
เปิดเบื้องลึกรอยร้าว: “ทนายตั้ม-กัน จอมพลัง” จากเงินแสนสู่ปริศนาเลข 12
ทนายตั้มเปิดที่มาความขัดแย้งย้อนหลัง 2 ปี อ้างถูกขอให้หยุดตรวจสอบนักการเมือง ก่อนปะทุเป็นศึกโซเชียล พร้อมนัดเปิดข้อมูลปริศนา “เลข 12” ที่ยังไม่เฉลยความหมาย
KEY
POINTS
- จุดเริ่มต้นความขัดแย้งเกิดจากทนายตั้มอ้างว่าเมื่อ 2 ปีก่อน กัน จอมพลังเคยขอให้ยุติการตรวจสอบนักการเมืองที่พัวพันเว็บพนัน
- ทนายตั้มกล่าวหาว่าถูกนักการเมืองคนดังกล่าวพร้อมกัน จอมพลัง ยัดเงินสด 100,000 บาทให้ ซึ่งต่อมาถูกนำไปใช้เป็นประเด็นทวงบุญคุณ
- ความขัดแย้งบานปลายสู่โซเชียลมีเดีย และทนายตั้มได้ทิ้งปริศนาว่าจะเปิดโปงข้อมูลเพิ่มเติมภายใต้คำใบ้ "เลข 12"
ความขัดแย้งระหว่าง “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด กับ “กัน จอมพลัง” ไม่ได้เริ่มต้นจากข้อความตอบโต้บนสื่อสังคมออนไลน์ หากย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อราว 2 ปีก่อน ซึ่งเกี่ยวพันกับการตรวจสอบนักการเมืองรายหนึ่ง ปมเว็บพนันออนไลน์ เงินสด 100,000 บาท และข้อกล่าวหาเรื่องการทวงบุญคุณ
ข้อมูลทั้งหมดเป็นคำกล่าวของทนายตั้มที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ขณะที่ข้อมูลที่ให้มายังไม่มีคำชี้แจงโดยละเอียดจากกัน จอมพลังต่อข้อกล่าวหาแต่ละประเด็น จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นไปตามคำกล่าวของฝ่ายใด
อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยครั้งนี้ทำให้ข้อพิพาทของบุคคลสาธารณะสองคนขยายจากความบาดหมางส่วนตัว ไปสู่คำถามเรื่องความโปร่งใส การใช้ความสัมพันธ์กับนักการเมือง และจริยธรรมของผู้ที่ทำงานภายใต้ภาพลักษณ์ช่วยเหลือสังคม
รอยร้าวจากปมนักการเมืองและเว็บพนัน
ทนายตั้มระบุว่า จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ขณะที่เขากำลังตรวจสอบนักการเมืองรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์
ระหว่างการตรวจสอบ ทนายตั้ม อ้างว่าได้รับการติดต่อจากกัน จอมพลัง โดยอีกฝ่ายขอให้ยุติการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนักการเมืองคนดังกล่าว พร้อมอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวและความสนิทสนมมาเป็นเหตุผลประกอบคำขอ
ทนายตั้มยืนยันว่าได้ปฏิเสธ เพราะมองว่าการหยุดตรวจสอบตามคำร้องขออาจทำให้สังคมตั้งคำถามเรื่องการตกลงผลประโยชน์ลับหลัง และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตนในฐานะทนายความและผู้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
คำกล่าวนี้จึงกลายเป็นแกนสำคัญของข้อพิพาท เพราะหากมีการร้องขอให้ยุติการตรวจสอบจริง ย่อมเกิดคำถามตามมาว่า กัน จอมพลังเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะใด และมีความสัมพันธ์กับนักการเมืองคนดังกล่าวเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่กำหนดให้ยังไม่มีหลักฐานหรือคำชี้แจงจากอีกฝ่ายเพียงพอที่จะยืนยันแรงจูงใจและรายละเอียดของการติดต่อดังกล่าว
เงินสด 100,000 บาทที่สำนักงาน
อีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งทนายตั้มยกขึ้นมาอธิบาย คือวันเปิดสำนักงานกฎหมายแห่งใหม่ กัน จอมพลังเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับนักการเมืองที่กำลังถูกตรวจสอบ
ทนายตั้มอ้างว่าไม่ได้เชิญนักการเมืองและไม่ต้องการสร้างความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว แต่ระหว่างงาน นักการเมืองรายนี้ พยายามมอบเงินสดจำนวน 100,000 บาทให้ถึง 3 ครั้ง ซึ่งได้ปฏิเสธทุกครั้ง
ตามคำกล่าวของทนายตั้ม กัน จอมพลังได้พูดกับเขาว่า “พี่เชื่อผม รับไว้ รับไว้” ก่อนนำเงินใส่กระเป๋าของทนายตั้มในจังหวะที่กำลังรับรองแขกภายในงาน
เหตุการณ์ดังกล่าวกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งเมื่อทนายตั้มถูกกล่าวหาว่า “เนรคุณ” และมีการเชื่อมโยงว่าเขาเคยได้รับความช่วยเหลือหรืออยู่ในฐานะ “เด็กปั้น” ของนักการเมืองรายนี้
ทนายตั้มปฏิเสธคำกล่าวนี้ โดยยืนยันว่าเงินไม่ได้เกิดจากการร้องขอหรือการยอมรับโดยสมัครใจ แต่เป็นเงินที่ถูกนำมาใส่กระเป๋าหลังจากปฏิเสธไปแล้วหลายครั้ง พร้อมระบุว่าภายในงานมีบุคคลมีชื่อเสียงหลายคนซึ่งอาจรับรู้เหตุการณ์
