posttoday
เบรก 166 ดาต้าเซ็นเตอร์ รัฐรื้อกติกาใหม่สู่ Green Hub เอเชีย

เบรก 166 ดาต้าเซ็นเตอร์ รัฐรื้อกติกาใหม่สู่ Green Hub เอเชีย

05 กันยายน 2569

บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์สั่งชะลอ 166 โครงการ ขีดเส้น 1 เดือนวางเกณฑ์น้ำ ไฟ ทำเล และสิ่งแวดล้อม หวังคัดการลงทุนที่สร้างมูลค่าให้ไทย

KEY

POINTS

  • รัฐสั่งชะลอ 49 โครงการที่กำลังก่อสร้าง และ 117 โครงการที่รออนุญาต รวม 166 โครงการ
  • บอร์ดตั้งอนุกรรมการ 4 ชุด เร่งวางมาตรฐานด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ และสิ่งแวดล้อมภายใน 1 เดือน
  • กติกาใหม่จะคุมการใช้น้ำและไฟ ทำเล ความปลอดภัย พร้อมผลักดันพลังงานสะอาดและการถ่ายทอดเทคโนโลยี

 

อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” ประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 และสั่งชะลอโครงการที่กำลังก่อสร้างหรือรออนุญาตรวม 166 โครงการ

 

คำสั่งนี้ไม่ได้ปิดประตูรับนักลงทุน แต่เปิดเวลาหนึ่งเดือนให้หน่วยงานรัฐจัดทำกติกาชุดใหม่ เพื่อให้ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ตั้งอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และสร้างรายได้ งาน รวมถึงองค์ความรู้ให้ประเทศไทยมากกว่าการเข้ามาเช่าพื้นที่ตั้งเครื่องแม่ข่าย

 

ตัวเลข 166 โครงการมาจากไหน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลที่รวบรวมจาก 16 หน่วยงานรัฐ พบว่า ประเทศไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์เปิดให้บริการแล้ว 35 โครงการ

ในจำนวนนี้ 11 โครงการได้รับส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ส่วนอีก 24 โครงการขออนุญาตผ่านช่องทางอื่น โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมซึ่งมีกฎควบคุมพื้นที่อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็กของสถาบันการเงินอีกประมาณ 3-4 แห่ง

เบรก 166 ดาต้าเซ็นเตอร์ รัฐรื้อกติกาใหม่สู่ Green Hub เอเชีย

ส่วนโครงการที่ได้รับผลจากคำสั่งชะลอ แบ่งเป็นโครงการที่กำลังก่อสร้าง 49 โครงการ และโครงการที่หน่วยงานต่าง ๆ กำลังพิจารณาอนุญาต 117 โครงการ รวมทั้งสิ้น 166 โครงการ

บอร์ดต้องการตรวจข้อมูล ทำเล แหล่งน้ำ แหล่งไฟ และผลกระทบต่อชุมชนให้ครบถ้วน ก่อนเดินหน้าอนุมัติภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

 

กรุงเทพฯ ชะลอ 3 โครงการรอเกณฑ์ใหม่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า มีดาต้าเซ็นเตอร์ยื่นขออนุญาตในกรุงเทพฯ 6 โครงการ แต่ละแห่งใช้กำลังไฟฟ้าระหว่าง 9-23 เมกะวัตต์

เบรก 166 ดาต้าเซ็นเตอร์ รัฐรื้อกติกาใหม่สู่ Green Hub เอเชีย

กรุงเทพมหานครอนุมัติและเปิดใช้งานแล้ว 3 โครงการในช่วงปี 2565-2567 โดยจะส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจผลกระทบต่อชุมชน ทั้งเสียง ความร้อน ความปลอดภัย และเหตุเดือดร้อนรำคาญ เพื่อนำข้อมูลมาใช้วางกติกาใหม่

อีก 3 โครงการที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาจะถูกชะลอไว้ก่อน จนกว่าบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์จะกำหนดนโยบายและมาตรฐานกลางอย่างชัดเจน

 

กฎหมายตามไม่ทันธุรกิจที่โตเร็ว

ปัญหาหลักไม่ได้เกิดจากดาต้าเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบอนุญาตของรัฐที่แยกส่วน นักลงทุนต้องยื่นเรื่องกับหลายหน่วยงาน เช่น ขอไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ขอน้ำจากการประปา และขออนุญาตอาคารจากหน่วยงานท้องถิ่น

แต่ละหน่วยงานพิจารณาเฉพาะหน้าที่ของตน จึงไม่มีองค์กรใดเห็นภาพรวมว่าโครงการหนึ่งใช้ทรัพยากรมากเพียงใด ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนหรือไม่ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศคุ้มกับต้นทุนหรือเปล่า

ดาต้าเซ็นเตอร์บางแห่งยังจดทะเบียนในหมวดธุรกิจอื่น เช่น คลังสินค้า ทำให้ฐานข้อมูลของรัฐไม่สะท้อนจำนวนและขนาดธุรกิจที่แท้จริง บอร์ดจึงสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดรหัสสำหรับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ

รัฐยังต้องทบทวนเกณฑ์ที่เสนอให้ดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งใช้ไฟฟ้าเกิน 2 เมกะวัตต์เข้าสู่การกำกับแบบโรงงานอุตสาหกรรม เพราะบอร์ดเห็นว่าเกณฑ์ 2 เมกะวัตต์เล็กเกินไป และไม่สอดคล้องกับขนาดโครงการในตลาดปัจจุบัน

 

คุมทั้งน้ำ ไฟ ทำเล และน้ำมันสำรอง

แม้ดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง และใช้น้ำในระบบระบายความร้อนจำนวนมาก

