บอย่างถูกวิธีได้ชัดเจน อีกทั้งเซ็นเซอร์อัจฉริยะยังมีตุ้นทุนการผลิตต่ำ ใช้งานง่าย เป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยให้เข้าถึงง่าย และสามารถนำไปใช้งานได้ตามร้านค้าทั่วไป

 

          ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบคุณภาพเนื้อสัตว์ก่อนรับประทานได้โดยง่าย

 

เซ็นเซอร์อัจฉริยะ ช่วยให้เราตรวจสภาพเนื้อสัตว์ผ่านสมาร์ทโฟน

 

ประโยชน์ของเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่มากกว่าสุขภาพ

 

          แน่นอนการมาถึงของเซ็นเซอร์ชนิดนี้จะช่วยชีวิตเราได้มาก หากสามารถผลักดันให้เซ็นเซอร์อัจฉริยะนี้มีการใช้งานแพร่หลาย จากนี้เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาประสบการณ์หรือการคาดเดาส่วนตัว อาศัยสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวเราก็จะสามารถรู้สภาพของเนื้อสัตว์ที่วางขายโดยละเอียด

 

          ส่วนนี้ถือเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในด้านสุขภาพ เชื่อว่าบางท่านอาจเคยเป็นกันบ้างกับความรู้สึกไม่แน่ใจว่าเนื้อที่เก็บไว้ในตู้เย็นเสียหรือไม่ ด้วยความเสียดายจึงนำไปปรุงเป็นอาหารแล้วรับประทานเข้าไป จากนั้นเราก็ต้องนอนซมด้วยอาการอาหารเป็นพิษ แต่เมื่อมีเซ็นเซอร์อัจฉริยะช่วยชี้ชัดปัญหาเหล่านี้ย่อมไม่เกิดขึ้น

 

          นอกจากนี้เซ็นเซอร์อัจฉริยะอาจมีส่วนช่วยเราประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยการตรวจสอบค่าความเน่าเสียกับเนื้อสัตว์ ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่ใกล้หมดอายุได้ง่าย ลดโอกาสในการซื้อวัตถุดิบพลาดจนทำให้ต้องทิ้งเนื้อสัตว์ที่หมดอายุก่อนการใช้งานลงมาก

 

          แต่ผู้ที่รับประโยชน์จากเซ็นเซอร์อัจฉริยะนี้ไม่ได้มีเพียงผู้บริโภคแต่ยังอาจช่วยสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

          ขยะอาหารถือเป็นหนึ่งในประเภทขยะที่สร้างปัญหาให้แก่สังคม โดยเฉพาะในชุนชนเมืองซึ่งเป็นการรวมตัวของคนจำนวนมาก ปริมาณอาหารที่ทำการผลิตในแต่ละปีไม่ถูกใช้งานหรือสูญเปล่าจนกลายเป็นขยะกว่า 1 ใน 3 เป็นจำนวนมากกว่า 1.3 พันล้านตัน และมีอัตราส่วนเป็นต้นเหตุสร้างก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ 10% ของทั้งหมด

 

          จริงอยู่เราหลีกเลี่ยงการเกิดขยะอาหารได้ยากโดยเฉพาะในสังคมขนาดใหญ่ กระนั้นหลายครั้งขยะอาหารเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากการเหลือทิ้งแต่มาจากการจัดการไม่ถูกวิธี ส่วนนี้เกิดจากขั้นตอนและเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพอาหารมีราคาแพง ใช้เวลามาก และต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจ การตรวจสอบจึงเป็นไปได้ยาก

 

          หลายครั้งทำให้การตรวจสอบคุณภาพอาหารทำได้ไม่เข้มข้นพอ วิธีการที่ผู้จัดจำหน่ายใช้งานจึงกลายเป็นการประเมินทั้งหมดให้เป็นขยะอาหาร ทั้งที่บางครั้งอาหารเหล่านั้นยังไม่ได้หมดอายุ สามารถนำไปปรุงและใช้ประโยชน์ต่อได้ แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหากเซ็นเซอร์อัจฉริยะนี้ได้รับการผลักดันให้ใช้งานทั่วไป

 

          นอกจากนี้ผู้จัดจำหน่ายยังได้รับประโยชน์เมื่อสามารถตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบโดยตรง จะช่วยให้ตรวจพบปัญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการขนส่งหรือจัดเก็บได้รวดเร็ว ช่วยลดความสิ้นเปลืองซึ่งนำไปสู่การเกิดปัญหาขยะได้อีกทาง รวมถึงยังช่วยให้สามารถคัดแยกประเภท และจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายได้สะดวกยิ่งขึ้นต่อไป

 

          นี่จึงเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ผู้บริโภค การจัดจำหน่าย รวมถึงรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

 

 

          จริงอยู่เซ็นเซอร์อัจฉริยะนี้ยังคงอยู่ในขั้นระหว่างพัฒนา อาจต้องได้รับการปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้งานได้ทั่วไป แต่ในอนาคตหากเทคโนโลยีนี้ผ่านการยอมรับจนมีการใช้งานแพร่หลาย จะถือเป็นประโยชน์ร่วมกันแก่ทุกฝ่ายในสังคม

 

          นี่จึงเป็นอีกวิทยาการที่มีความน่าสนใจและได้แต่คาดหวังว่าจะมีการใช้งานในเร็ววัน

 

 

 

          ที่มา

 

          https://newatlas.com/technology/sensor-detects-food-spoilage-real-time/

 

          https://www.eurekalert.org/news-releases/992150

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม