posttoday
'ชัชชาติ'รับกฎหมายตามไม่ทันดาตาเซ็นเตอร์ ชะลออนุญาต 6 แห่ง

'ชัชชาติ'รับกฎหมายตามไม่ทันดาตาเซ็นเตอร์ ชะลออนุญาต 6 แห่ง

04 กันยายน 2569

กทม.เผยดาตาเซ็นเตอร์ยื่นขออนุญาต 6 แห่ง ผ่านแล้ว 3 แห่งแต่ยังห้ามเปิดใช้งาน รอผลตรวจหลายหน่วยงาน พร้อมปรับผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร

KEY

POINTS

  • ดาตาเซ็นเตอร์ยื่นขออนุญาตในพื้นที่ กทม. 6 แห่ง ผ่านแล้ว 3 แห่ง แต่ยังไม่อนุญาตให้เปิดใช้งาน
  • ชัชชาติยอมรับ กฎหมายปัจจุบันไม่มีนิยามดาตาเซ็นเตอร์แบบแยกอาคาร จึงยื่นขอในประเภทคลังสินค้า
  • กทม.เตรียมหารือปรับผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร และหลักเกณฑ์ด้านพลังงานกับสิ่งแวดล้อม

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่า กฎหมายปัจจุบันยังตามไม่ทันธุรกิจดาตาเซ็นเตอร์แบบแยกอาคาร หรือสแตนด์อโลน หลังพบว่าผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตในลักษณะคลังสินค้าแล้ว 6 แห่ง โดยได้รับอนุญาต 3 แห่ง แต่อาคารยังเปิดใช้งานไม่ได้ ส่วนอีก 3 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกัน กทม.เตรียมหารือการปรับผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคารให้ครอบคลุมธุรกิจประเภทนี้

 

รัฐบาลจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” นัดแรก วันนี้ (4 กันยายน 2569) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อเร่งอุดช่องว่างการกำกับดูแล ทั้งด้านการใช้อาคาร การเก็บน้ำมันสำรอง และมาตรฐานรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลในระยะยาว

 

นายชัชชาติกล่าวถึงการตรวจสอบดาตาเซ็นเตอร์ย่านพระราม 9 ว่า กรมธุรกิจพลังงานและกรมควบคุมมลพิษเข้าไปตรวจสอบพื้นที่แล้ว หลังเกิดข้อกังวลเรื่องการจัดเก็บน้ำมันและผลกระทบต่อชุมชน ส่วนข้อมูลของเขตห้วยขวางยังไม่พบว่าประชาชนร้องเรียนเรื่องน้ำมันมายัง กทม.โดยตรง จึงต้องรอผลตรวจสอบเพื่อระบุสาเหตุและพิจารณาว่าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่

 

สำหรับการเปิดใช้อาคาร ผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน รวมถึงการอนุญาตด้านการจัดเก็บน้ำมันจากกรมธุรกิจพลังงาน ขณะที่ กทม.ยังไม่ออกใบอนุญาต อ.6 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขแบบแปลนและรายการประกอบแบบที่ได้รับอนุญาต

 

ดาตาเซ็นเตอร์ 3 แห่งที่ผ่านการอนุญาตยังถูกสั่งยุติการเปิดใช้งานชั่วคราว เพื่อรอการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัญหาเสียงรบกวนอาจเกิดขึ้นระหว่างการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยบางบริษัททดสอบในเวลากลางคืนจนกระทบชุมชน ขณะที่การทดสอบในเวลากลางวันสร้างผลกระทบน้อยกว่า

 

นายชัชชาติอธิบายว่า ที่ผ่านมากฎหมายไม่มีคำจำกัดความเฉพาะสำหรับดาตาเซ็นเตอร์แบบสแตนด์อโลน ผู้ประกอบการจึงยื่นขออนุญาตในประเภทคลังสินค้า หรือรวมอยู่ในอาคารสำนักงานและใช้กระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามปกติ แตกต่างจากศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กที่อยู่ภายในสำนักงานของแต่ละบริษัท

 

ที่ประชุมจะพิจารณานิยาม ขนาด และข้อกำหนดของดาตาเซ็นเตอร์ รวมถึงความจำเป็นในการปรับกฎหมายควบคุมอาคาร ผังเมือง กฎหมายด้านธุรกิจพลังงาน และมาตรการสิ่งแวดล้อม โดยอาจกำหนดให้ดาตาเซ็นเตอร์แบบสแตนด์อโลนต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แยกต่างหาก

 

ส่วนพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับตั้งดาตาเซ็นเตอร์ นายชัชชาติระบุว่า ต้องรับฟังผู้เชี่ยวชาญและหลายภาคส่วนก่อน เนื่องจาก กทม.ยังไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้ พร้อมขอให้รอข้อสรุปจากการประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ก่อนกำหนดแนวทางที่ชัดเจนต่อไป

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลเร่งวางมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ คุมพลังงาน-สิ่งแวดล้อม-ไซเบอร์

รัฐบาลเร่งวางมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ คุมพลังงาน-สิ่งแวดล้อม-ไซเบอร์