HOPO 14-1 ยาขจัดกัมมันตรังสีจากร่างกายชนิดใหม่
พิษจากกัมมันตรังสี เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับการพูดถึงมากขึ้นจากอุบัติเหตุทางรังสีที่เกิดในประเทศไทย แต่อันที่จริงนี่เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจนับแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจของโลก ล่าสุดจึงเริ่มมีการคิดค้นยาขจัดกัมมันตรังสีชนิดใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ
เชื่อว่าปัจจุบันหลายท่านย่อมรู้จักหรือเคยได้ยินพิษภัยของกัมมันตรังสีกันมาบ้าง ไม่ว่าจากสื่อบันเทิงหลายชนิดไปจนการได้เห็นเหตุการณ์ตามหน้าประวัติศาสตร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับวัตถุรังสี จึงมักก่อให้เกิดความกังวลไม่มั่นใจแก่คนในสังคม
ในประเทศไทยเหตุการณ์ล่าสุดทำให้ผู้คนตระหนักถึงเรื่องนี้คือ การรั่วไหลของ ซีเซียม-137 หากย้อนไปอีกหน่อยอาจนึกถึงเหตุการณ์รั่วไหลของ โคบอลต์-60 ช่วงปี 2000 นำไปสู่การตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัย แต่อันที่จริงประเด็นอันตรายเกี่ยวกับกัมมันตรังสีไม่เคยหายไป โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งของมหาอำนาจในปัจจุบัน
ด้วยเหตุนั้นความกังวลของผู้คนในสังคมนับวันจึงเพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่การคิดค้นยาขึ้นมาเพื่อรับมือเช่นกัน
ยาป้องกันกัมมันตรังสีที่มีอยู่
พิษภัยจากกัมมันตรังสีสามารถเกิดได้หลายรูปแบบ กรณีได้รับในปริมาณน้อยอาจเกิดการอักเสบ, ผิวไหม้, คลื่นไส้, อาเจียน, ปวดศีรษะ แต่กรณีได้รับปริมาณมากอาจทำให้ระบบการทำงานในร่างกายไปจนอวัยวะภายในล้มเหลวและถูกทำลาย รวมถึงยังมีคุณสมบัติในการสะสมตกค้างนำไปสู่การเป็นสารก่อมะเร็งในอนาคต
แน่นอนด้วยพิษภัยและความอันตรายของกัมมันตรังสีเอง แม้จะมีการนำไปใช้ประโยชน์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ในด้านอาวุธ พลังงาน หรือแม้แต่การแพทย์ หลายภาคส่วนพากันมองหาแนวทางลดผลกระทบทางสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น และเมื่อพูดถึงยาป้องกันกัมมันตรังสี ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงย่อมเป็น โพแทสเซียมไอโอไดด์ หรือ ไอโอดีน
หลายท่านอาจทราบว่าการขาดไอโอดีนจะนำไปสู่โรคคอหอยพอก เป็นสาเหตุของความพิการทางสติปัญญาในเด็ก บางครั้งยังถูกนำไปใช้ในการลดขนาดและอัตราการผลิตฮอร์โมนของต่อมไร้ท่อ ใช้รักษาอาการไทรอยด์เป็นพิษ แต่อันที่จริงยังถูกใช้แพร่หลายเพื่อต้านกัมมันตรังสีเช่นกัน
ถึงตรงนี้หลายท่านอาจเข้าใจว่าไอโอดีนมีฤทธิ์ช่วยป้องกันกัมมันตรังสีแต่แท้จริงไม่ใช่ สาเหตุที่ทำให้ไอโอดีนถูกใช้ในการต้านกัมมันตรังสีคือ กัมมันตรังสีที่รั่วไหลก็มีไอโอดีน-131 ที่สามารถถูกดูดซึมและกระจายไปทั่วร่างกายผ่านต่อมไทรอยด์ การรับประทานไอโอดีนจนถึงขีดจะลดอัตราการดูดซึมไอโอดีนที่เข้ามาภายหลัง และช่วยลดผลกระทบจากกัมมันตรังสีในที่สุด
