
อเล็กซานเดรีย วิลเลเซฌอร์ สาวน้อยกับการใหญ่เปลี่ยนโลก
เด็กสาวนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยืนหยัดสู้มาตั้งแต่เธออายุเพียง 13 ปี และสร้างกระแสความเปลี่ยนแปลงให้เด็กๆทั่วโลกมากมายให้หันมาใส่ใจโลกมากขึ้น
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ สร้างความวิตกกังวลไม่เพียงแต่กับคนวัยทำงานเท่านั้น แต่ยังสร้างความตึงเครียดให้กับเด็กๆมากมายหลายชีวิต ที่เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอุณหภูมิโลกและธรรมชาติที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะส่งผลร้ายมากกว่าแค่ปัญหาสุขภาพ แต่ยังกระทบและเบียดเบียนกับการใช้ชีวิต ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราอาจได้พบเห็นนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมออกมาเรียกร้องกันมากมาย แต่หนึ่งในนักกิจกรรมที่อายุน้อย นอกจาก เกรต้า ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) แล้ว ยังมี อเล็กซานเดรีย วิลเลเซฌอร์ (Alexandria Villasenor) ที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่เธออายุเพียง 13 ปี
จากการที่ อเล็กซานเดรีย วิลเลเซฌอร์ (Alexandria Villasenor) ใช้ชีวิตส่วนใหญ่และเติบโตขึ้นที่ทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา เธอมักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับกิจกรรมกลางแจ้ง ครอบครัวของเธอชื่นชอบการเดินป่าเป็นพิเศษ ชีวิตส่วนใหญ่ของอเล็กซานเดรียเชื่อมโยงและมีความผูกพันธ์กับธรรมชาติมาโดยตลอดและเธอหวังว่าธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงเข้ากับทุกคนได้
ในปี 2018 ครอบครัวของเธอได้ย้ายถิ่นฐานมาปักหลักที่มหานครนิวยอร์ก และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เด็กสาวอายุเพียง 13 ในวันนั้นก้าวขาเข้าสู่การเป็นนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม วันหนึ่งเมื่ออเล็กซานเดรียเดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิด เธอประสบกับเหตุการณ์ไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับแคลิฟอร์เนีย เปลวเพลิงเผาวอดเกาะที่ขึ้นชื่อว่าเปรียบเหมือนสวรรค์บนดินให้กลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา ผู้คนเสียชีวิตกว่า 85 ราย และบ้านเรือนเสียหายกว่า 19,000 หลัง
NBC รายงานว่าผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณภาพของอากาศเลวร้ายขึ้น ควันไฟปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่งและลอยไปไกลถึง 160 ไมล์ ส่งผลกระทบต่อรัฐใกล้เคียง
“มีควันปกคลุมเต็มไปหมด แถมยังลอยเข้ามาในบ้านของเราด้วย เราต้องพยายามทุกวิธีทางเพื่อกันไม่ให้ควันพิษพวกนี้ลอยเข้ามาในบ้าน ตัวหนูเองก็มีหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ควันพวกนี้ยิ่งทำให้อาการหนูทรุดลง” อเล็กซานเดรียกล่าว
“หนูโกรธมากที่เห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับชุมชนของหนู เพราะงั้นหนูเลยอยากหาข้อมูลและหาคำตอบว่าทำไมเหตุการณ์แบบนี้ถึงเกิดขึ้น”
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
อเล็กซานเดรียค้นคว้าหาข้อมูลอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการเกิดไฟป่ากับวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate change) รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆที่เกี่ยวข้อง การค้นคว้าของเธอส่งผลให้เธอยิ่งทวีความตึงเครียด
หลังจากการค้นคว้าไม่กี่อาทิตย์ อเล็กซานเดรียตัดสินใจที่จะเปลี่ยนความกังวลของเธอให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในเดือนธันวาคม 2018 หนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์ไฟป่าครั้งเลวร้าย เด็กสาวอายุเพียง 13 ปี เริ่มการประท้วงหน้าสำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ โดยเธอได้รับแรงบันดาลใจจาก เกรต้า ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) ที่ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงาน COP24 เกี่ยวกับวิกฤตการณ์ Climate Change และสร้างความตระหนักให้กับผู้ฟัง กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
หากจะถามว่าทำไมอเล็กซานเดรียถึงเลือกการประท้วงแบบหยุดเรียน เธอให้ความเห็นว่าการประท้วงด้วยการหยุดเรียน เป็นวิธีที่ทรงพลัง สามารถสร้างแรงกดดันต่อผู้นำโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด การประท้วงแบบนี้เคยได้ผลมาแล้วที่เยอรมัน กับการเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดใช้พลังงานถ่านหิน
