
กล้าธรรมพ้นวิปฝ่ายค้าน 58 เสียงเขย่าดุลอำนาจรัฐบาล จับตาเก้าอี้ ครม.
กล้าธรรมถอนชื่อจากวิปฝ่ายค้านหลังโหวตงบปี 2570 สวนมติ ยังไม่ยืนยันร่วมรัฐบาล ขณะที่เพื่อไทยย้ำสิทธิดูแล 5 กระทรวงเดิม
KEY
POINTS
- กล้าธรรมพ้นวิปฝ่ายค้านแล้ว แต่ยังไม่มีคำเชิญหรือข้อตกลงร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
- หากกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ภูมิใจไทย เพื่อไทย และกล้าธรรมจะมีเสียงรวม 324 เสียง ตามตัวเลขที่รายงานใช้
- สูตรต่อรอง 5 เก้าอี้รัฐมนตรียังเป็นเพียงข้อประเมิน ขณะที่เพื่อไทยยืนยันข้อตกลงดูแล 5 กระทรวงเดิม
พรรคกล้าธรรมถอนชื่อออกจากคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้านแล้ว หลังลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สวนมติฝ่ายค้าน พรรคจึงไม่ได้ร่วมวงเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ยังไม่มีข้อตกลงเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ สถานะของ สส.กล้าธรรม 58 คนจึงเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องจับตาในการลงมติในสภาและการจัดคณะรัฐมนตรี
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน หารือกับพรรคกล้าธรรมก่อนตกลงให้พรรคถอนชื่อ โดยกล้าธรรมไม่ทัดทาน นอกจากจุดยืนที่ต่างกันเรื่องงบประมาณแล้ว ฝ่ายค้านยังต้องจำกัดวงผู้รับรู้ข้อมูลและประเด็นที่จะใช้ซักฟอกรัฐบาล
กล้าธรรม ระบุว่าจะพิจารณากฎหมายตามเนื้อหาและผลกระทบต่อประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องลงมติค้านรัฐบาลทุกเรื่อง แม้พรรคพ้นวิปฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ยังจัดสรรเวลาอภิปรายในสภาให้ สส.กล้าธรรมตามสัดส่วนเดิม พรรคจึงยังอภิปรายในสภาได้ แต่ไม่ได้ร่วมกำหนดงานของวิปฝ่ายค้าน
58 เสียงเปลี่ยนสมการในสภาอย่างไร
กล้าธรรมมีแนวโน้มเข้าร่วมรัฐบาลที่ภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และแกนนำรัฐบาลส่งสัญญาณเปิดทางรับ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำเชิญหรือข้อตกลงร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ตัวเลขเสียงหลังจากนี้จึงเป็นเพียงภาพจำลองหากทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้
เมื่อรวมเฉพาะสามพรรคหลักตามตัวเลขในรายงาน ภูมิใจไทยมี 192 เสียง เพื่อไทย 74 เสียง และกล้าธรรม 58 เสียง รวม 324 เสียง ตัวเลขนี้ยังไม่รวมพรรคร่วมรัฐบาลอื่น หากใช้ฐานรัฐบาลเดิมประมาณ 291 เสียง และสมมติว่าทุกเสียงยังอยู่ครบ การเพิ่มกล้าธรรมจะทำให้รัฐบาลมีประมาณ 349 เสียง
สองตัวเลขนี้จึงตอบคนละคำถาม: 324 เสียงคือยอดของสามพรรคหลัก ส่วน 349 เสียงคือยอดประมาณของรัฐบาลทุกพรรคหากกล้าธรรมเข้าร่วม ทั้งคู่ยังไม่ใช่จำนวนเสียงรัฐบาลหลังการตกลงร่วมงานจริง
ด้านฝ่ายค้าน รายงานประเมินว่าเมื่อไม่รวมกล้าธรรม จะเหลือราว 144–145 เสียง หรือประมาณ 150–151 เสียงหากนับพรรคไทยรวมพลังอีก 6 เสียง ด้วยจำนวนดังกล่าว ฝ่ายค้านไม่สามารถลงมติคว่ำรัฐบาลด้วยเสียงของตนเองได้ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงต้องจับตาทั้งข้อเท็จจริงที่ฝ่ายค้านนำเสนอ คำชี้แจงของรัฐบาล และท่าทีลงมติของกล้าธรรม
เก้าอี้ ครม. ยังต้องเจรจา
อย่างไรก็ตาม พรรคแกนนำรัฐบาลยังไม่เร่งรับกล้าธรรมเข้าคณะรัฐมนตรีก่อนศึกซักฟอก เพราะการเจรจาแบ่งตำแหน่งจะกระทบรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ จึงมีข้อคาดการณ์ว่าทั้งการเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการและการปรับ ครม. จะเกิดหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า ช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่ใช่กำหนดการที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน
หากใช้สูตรประเมิน สส. 10 คนต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง กล้าธรรม 58 เสียงจะต่อรองได้ราว 5 เก้าอี้ แต่รายงานยังไม่ระบุว่าพรรคจะได้ตำแหน่งใด หรือใครจะเข้ารับตำแหน่งครบทั้งห้าคน ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ส่วนข้อประเมินว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยตนเองเพื่อลดแรงโจมตีทางการเมือง ยังไม่มีคำยืนยันจากการจัด ครม.
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ รายงานระบุว่ากล้าธรรมต้องการกลับไปดูแลกระทรวงนี้ ขณะที่เพื่อไทยถือเก้าอี้อยู่และมีแกนนำสำคัญของพรรคกำกับงาน หากนายกรัฐมนตรีย้ายกระทรวงให้กล้าธรรม ก็ต้องเจรจากับเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลัก
นายยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ย้ำข้อตกลงเดิมที่ให้เพื่อไทยดูแล 5 กระทรวง เมื่อถูกถามว่าจะยอมเสียเก้าอี้ให้กล้าธรรมหรือไม่ เขาตอบว่า “ก็ตอบเหมือนเดิม คือ 5 กระทรวง” พร้อมระบุว่าการจัดคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี
หลังศึกซักฟอก ประเด็นที่ต้องติดตามคือกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลและลงมติร่วมกับรัฐบาลหรือไม่ หากเข้าร่วม นายกรัฐมนตรีจะแบ่งตำแหน่งอย่างไร ท่ามกลางข้อเรียกร้องของกล้าธรรมและข้อตกลงเดิมกับเพื่อไทย คำตอบจะกำหนดทั้งเสียงสนับสนุนรัฐบาลในสภาและผู้รับผิดชอบงานในกระทรวงที่ถูกหยิบขึ้นมาเจรจา