อย่างไรก็ตามการใช้งานไอโอดีนเพื่อป้องกันกัมมันตรังสีมีขีดจำกัด การรับไอโอดีนเข้าสู่ร่างกายปริมาณมากเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ผลข้างเคียง เช่น คอหอยพอกหรือไทรอยด์เป็นพิษ การใช้งานต้องอยู่ในคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังไม่อาจขจัดกัมมันตรังสีออกจากร่างกายได้จริง
นำไปสู่การคิดค้นยาชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกกัมมันตรังสีเช่นกัน
ยาชนิดใหม่ที่ใช้แก้พิษกัมมันตรังสี
ผลงานนี้เป็นของบริษัท Sinclair International ประสบความสำเร็จในการพัฒนายาต้านกัมมันตรังสีชนิดใหม่ในชื่อ HOPO 14-1 เป็นยาที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยขจัดการปนเปื้อนรังสีภายในร่างกาย เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสำหรับวิกฤติการณ์ทางรังสีหรือนิวเคลียร์ที่อาจจะเกิดขึ้น
กลไกการทำงานของ HOPO 14-1 เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำการจับกับเซลล์หรือสารที่เกิดการปนเปื้อน ทำการเคลือบสารหรือเซลล์นั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เมื่อไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ก็จะถูกขับออกไปตามกระบวนการ ทำให้ไม่เกิดการดูดซึมกัมมันตรังสี ลดความเสียหายของเซลล์และดีเอ็นเอในที่สุด
โดยพื้นฐานหลักการทำงานไม่แตกต่างจากไอโอดีนมากนัก อีกทั้งพวกเขาเองก็ไม่ใช่เจ้าแรกที่คิดค้นยารับมือกัมมันตรังสี diethylenetriamine pentaacetate (DTPA) เองก็ถูกคิดค้นและได้รับการอนุมัติให้ใช้ในฐานะยาต้านกัมมันตรังสีเช่นกัน แต่ด้วยข้อจำกัดในฐานะยาฉีด/พ่น การใช้งาน HOPO 14-1 จึงสะดวกและเข้าถึงคนหมู่มากได้ง่ายกว่า
ในส่วนการใช้งานเมื่อพูดถึงกัมมันตรังสี สิ่งแรกที่หลายคนคิดถึงย่อมเป็นสงครามนิวเคลียร์แต่ไม่ได้จำกัดเพียงเท่านั้น ตัวยาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในภาคอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันอันตรายให้แก่บุคลากรของโรงงาน ช่วยลดผลกระทบทางสุขภาพต่อเจ้าหน้าที่การแพทย์ หรือแม้แต่ช่วยผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งให้แก่ผู้ป่วยได้เช่นกัน
ปัจจุบัน HOPO 14-1 อยู่ในขั้นตอนการทดลองทางคลินิกและกำลังเริ่มทดสอบกับมนุษย์ หากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและขออนุมัติการใช้งานจาก องค์กรอาหารและยาสหรัฐฯ(FDA) ได้สำเร็จ จะถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ใช้งานที่มีข้อเสียและผลข้างเคียงน้อยกว่าไอโอดีน และอาจช่วยผู้คนได้อีกมากในอนาคต
อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูต่อไปว่าการทดลองทางคลินิกจะให้ผลลัพธ์ออกมาเช่นไร ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องได้รับการตรวจสอบและพัฒนา ทั้งในด้านความปลอดภัย ผลข้างเคียง และแนวทางการในการขจัดกัมมันตรังสีออกจากร่างกาย เราจึงอาจไม่ได้เห็นยาตัวนี้ถูกผลิตออกมาให้ใช้งานในเร็ววัน
แต่อันที่จริงสำหรับยาขจัดกัมมันตรังสีการไม่ถูกผลิตออกมาให้ใช้งานแพร่หลายอาจเป็นเรื่องดีกว่าก็เป็นได้
ที่มา
https://newatlas.com/science/dirty-bomb-radiation-antidote-human-trials/


