
สหรัฐ-อิหร่านจ่อเปิดข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน ปูทางสันติภาพถาวร
สหรัฐและอิหร่านเตรียมเผยรายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 60 วัน เปิดทางเจรจาสันติภาพถาวร ฟื้นการส่งออกน้ำมันและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเตรียมเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่มีเป้าหมายยุติสงครามในตะวันออกกลาง หลังทั้งสองฝ่ายลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน โดยข้อตกลงดังกล่าวจะขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาจัดทำข้อตกลงสันติภาพถาวรในระยะต่อไป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ข้อตกลงฉบับนี้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า อิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และรัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยเนื้อหาฉบับเต็มอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่อิหร่านยังคงยืนยันจุดยืนเดิมว่า โครงการนิวเคลียร์ของประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติเท่านั้น
ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราว สหรัฐจะยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่เตหะรานจะฟื้นฟูการเดินเรือและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก หลังจากเส้นทางดังกล่าวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเปิดเผยเพิ่มเติมว่า อิหร่านจะสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันและเชื้อเพลิงได้ทันทีหลังการลงนามอย่างเป็นทางการ พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านระบบธนาคาร การขนส่ง และการประกันภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าพลังงานสู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ ข้อตกลงยังอาจนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร การปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านในต่างประเทศ และการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูประเทศมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10.95 ล้านล้านบาท) โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศอ่าวอาหรับที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐ หากอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม หนทางสู่สันติภาพถาวรยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย เนื่องจากประเด็นสำคัญหลายเรื่องยังไม่ได้ข้อยุติ โดยเฉพาะอนาคตของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งในช่วง 60 วันข้างหน้า หลังการหารือก่อนหน้านี้ต้องหยุดชะงักจากการตัดสินใจเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ประเด็นที่สหรัฐและอิสราเอลเคยใช้เป็นเหตุผลในการทำสงคราม ได้แก่ การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคของอิหร่าน และโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล ยังไม่ถูกบรรจุไว้ในวาระการเจรจารอบใหม่
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่ออิสราเอลแสดงท่าทีห่างเหินจากข้อตกลงดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันว่า อิสราเอลไม่ได้เป็นภาคีของข้อตกลง และจะไม่ถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า อิหร่านไม่น่าจะยอมรับข้อตกลงสันติภาพถาวร หากอิสราเอลยังคงยึดครองดินแดนในเลบานอน
ด้านกองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ของอิหร่าน ออกคำเตือนว่า หากอิสราเอลยังคงปฏิบัติการโจมตีในเลบานอนตอนใต้ จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรง
สงครามที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วตะวันออกกลาง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7,000 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่านและเลบานอน และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานอย่างกว้างขวาง
ในด้านเศรษฐกิจ ข่าวการบรรลุข้อตกลงส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบร่วงลงมากกว่า 2% ทำระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากวันก่อนหน้าปรับลดลงเกือบ 5% จากความคาดหวังว่าปริมาณน้ำมันจากอิหร่านจะกลับเข้าสู่ตลาดโลกอีกครั้ง แม้อุตสาหกรรมพลังงานจะประเมินว่าการผลิตน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคยังต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัวเต็มที่
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลยังคงใช้ความระมัดระวัง แม้สหรัฐและอิหร่านจะยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายในวันศุกร์นี้ เนื่องจากยังมีความกังวลว่าการหยุดยิงอาจไม่สามารถรักษาไว้ได้ในระยะยาว







