
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ชะลอ 166 โครงการ เร่งวางเกณฑ์ใหม่ใน 1 เดือน
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์สั่งชะลอ 166 โครงการที่กำลังก่อสร้างและรออนุมัติ เร่งกำหนดมาตรฐานกลาง คุมการใช้น้ำ-ไฟและผลกระทบสิ่งแวดล้อม
KEY
POINTS
- ชะลอ 166 โครงการที่กำลังก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างพิจารณาเป็นการชั่วคราว
- ตั้งอนุกรรมการ 4 ชุด จัดทำมาตรฐานกลางให้เสร็จภายใน 1 เดือน
- เตรียมคุมต้นทุนน้ำ-ไฟ ทำเล และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว
คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีมติชะลอการก่อสร้างและอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศรวม 166 โครงการเป็นการชั่วคราว เพื่อรอหลักเกณฑ์กำกับดูแลฉบับใหม่ พร้อมกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรฐานขั้นต่ำด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ อาคาร และสิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
มติดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเปิดประชุม และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม
ชะลอ 166 โครงการ รอหลักเกณฑ์กลาง
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า การรวบรวมข้อมูลจาก 16 หน่วยงานพบว่า ไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์เปิดดำเนินการแล้ว 35 โครงการ ในจำนวนนี้ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ 11 โครงการ
ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมี 49 โครงการ และอยู่ระหว่างขออนุญาตหรือพิจารณาอีกกว่า 117 โครงการ รวม 166 โครงการ ที่ประชุมจึงให้ชะลอไว้ชั่วคราวจนกว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะชัดเจน
นายดนุชาระบุว่า ที่ผ่านมาผู้ลงทุนต้องยื่นขออนุญาตกับหลายหน่วยงานตามภารกิจ โดยยังไม่มีระบบกำกับดูแลภาพรวม การจัดทำมาตรฐานกลางจึงมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ในทิศทางเดียวกัน
คุมต้นทุนน้ำ-ไฟ ดัน Green Data Center
นายเอกนิติยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ต้องการปรับจากการอนุมัติแยกรายหน่วยงานเป็นการพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด
นายอนุทินเน้นว่า การลงทุนต้องสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ประเทศ ไม่ใช่ใช้ไทยเป็นเพียงสถานที่ตั้ง พร้อมพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน รวมถึงผลักดัน Green Data Center ให้สอดคล้องกับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
แนวทางใหม่จะครอบคลุมทั้งดาต้าเซ็นเตอร์เชิงพาณิชย์และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ภายในกลุ่มธุรกิจ โดยจะทบทวนอัตราค่าไฟฟ้าและน้ำให้สะท้อนต้นทุน สนับสนุนพลังงานสะอาด และพิจารณาเปิดรับข้อเสนอเป็นรอบ เพื่อคัดเลือกโครงการที่สร้างประโยชน์แก่ประเทศและกระทบชุมชนน้อยที่สุด
ที่ประชุมยังสั่งให้กำหนดรหัสประเภทธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ ป้องกันการจดทะเบียนในหมวดธุรกิจอื่น พร้อมทบทวนข้อเสนอที่จะจัดดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเกิน 2 เมกะวัตต์เป็นกิจการอุตสาหกรรม เนื่องจากเห็นว่าเกณฑ์ดังกล่าวอาจต่ำเกินไป
นอกจากนี้ บอร์ดได้ตั้งอนุกรรมการ 4 ชุด ดูแลด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม โดยให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลโครงการแก่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมภายในวันที่ 11 กันยายน ก่อนรวบรวมข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้งภายในเดือนเดียวกัน