สถานที่ตั้งจึงมีผลโดยตรงต่อชุมชน ระบบไฟฟ้า และแหล่งน้ำในพื้นที่ นอกจากนี้ หลายโครงการยังต้องสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยและเก็บน้ำมันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหากตั้งอยู่กลางเมืองหรือใกล้ที่อยู่อาศัย

บอร์ดจึงเตรียมกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ทุกประเภท ทั้งศูนย์ที่ให้บริการลูกค้าภายนอกและศูนย์ที่องค์กรสร้างไว้ใช้เอง

โครงการใหม่ต้องผ่านเกณฑ์เรื่องผังเมือง ระยะห่างจากอาคารข้างเคียง ความปลอดภัย ระบบไฟฟ้า น้ำมันสำรอง และสิ่งแวดล้อม ส่วนโครงการที่เปิดอยู่แล้วจะได้รับช่วงเวลาผ่อนผันเพื่อปรับปรุงสถานที่และระบบให้ตรงตามเกณฑ์ใหม่

 

สร้างแดชบอร์ดเห็นข้อมูลทั้งประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วางงานเร่งด่วนไว้ 3 ด้าน ได้แก่ รวบรวมข้อมูล กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ และยกระดับประโยชน์จากการลงทุน

 

เบรก 166 ดาต้าเซ็นเตอร์ รัฐรื้อกติกาใหม่สู่ Green Hub เอเชีย

 

ด้านข้อมูล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอให้สร้างแดชบอร์ดกลางที่ปรับข้อมูลได้ทันที โดยแสดงพิกัดโครงการ แหล่งน้ำ แหล่งจ่ายไฟ ผังเมือง กฎที่เกี่ยวข้อง และสถานะของแต่ละโครงการ

ฐานข้อมูลนี้จะช่วยให้หน่วยงานรัฐตรวจเห็นผลกระทบร่วมกัน ลดปัญหาต่างคนต่างอนุญาต และติดตามโครงการได้ตั้งแต่ยื่นคำขอ ก่อสร้าง เปิดบริการ ไปจนถึงตรวจสอบภายหลัง

 

จากศูนย์เก็บข้อมูลสู่ฐานผลิต AI

เป้าหมายของรัฐบาลไม่ได้หยุดอยู่ที่การควบคุมอาคาร แต่ต้องการยกระดับดาต้าเซ็นเตอร์ให้สนับสนุนเศรษฐกิจไทยโดยตรง

โครงการที่เข้ามาลงทุนต้องช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงคนไทย เข้าถึงระบบคลาวด์และกำลังประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้ในต้นทุนที่เหมาะสม

รัฐยังเตรียมใช้ระบบประกวดข้อเสนอสำหรับโครงการในอนาคต โดยพิจารณาว่านักลงทุนรายใดจ้างงานคนไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยี ใช้พลังงานสะอาด และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำและไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อไม่ให้ภาคครัวเรือนหรือธุรกิจอื่นแบกรับต้นทุนแทนผู้ประกอบการรายใหญ่

 

ตั้งอนุกรรมการ 4 ชุด เร่งทำงานในหนึ่งเดือน

บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ตั้ง อนุกรรมการเฉพาะด้าน 4 ชุด เพื่อจัดทำรายละเอียดและเสนอเกณฑ์ใหม่ภายในหนึ่งเดือน ได้แก่

  • ด้านเศรษฐกิจ มีเลขาธิการสภาพัฒน์เป็นประธาน ทำหน้าที่ตรวจความคุ้มค่า การจ้างงาน และประโยชน์ทางเทคโนโลยี
  • ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ดูแลการจัดสรรน้ำ ไฟฟ้า และโครงข่ายดิจิทัล โดยต้องไม่เบียดบังประชาชน
  • ด้านพื้นที่และอาคาร มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ตรวจทำเล อาคาร สถานีไฟฟ้าย่อย และคลังน้ำมันสำรอง
  • ด้านสิ่งแวดล้อม มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน กำหนดมาตรฐานสีเขียวและวิธีตรวจสอบหลังเปิดบริการ


รัฐต้องพิสูจน์ว่า “Green Hub” เกิดขึ้นจริง

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ มองว่ากติกาที่ชัดเจนจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในระยะยาว เพราะทุกฝ่ายจะเห็นต้นทุน เงื่อนไข และความพร้อมของทรัพยากรตั้งแต่เริ่มโครงการ

 

เบรก 166 ดาต้าเซ็นเตอร์ รัฐรื้อกติกาใหม่สู่ Green Hub เอเชีย

 

โจทย์ใหญ่จึงไม่ใช่ว่าไทยควรรับหรือปฏิเสธดาต้าเซ็นเตอร์ แต่คือไทยจะเลือกรับการลงทุนแบบใด และประชาชนได้อะไรตอบแทนจากน้ำ ไฟ และพื้นที่ที่ประเทศจัดสรรให้

 

เส้นตายหนึ่งเดือนจะเป็นบททดสอบสำคัญ หากบอร์ดสร้างกติกาที่ชัด ใช้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม และตรวจสอบได้ ไทยย่อมมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวของเอเชีย

แต่หากมาตรฐานใหม่ควบคุมได้เพียงบนกระดาษ คำสั่งชะลอ 166 โครงการก็จะเป็นเพียงการพักปัญหา ก่อนที่แรงกดดันด้านน้ำ ไฟ และชุมชนจะกลับมารุนแรงกว่าเดิม

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ-จีนจ่อหารือความเสี่ยงความปลอดภัย AI รับมือภัยไซเบอร์

สหรัฐฯ-จีนจ่อหารือความเสี่ยงความปลอดภัย AI รับมือภัยไซเบอร์