อเล็กซานเดรียดำเนินการประท้วงแบบนี้ไปเรื่อยๆนับปี จนกระทั่งเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แผนการประท้วงจึงต้องเปลี่ยนไป แม้โรคระบาดจะทำให้เธอออกสู่พื้นที่สาธารณะได้น้อยลง แต่อเล็กซานเดรียไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ เธอเปลี่ยนรูปแบบการประท้วงให้มาอยู่ในรูปแบบออนไลน์โดยการใช้สื่อโซเชี่ยลมากขึ้น แน่นอนว่าเธอกลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายผ่านโลกอินเทอร์เน็ตในนามของ ‘สาวน้อยนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม’ และสร้างแรงขับเคลื่อนได้อย่างมหาศาล
ต้องเป็นมากกว่าแค่การประท้วง
ในปี 2019 อเล็กซานเดรียได้ก่อตั้งกลุ่ม Earth Uprising ขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มรวมพลังเยาวชนที่ต้องการเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้าน Climate change โดยจุดประสงค์หลักคือการให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เน้นความเท่าเทียม หาจุดร่วมตรงกลางและแนวทางการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน เพื่อให้ได้ทางออกอย่างสันติ
Earth Uprising ได้ดำเนินกิจกรรมส่งข้อความและตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อมถึงเหล่าผู้นำผ่าน stream live เนื่องในวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ในปี 2021ที่ผ่านมา และมีเยาวชนนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมมากกว่าร้อยคน
Earth Uprising ยังคงดำเนินกิจกรรมโดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมเพื่อปรับปรุงระบบการศึกษาและพัฒนาการเรียกร้องในรูปแบบใหม่ๆที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อม สร้างความน่าสนใจกว่าที่เคยเป็นมา
“ยังมีคนอีกมากที่ขาดความรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเราบ้าง และการศึกษาในโรงเรียนก็ยังให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มากพอ”
“ฉันอยากจะโฟกัสกับการศึกษา สร้างพลังและแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกให้พวกเขาเริ่มลงมือทำบางอย่างเพื่อการเปลี่ยนแปลง ”
อเล็กซานเดรียกล่าวถึงความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความรู้และความตระหนักเรื่องความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้กับเยาวชนทั่วโลก
นักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม vs การเป็นเด็กธรรมดา ความท้าทายและการหาสมดุล
อเล็กซานเดรียเล่าว่าเธอต้องพยายามอย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญกับภาวะหมดไฟในการทำกิจกรรม ซึ่งต้องยอมรับว่าในบางครั้งเมื่อเราพยายามจัดกิจกรรม อาจทำให้เกิดความอ่อนล้าทางอารมณ์ จากความเครียดสะสมอันยาวนาน เธอต้องหันกลับมาให้ความสำคัญและดูแลสภาพจิตใจของตัวเองก่อน บางครั้งเธอใช้วิธีเบนความสนใจหันไปเล่นเกมอย่าง ‘Animal Crossing’ หรืออ่านหนังสือ เพื่อให้เวลากับตัวเอง
หนังสือเล่มโปรดของอเล็กซานเดรียกับหัวข้อวิกฤต Climate Change:อเล็กซานเดรียโปรดปรานหนังสือเรื่อง All We Can Save มากที่สุด ซึ่งหนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วยความหลากหลายของปัญหาสภาพภูมิอากาศจากนักเขียนหญิงกว่า 60 คน แต่ส่วนที่ดีที่สุดคือแม้หนังสือจะเขียนถึงปัญหาวิกฤต Climate change แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหวังและส่งต่อพลังบวก
หนึ่งสิ่งที่อยากบอกกับคนทั้งโลกในฐานะที่ทุกคนมีส่วนทำให้เกิดวิกฤต Climate change: เขียน โทรศัพท์ ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องให้เกิดการดำเนินงานและรับผิดชอบกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เพราะปัญหานี้เป็นปัญหาจากโครงสร้างขนาดใหญ่ และเราต้องอาศัยการดำเนินงานจากรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ปัจจุบันอเล็กซานเดรียมีอายุ 16 ปีและยังคงดำเนินกิจกรรมเรียกร้องเพื่อต่อสู้กับวิกฤต climate change
ข้อมูลอ้างอิง
- https://ideas.ted.com/books-and-podcasts-about-climate-change/
- https://www.insider.com/the-doers-teenager-alexandria-villaseor-fighting-climate-change-2020-8
- https://www.thenation.com/article/world/qa-olufemi-taiwo-elite-capture/
- https://thaipublica.org/2019/09/youth-worldwide-join-climate-strike/