หัวใจของข้อขัดแย้งจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความหมายของเงินก้อนนั้น ฝ่ายหนึ่งอาจนำไปอธิบายในฐานะความช่วยเหลือ ขณะที่ทนายตั้มมองว่าเป็นสิ่งที่ถูกยัดเยียดและไม่ควรถูกนำมาใช้สร้างข้อผูกมัดทางบุญคุณในภายหลัง
ดราม่า “หนุ่ม กรรชัย” จุดชนวนศึกรอบใหม่
ความบาดหมางที่สะสมอยู่กลับมาปะทุบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังทนายตั้มเห็นโพสต์ของกัน จอมพลังที่กล่าวถึง “หนุ่ม กรรชัย” ในลักษณะตัดพ้อเรื่องบุญคุณและการไม่ได้รับความสำคัญ
ทนายตั้มระบุว่า โพสต์ดังกล่าวทำให้นึกถึงสิ่งที่เคยประสบกับตัวเอง จึงเขียนข้อความในลักษณะ “นิทานน้องคนหนึ่ง” เพื่อสะท้อนพฤติกรรมโดยไม่ได้ระบุชื่อในตอนแรก
เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาแสดงความคิดเห็นเชิงท้าทาย ทนายตั้มจึงตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า ทำให้ข้อพิพาทซึ่งเดิมสื่อสารผ่านเรื่องเล่าและคำเปรียบเทียบ กลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างบุคคลอย่างเปิดเผย
ทนายตั้มยังกล่าวถึงอีกประเด็นว่า กัน จอมพลังเคยแสดงความไม่พอใจหลังถูกตรวจสอบบัญชีธนาคารในช่วงที่ทนายตั้มถูกจำกัดอิสรภาพ โดยอีกฝ่ายพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับเขา ขณะที่ทนายตั้มปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อกระแสความขัดแย้งเชื่อมกับการขายสินค้า
อีกประเด็นที่ทนายตั้มวิจารณ์ คือการใช้กระแสจากข้อพิพาทดึงผู้ชมเข้าสู่การถ่ายทอดสดบน TikTok และขายสินค้าแทนการตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องนักการเมืองและเว็บพนัน
ในมุมของทนายตั้ม การนำความสนใจจากความขัดแย้งไปต่อยอดเป็นยอดผู้ชมและรายได้ ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า การสื่อสารของอีกฝ่ายมีเป้าหมายเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หรือเพื่อใช้ประโยชน์จากกระแสที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม การขายสินค้าระหว่างการถ่ายทอดสดไม่ได้พิสูจน์ข้อกล่าวหาอื่นโดยตัวมันเอง และไม่ควรถูกนำไปใช้สรุปเจตนาโดยปราศจากหลักฐาน สิ่งที่สามารถประเมินได้จากข้อมูลขณะนี้มีเพียงว่า ทนายตั้มไม่พอใจที่คำถามสำคัญยังไม่ได้รับคำตอบอย่างตรงประเด็น
“เลข 12” ข้อมูลใหม่ที่ยังไม่ถูกเฉลย
ระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ทนายตั้มส่งสัญญาณว่าจะเปิดเผยข้อมูลชุดใหม่ โดยใช้คำใบ้ว่า “เลข 12” และระบุว่าจะเปิดข้อมูลในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
แต่ข้อมูลที่กำหนดให้ยังไม่ได้ระบุว่าเลขดังกล่าวหมายถึงอะไร จึงยังไม่อาจสรุปว่าเกี่ยวข้องกับจำนวนเงิน จำนวนเหตุการณ์ บุคคล หรือเครือข่ายใด การคาดเดาความหมายก่อนมีการเปิดเผยหลักฐานอาจทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนและสร้างความเสียหายแก่ผู้เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ชัดเจนมีเพียงว่า “เลข 12” ถูกใช้เป็นสัญญาณว่าทนายตั้มยังมีข้อมูลอีกชุดที่ต้องการนำเสนอต่อสาธารณะ และข้อมูลนั้นอาจกำหนดทิศทางของข้อพิพาทในระยะต่อไป
บททดสอบความโปร่งใสของบุคคลสาธารณะ
จากคนรู้จักที่เคยมีภาพใกล้ชิดกัน ทนายตั้มและกัน จอมพลังเดินมาถึงจุดที่ต่างฝ่ายต่างถูกสังคมตรวจสอบ ความสัมพันธ์ส่วนตัวจึงไม่ใช่แกนหลักของเรื่อง แต่เป็นข้อกล่าวหาเรื่องการขอให้หยุดตรวจสอบนักการเมือง ที่มาของเงิน 100,000 บาท และการใช้อิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์
คำกล่าวของทนายตั้มยังเป็นข้อมูลจากฝ่ายเดียวและต้องได้รับการตรวจสอบ ขณะที่กัน จอมพลังย่อมมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานหักล้างในทุกประเด็น
ท้ายที่สุด ความน่าเชื่อถือของทั้งสองฝ่าย ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถนำเสนอหลักฐานที่ตรวจสอบได้ และตอบคำถามสำคัญอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเมื่อ “เลข 12” ถูกเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วหมายถึงอะไร.
แหล่งที่มาประกอบ : เจาะลึกทั่วไทย inside thailand







